วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนะแก้หนี้ชาวนาด้วยการรีไฟแนนซ์

วงเสวนาหาทางออกแก้ปัญหาหนี้ชาวนา แนะให้รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการขายข้าว รีไฟแนนซ์หนี้ เฉพาะช่วงก่อนยุบสภา

คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา ได้จัดเสวนา เรื่อง"ช่วยชาวนาอย่างไร โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และรักษาวินัยการเงิน การคลัง" โดยมีนักวิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเวที โดยนายอัมมาร์ สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มองกรณีที่รัฐบาลเป็นหนี้ชาวนา กว่า 1.3แสนล้านบาท และไม่สามารถแก้ไขได้เพราะติดเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (3) ที่ระบุว่ารัฐบาลรักษาการต้องไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกผันต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดต่อไป แต่ตนมองว่าหากพิจารณาบนเงื่อนไขช่วงการประกาศยุบสภา คือ วันที่ 9 ธ.ค. 56 นั้นสามารถที่จะปลดล็อคเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญได้เพราะหนี้ที่เกิดก่อนการยุบสภารัฐบาลสามารถดำเนินการได้โดยไม่ถือว่ามีผลผูกพันต่อ ครม. ชุดใหม่ เนื่องจากเป็นโครงการต่อเนื่อง

"ผมมองว่าหากจะอนุโลม โดยเงื่อนไขของวันประกาศยุบสภาน่าจะทำได้ ถ้ายื่นศาลรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญใจกว้างและตีความว่าไม่เป็นการผูกผัน ครม.ชุดใหม่ และถ้ารัฐบาลยอมแพ้และยอมรับว่า อั๊วไปกู้เงินมาเยอะแล้ว แต่ไม่มีเงินจ่าย ก็สามารถบริหารจัดการหนี้ให้ชาวนาและชาวนาได้รับเงิน คือ ทำตามกฎหมายบริหารหนี้ ที่ให้รัฐบาลรักษาการสามารถรีไฟแนนซ์หนี้ได้เฉพาะหนี้ที่เกิดก่อนวันที่ 9 ธ.ค. 56 แต่หนี้ที่เกิดหลังการยุบสภาต้องหาทางออกอย่างอื่น เพราะถือเป็นหนี้ใหม่ อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลค้างจ่ายเงินชาวนามากถึง 1.3 แสนล้านบาท ถือเป็นความน่าอับอาย แต่ความเลวร้ายกว่านั้นคือโครงการรับจำนำข้าวทำลายวินัยการเงินการคลัง ดังนั้นหากจะมีการปฏิรูปเกิดขึ้นต้องอุดช่องโหว่ตรงนี้ที่เกิดจากนโยบายประชานิยม ด้วยการนำเข้าสู่ระบบรัฐสภาให้มีการตรวจสอบ แม้ว่าท้ายสุดเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภาจะยกมือผ่านให้ แต่อย่างน้อยการเข้ารัฐสภาถือเป็นการสร้างสัญญา หากรัฐบาลจะทะลุกรอบก็ทำได้ไม่ง่าย และรัฐบาลไม่สามารถขยายกรอบเพดานเงินกู้จนส่งผลต่อวินัยการเงินการคลังได้" นายอัมมาร์ กล่าว

นักวิชาการเกียรติคุณทีดีอาร์ไอ กล่าวด้วยว่าโครงการรับจำนำข้าวถือว่าเป็นการทุจริตที่มีใบเสร็จ เพราะรัฐบาลจงใจไม่นำใบประทวนไปทำบัญชี เพื่อปกปิดข้อมูลทั้งราคาและจำนวนการขาย ดังนั้นเชื่อว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีจริยธรรมต้องดำเนินคดีทางอาญากับผู้กระทำผิด สิ่งที่พิสูจน์ชัดคือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่สามารถได้ข้อมูลราคาขายได้ ดังนั้นหัวใจของการคอรัปชั่นโครงการนี้คือ ช่วงการขายข้าว ทั้งนี้มีคนสงสัยหรือไม่ว่ารัฐบาลระบุว่าได้ขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐให้กับประเทศจีน แต่ท้ายสุดก็พบว่าโกหก แต่ข้าวที่คนไทยบริโภคทุกวันนี้มาจากไหน ตนเฉลยให้ว่าเป็นข้าวที่เล็ดลอดมาจากการคอรัปชั่น ทั้งนี้ตนอยากให้นักการเมือง และข้าราชการออกมารับผิดชอบด้วยนอกจากการรับผิดชอบของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เท่านั้น

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ทางวิชาการปัญหาเรื่องดังกล่าวมีทางแก้ 3 ทาง คือ 1.ทางการเงินด้วยการกู้เงิน แต่อาจจะมีข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย หากจะโอนงบประมาณในส่วนของกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อพัฒนาด้านคมนาคม อาจจะเป็นการริดรอน ครม.ชุดใหม่ที่อยากพัฒนาส่วนการคมนาคมที่ถูกโยกงบประมาณไปแล้ว หรือการกู้เงินผ่านสถาบันการเงินในและต่างประเทศ ตนกังวลว่าธนาคารที่ให้กู้อาจจะถูกฟ้องร้องได้ในฐานะผู้สนับสนุน หากในอนาคตหากมีการตีความว่าเป็นผลผูกพัน ครม.ใหม่ ในส่วนข้อเสนอที่จะให้มีการคืนข้าวให้ชาวนา โดยคืนในปริมาณ 1.5 เท่าที่รับจำนำเพื่อชดเชยชาวนา อาจจะติดปัญหาว่าจะใช้ระเบียบใดมาปฏิบัติ, 2.ด้านการตลาด ด้วยการขายข้าวซึ่งตนมองว่าเป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย แต่การขายนั้นต้องใช้วิธีการประมูลล็อตใหญ่ คือ 2 ล้านตันต่อเดือน หากทำได้คาดว่าภายใน 6-8 เดือนจะได้เงินมาปลดหนี้ให้ชาวนาได้ แต่วิธีนี้อาจจะติดปัญหาเรื่องสต็อกข้าวและคุณภาพ และ 3.ด้านการเมือง คือ การเดินหน้าจัดการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 2 ก.พ.ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งอาจจะต้องใช้การเจรจากับกลุ่ม กปปส. เบื้องต้นอาจจะทำได้ช้า ดังนั้นทางที่เร็วในการแก้ปัญหาด้านการเมือง คือ รัฐบาลรักษาการต้องลาออก และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ด้วยวิธีที่ถูกต้องกฎหมาย

นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่าการแก้ปัญหาตามที่เสนอ เช่น การขายข้าว อาจจะมีปัญหาเรื่องราคา หรือ การนำใบประทวนมาจำนำกับโรงสี อาจติดปัญหาเรื่องเงื่อนไขในทีโออาร์ และกรอบเวลาที่ต้องปรับปรุงข้าวเพื่อส่งขาย และที่สำคัญประเด็นว่าจะให้รับจำนำใบประทวน ราคาร้อยละ 50 ของมูลค่า อาจจะทำให้สับสนว่ามูลค่าตลาด จำนวน 8,000 บาทต่อตันหรือราคารับจำนำที่ 1.5หมื่นบาทต่อตัน นอกจากนั้นแล้วโรงสีอาจจะมีความกังวลในกรณีดังกล่าว โดยนำบทเรียนจากโรงสีสิริภิญโญที่ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 120 ล้านบาทเพราะขาดมติ ครม.รับรอง แต่หากกรณีดังกล่าว ครม. มีมติรองรับและดำเนินการได้ตนมองว่าอาจจะได้เงินเพียง 1,200-1,300 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนประเด็นคืนข้าวให้ชาวนา อาจจะมีปัญหาเพราะข้าวเปลือกที่รับจำนำถูกแปรสภาพเป็นข้าวสารหมดแล้ว และอาจจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพ ดังนั้นตนมองว่าวิธีที่สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายหรือกระทบวินัยการเงินการคลัง คือ การนำมติครม.ที่กำหนดจ่ายค่าชดเชยค่าต้นทุนข้าวนาปรังรอบพิเศษ ช่วงกันยายน - ตุลาคม 2556 ราคา 2,100 บาทต่อตัน แต่ต้องกำหนดเฉพาะช่วงก่อนการยุบสภา วันที่ 9 ธ.ค. 56 เท่านั้น

ขณะที่นางอัจนา ไวความดี อดีตรองผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการเงินฯ กล่าวว่าต้องแก้ปัญหาด้วยการระบายข้าว ส่วนวิธีการอื่น ๆ ที่มีการเสนอ เช่น การคืนข้าวให้กับชาวนา จำนวน 1.5 เท่าที่รับจำนำ อาจจะเป็นการสร้างภาระให้กับ ครม.ชุดใหม่และอาจจะไม่มีกฎหมายใดรองรับ ส่วนแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว คือ กำหนดให้นโยบายประชานิยมทุกรูปแบบต้องทำเป็นกฎหมายเพื่อให้รัฐสภาตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารอนุมัติวงเงินจำนวนมากตามใจ

ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา กล่าวว่าทางเดียวที่แก้ปัญหาได้ คือ รัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันต้องลาออกเพื่อเปิดทางให้มีรัฐบาลคนกลางเข้ามาแก้ไข เพราะล็อคของรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ไม่เป็นข้อจำกัดของการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ ส่วนวิธีที่รัฐบาลรักษาการจะพ้นจากการทำหน้าที่ คือ 1.ลาออก หรือ 2.พ้นโดยกฎหมาย ซึ่งตนฝากความหวังไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะเร่งทำงานตรวจสอบและให้ใบแดงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้มีการใช้อำนาจที่ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยเร็ว

ขณะที่นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่ารัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันไม่ได้แก้ไขปัญหาให้กับชาวนา ดังนั้นหากปล่อยให้ยืดเยื้อ ชาวนาจะพกอาวุธ คือ ไข่เน่า ไว้ขว้างใส่รัฐมนตรี ส่วนกรณีที่ชาวนาออกมาชุมนุมเพราะเดือดร้อนอย่างแท้จริง ไม่มีเบื้องหลังใด ๆ และประเด็นสำคัญคือต้องการให้ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว และเร่งปฏิรูปงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวนา เบื้องต้นตนได้ร่างแผนปฏิรูปไว้หมดแล้ว อย่างไรก็ตามตนทราบมาว่าโรงสีแห่งหนึ่ง ในจ.สระบุรี ได้เร่งขนข้าวออกจากโกดัง โดยไม่มีคำอธิบาย ดังนั้นใน 1-2 วันนี้ ตนจะพาชาวนาไปเปิดโกดังเพื่อตรวจสอบสต๊อกข้าวและคุณภาพ