วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศรส.เล็งเผยชื่อท่อน้ำเลี้ยงกปปส.พรุ่งนี้

ศรส. เตรียมเปิดเผยรายชื่อท่อน้ำเลี้ยงกปปส.พรุ่งนี้ เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับแกนนำกปปส. เพิ่ม 13 ราย

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการ ศรส. แถลงผลการประชุมศรส.ประจำวัน ว่า ศรส.มีผลการประชุม ดังนี้ 1.การที่แกนนำกปปส.นำเอาประเด็นความเดือดร้อนของกลุ่มชาวนาและเกษตรกรมากล่าวอ้างและจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือชาวนา นั้นกปปส.กำลังบิดเบือนนำความทุกข์ของชาวนาใช้เป็นประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ศรส.ได้ติดตามจนได้ความจริงว่า รัฐบาลกำลังเร่งรีบที่จะแก้ไขปัญหาของชาวนาอย่างเต็มที่คาดว่าจะแล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การจัดการจัดหาเงินไปจ่ายชาวนาล่าช้ามาจากการชุมนุมของ กปปส. จนทำให้มีการยุบสภา ทำให้ขั้นตอนที่รัฐบาลจะหาเงินจากธนาคารหรือแหล่งเงินทุนต้องขอความเห็นจากกกต. จนเกิดความล่าช้า ประการสำคัญต้องไม่ลืมว่า กปปส.ได้พยายามทุกรูปแบบไม่ให้รัฐบาลกู้เงินจากสถาบันการเงินและยังเคยดูถูกชาวนา เกษตรกร และคนในชนบท ตลอดว่าเสียงของของคนชนบทเป็นแสนไม่มีคุณภาพ เท่าเสียงของพวกเขาเพียงเสียงเดียว

2.ศรส.ได้เร่งรัดให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกรมสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อขอศาลออกหมายจับประเภท ฉ. ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มเติม 13 คนได้แก่ 1.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 2.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 3.น.ส.จิตภัสร์ กฤษดากร 4.นายสกลธี ภัททิยกุล 5.นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ 6.นายเสรี วงษ์มณฑา 7.นายถนอม อ่อนเกตุพล 8.พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ 9.นายสาวิทย์ แก้วหวาน 10.นายคมสันต์ ทองศิริ 11.นายสุชาติ ศรีสังข์ 12.น.พ.ระวี มาศฉมาดล 13.นายนพพร เมืองแทน ซึ่งการขอศาลออกหมายจับครั้งนี้ เป็นการขอตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แบบเดียวกับที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อน 19 คน หากศาลอนุญาตอีกจะเป็น 32 คน

3.การที่กปปส.นำมวลชนไปบุกล้อม ปิดล้อม สถานที่ราชการ ศรส.จะดำเนินการกับการกระทำผิดนี้อย่างจริงจังตามหลักสากล แต่ก็จะระวังไม่ให้เกิดการสูญเสียกับประชาชน

4.ศรส.ได้รับทราบรายงานผลการสืบสวนสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีการกระทำผิดของแกนนำกปปส.ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง ทั้งในกทม.และต่างจังหวัดภาคใต้ ขณะนี้ได้รับคดีขัดขวางการเลือกตั้งไว้ 119 คดี และคดีเจ้าหน้าที่จงใจละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้ง 80 คดี รวมหมายจับที่ศาลออกให้แล้ว 37 คน

นายธาริต กล่าวด้วยว่า ขณะนี้รวบรวมรายชื่อนายทุนท่อน้ำเลี้ยงกปปส. เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนการทำคำสั่งเพื่อให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ลักษณะเดียวกับศอฉ. ในปี 2553 และวันที่ 11 ก.พ ในช่วงแถลงข่าวหลังการประชุมประจำวันจะมีการเผยแพร่เอกสารรายชื่อกับสื่อมวลชน

นายธาริต กล่าวว่า สำหรับรายชื่อทั้งหมดจะแบ่งเป็น 3 ส่วน 1.ผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพิเศษของดีเอสไอ 58 ราย 2.รายชื่อจากการสืบสวนของดีเอสไอ 31 ราย และรายชื่อที่เหลือจากตำรวจสันติบาล ทั้งนี้ 58 รายชื่อนั้นตกเป็นผู้ต้องหาชัดเจน ส่วนนอกเหนือจากนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยเข้าข่ายในการสนับสนุนในลักษณะท่อน้ำเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน อุปกรณ์อุปโภค บริโภค ซึ่งยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา เพียงแต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินกฎหมายได้ให้อำนาจฝ่ายบริหารสามารถที่จะสั่งให้ระงับการทำธุรกรรมชั่วคราวเพื่อตรวจสอบเท่านั้น โดยไม่ได้มีการเข้าไปยึดทรัพย์ ซึ่งจะมีการเชิญมาให้ชี้แจงที่มาที่ไปของเงิน ถ้าชี้แจงได้ก็จบไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าชี้แจงไม่ได้แล้วมีพยานแวดล้อมประกอบว่าเป็นผู้สนับสนุนกระทำความผิด ก็จะถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี ในฐานะเป็นผู้สนับสนุน หรือตัวการร่วมกับแกนนำกปปส. ทั้งนี้ศรส.จะปฏิบัติภายใต้กฎหมายและวิธีการรูปแบเดียวกับศอฉ. ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ