"ศรส."ถือกฤษ์ใช้"วันมาฆบูชา-วันลาเลนไทน์"ขอคืนพื้นที่จากกปปส. "เฉลิม"อ้างตร.จะบุกม็อบเมื่อไรก็ได้ แต่นายกฯขอไว้ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง
เมื่อเวลา 05.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีกำลังตำรวจจากหลายหน่วย ทั้งจาก บช.น. , กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1,2,5,7 ตำรวจควบคุมฝูงชน ตำรวจชุดหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดปฎิบัติการพิเศษอรินทราช26 ไม่ต่ำกว่า 10 กองร้อย พร้อมรถห้องขัง เข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อทำภารกิจพิเศษของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ในการเข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุม
หลังจากนั้นเวลา 06.00 น.ทางด้าน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ในฐานะที่รับผิดชอบด้านกองกำลัง ศรส.ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ก่อนจะมีคำสั่งเคลื่อนกำลังพลในเวลา 08.00 น.ซึ่งมีเป้าหมายมุ่งหน้าแยกมิกสกวัน ซึ่งเป็นพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชาปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) ชุมนุมอยู่ โดยพื้นที่รอบนอก ได้มีการนำรถผู้ห้องขังเข้าปิดถนนที่แยกยมราช และแยกนางเลิ้ง เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงมวนเข้ามาสมทบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกาศบนรถขยายเสียงระบุว่า "ขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ อย่าขัดขืนการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เพื่อขอคืนพื้นที่ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่อันตราย มีการยิงปืน ปาประทัดยักษ์ ทำร้ายร่างกาย และเกิดเหตุรุนแรงหลายครั้ง รวมถึงมีผู้ต้องหาตามหมายจับอยู่ในพื้นที่ด้วย ฉะนั้นตำรวจจำเป็นต้องขอคืนพื้นที่ครั้งนี้"
ต่อมาเวลา 09.00 น.เจ้าหน้าที่ได้เริ่มกระชับพื้นที่ที่ถนนราชดำเนินนอก โดยเริ่มจากแยกมิสกวัน ผ่านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ จนถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ พร้อมกับตรวจค้นเต๊นท์ที่อาศัยของผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่พบสิ่งแปลกปลอม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างปกติ ไม่มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุม เนื่องจากในพื้นที่มีผู้ชุมนุมบางตา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมวลชนของกลุ่มกองทัพธรรม และกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) และมีผู้ขุมนุมบางส่วนต่างพากันโห่ร้อง และเป่านกหวีดอยู่ตรงบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าขอคืนพื้นที่ครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างง่ายดาย โดยทางแกนนำไม่มีการสั่งให้การ์ดผู้ชุมนุมเข้าประจำจุดต่างๆ อย่างเช่นที่ผ่านมา แต่กลับนำมวลชนหลีกเลี่ยงการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีรายงานว่า ก่อนที่จะมีเข้าขอคืนพื้นที่ ได้มีการเจรจากันระหว่างฝ่ายเจ้่หน้าที่ตำรวจกับแกนนำกลึ่ม กปท.และ คปท.เพื่อคืนพื้นที่บางส่วนให้รัฐบาล ที่จะใช้พื้นที่ในการจัดงานกาชาติ โดยมีข้อตกลงห้ามเข้าสลายการชุมนุมในพื้นของ คปท.ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลก และพื้นที่ของ กปท.บริเวณแยกสะพานผ่านฟ้า
ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจค้นกว่า 30 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมสุนัขตำรวจ และเจ้าหน้าที่อีโอดี ได้ลงไปตรวจสอบห้องเก็บของใต้สะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยภายในพบชองกลางเป็นอาวุธมีด หัวน๊อต หนังสติ๊ก ถังดับเพลิง ปุ๋ยยูเรีย ดินประสิว ประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง และยาเสพติดใบกระท่อม ยาบ้า กัญชาเป็นจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ในห้องเก็บของ โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมของกลางทั้งหมด เพื่อนำไปแถลงข่าวภายในทำเนียบรัฐบาล
กระทั่งเวลา 10.30 น.ที่ด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.ลงจากรถจากรถส่วนตัว และเดินตรวจตราภายในรั้วทำเนียบรัฐบาล ติดกับพื้นที่ชุมนุม คปท.ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลก ได้เกิดเสียงดังคล้ายประทัดยักษ์ดังขึ้น 2 ครั้ง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าประกบตัว ร.ต.อ.เฉลิม ทันที
หลังจากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ได้แถลงข่าว พร้อมโชว์ของกลางที่ยึดได้บริเวณห้องเก็บของใต้สะพานมัฆวานรังสรรค์ว่า นายกฯ สั่งบังคับตนไม่ให้ใช้ความรุนแรง ที่ผ่านมาเราถูกตำหนิว่า ไม่ใช้กฎหมายบังคับ วันนี้ ศรส.ได้ประกอบกำลังทั้งหมดจาก บช.น., บช.ภ.1,2,5,7 เพื่อขอคืนพื้นที่ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า เราจะดำเนินการกับผู้ชุมนุม ซึ่งที่นายสุเทพ ร่ำร้องว่าเป็นการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยนั้นเป็นความเท็จ แต่มีเจตนาแอบแฝง เพื่อหวังโค่นล้มรัฐบาล ให้นายกฯ ลาออก ทั้งที่ทำไม่ได้ เพราะขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตนในฐานะ ผอ.ศรส.และเพื่อนข้าราชการตำรวจอดทนอดกลั้น แต่หากเป็นสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เป็นรัฐบาล คงสั่งสลายการชุมนุมไปแล้ว แต่พวกตนมองผู้ชุมนุมเหมือนเป็นญาติพี่น้อง จึงไม่ใช้ความรุนแรง ตนจะทำให้เห็นว่าการเรียกร้องประชาธิปไตยของ กปปส.ครั้งนี้ มีทั้งยาเสพติด หัวน๊อตและอาวุธ ปุ๋ยยูเรีย ส่วนประกอบทำระเบิด เมื่อเป็นอย่างนี้จะไปปฎิรูปแบบไหน
"เราเจออาวุธ ฉะนั้นนายสุเทพ ต้องตอบประชาชนคืนนี้ว่าจะปฎิรูปประเทศแบบไหน เราพบว่ามีการเตรียมการไว้พร้อมที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีทั้งอาวุธและยาเสพติด นายสุเทพควรเลิกการชุมนุม และจะมาปฎิเสธไม่รับผิดชอบไม่ได้ เพราะนายสุเทพ ประกาศทุกคืนว่า การชุมนุมทุกที่เป็นแนวร่วมของ กปปส.ท่านนายกฯ กำชับให้เราละมุนละม่อม ผมพูดจริงวันนี้เราจะปฎิบัติการหลายจุดก็ได้ แต่จะไม่ทำเหมือนนายสุเทพ ที่ไม่ทำยิง ไม่ทำกระทืบ เราจะไม่ทำอย่างนั้น เราเลือกคืนพื้นที่จุดนี้จุดเดียว เพราะให้เป็นตัวอย่างกับประชาชน ให้ได้กลับบ้าน หากผู้ชุมนุมไม่รับฟัง พวกผมจะรุกคืบ พื้นที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ปล่อยไว้ 3 วัน 7 วัน ไม่ต้องเข้าก็ได้ เพราะเข้าแล้วจะกลัวของผู้ชุมนุมเสียหาย วันนี้อยากให้ทาง ป.ป.ช.มาดูของกลางเหล่านี้ และให้ผู้มีความรู้มาดู จะได้รู้ว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ได้ปราศจากอาวุธ" ผอ.ศรส.ระบุ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มของหลสงปู่พุทธอิสระ ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โชคดีว่าวันนี้เป็นวันมาฆบูชา ไม่เช่นนั้นจะให้ลูกน้องไปนิมนต์ออกมาแล้ว เพราะกลุ่มหลวงปู่ไม่ได้ชุมนุมสงบปราศจากอาวุธ และปิดกั้นการทำงานในศูนย์ราชการ แต่วันที่ 15 ก.พ.นี้ จะมีการแจ้งภารกิจ โดยจะส่งคนไปบอกหลวงปู่ว่า จะอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว เพราะหลวงปู่เริ่มเพี้ยน จึงขอให้กลับบ้านได้แล้ว ซึ่งถ้าตนใข้อารมณ์คงจบไปแล้ว อย่างไรก็ตามหากเราปล่อยให้เป็นเช่นนี้ บ้านเมืองจะอยู่กันไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่ารัฐล้มเหลว ส่วนกลุ่มที่ชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทย จงดูไว้ และกลับบ้านได้แล้ว เพราะถือเป็นการบุกรุกสถานที่ราชการ
"กลับบ้านกันเถอะ เพราะเขาเลือกตั้งกันแล้ว และจะเลือกตั้งกันต่อ เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว ค่อยเสนอแนวทางปฎิรูปมา รัฐบาลพร้อมรับฟัง ไม่ว่าจะ 6 เดือนหรือ 1 ปี ทั้งนี้ในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีคนกลาง มันมีแค่รัฐบาลและฝ่ายค้าน ส่วนพวกเสนอตัวเป็นคนกลาง ก็ให้กลับบ้านไป ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ จะมีการประชุมที่ ศรส.เพื่อวางมาตรการ โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กรณีสถานที่ราชการที่ถูกยึด โดยเราจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว สถานที่ราชการไหนถูกยึด ให้แจ้งเข้ามา เราจะไม่มีการเจรจา แต่จะจับกุมทันที ที่ผ่านมาเราปล่อยให้ผู้ชุมนุมมาตลอด โดยการชุมนุมของนายสุเทพ ไม่มีทางสำเร็จ เพราะเข้าข่ายกบฎ ปลุกระดม และไม่ให้ความจริงกับประชาชน ซึ่งในความเป็นจริงข้าราชการตำรวจ มีความพร้อมที่จะเข้าสลายม็อบทุกที่ แต่นายกฯ กำชับไว้แล้ว ฉะนั้นขอเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมที่จะมาจาก จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี หันเลี้ยวรถกลับบ้านได้แล้ว ไม่ต้องเขื่อคำพูดแกนนำ " ผอ.ศรส.ระบุ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ขอฝากบอกไปยังนายสุเทพและคณะ รวมถึงนักวิชาการทั้งหลายที่อยากได้ดีจากผลของการปฎิวัติ หารายการมาดีเบตกับตนว่า คุณจะปฎิรูปประเทศอย่างไร แต่อยากให้ดูว่านายสุเทพ ทุจริตโครงการสร้างโรงพักตำรวจ และไม่ยอมไปขึ้นศาลในคดีการตายของคนเสื้อแดง ตรงนี้ตนไม่อยากเรียกว่าเป็นหน้าตัวเมีย โดยยอมรับว่าตนอายต่างชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาลอยู่ในสภาพแบบนี้ ถ้าเป็นที่ต่างประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา หากใครไปปิดทำเนียบนายกฯ เขายิงอย่างเดียว เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากนายสุเทพ พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง แค่ลำพังนายสุเทพ คงไม่กล้าทำ และที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ลงเลือกตั้ง เพราะลงไปก็แพ้เหมือนเดิม ทั้งนี้ตนขอชื่นชมนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาวิเคราะห์เส้นทางเดินของนายสุเทพ กับเงินบริจาคที่ได้ โดยเป็นการจับผิด ไม่มีการได้ยอดเงินบริจาคตามที่ประกาศ แต่เขาเอาเงินไปแจกพวก ส.ก.และ ส.ข.เท่านั้น
"วันนี้เราไปที่ไหน เราก็ยึดได้หมด แต่เราไม่ทำ ส่วนที่คนเสื้อแดงที่โกรธผมเรื่องการจัดการม็อบช้า อย่าโกรธผมเลย เพราะหลังจากนี้จะเป็นแบบนันสต็อปจนกว่าจะเรียบร้อย ทั้งนี้ขอยืนยันว่าจะไม่มีการสลายม็อบ แต่ไม่ยืนยันเริ่องจับกุมนายสุเทพ หากอยู่ภายนอกคนเดียว เราพร้อมจับตลอด " ผอ.ศรส.ระบุ
เมื่อถามว่า วันนี้ถือว่าภารกิจสำเร็จหรือไม่ และถ้าหากม็อบกลับมาอีกจะทำอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า วันนี้ตำรวจดีใจและขอบคุณผู้ชุมนุม ไม่มีบาดเจ็บ ตรงนี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ถ้าม็อบกลับมา ถือว่าเป็นการกลับมาหาเรื่อง ตำรวจก็พร้อมรับมือ ต่อจากนี้ ศรส.ยอมไม่ได้ กำลังพลยังมีอีกเป็นจำนวนมาก
เมื่อถามถึงความคืบหน้ารายชื่อท่อน้ำเลี้ยง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนเคยเป็นสารวัตรกองปราบมา 11 ปี ความลับในสำนวนเขาห้ามเอามาพูด ต้องเรื่องนี้ต้องให้ ป.ป.ง.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้ทำ ถ้ามีปัญหาอะไรให้มาบอกตน ส่วนการเนรเทศนายสาธิต เซกัล แกนนำกลุ่ม กปปส.ที่ไนำมวลชนปยึดวิทยุการบิน โดย ตม.ได้ส่งเรื่องให้เนรเทศ แต่ทางมหาดไทยจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ ส่วนตนใครจะถูก หรือไม่ถูกเนรเทศ ก็ไม่ได้สนใจ
จากนั้นเวลา 10.50 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังถอยร่นกลับที่ตั้ง ผู้ไม่หวังดีได้มีการปาประทัดยักษ์มาจากฝั่งผู้ชุมนุม กปท.เข้าใส่วงสื่อมวลชนที่เชิงสะพาน ส่งผลให้นายวัชรินทร์ กลิ่นมะลิ ช่างภาพสายอาชญากรรม นสพ.สยามรัฐ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าด้านขวา ถูกนำส่งโรงพยาบาลเดชา
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 12.45 น.กลุ่ม กปปส.นำโดยนายพุฒพงษ์ ปุณณกันต์ นายชุมพล จุลใส และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ สรส.พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง ได้เคลื่อนขบวนออกจากกระทรวงมหาดไทย มายังที่ด้านหน้า บช.น.ก่อนประกาศบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงว่า จะมากินข้าวเที่ยงที่นี่ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่า ประชาชนไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เป็นขี้ข้าของระบอบทักษิณ





