"คกก."ถกเนรเทศ "สาธิต เซกัล "บ่ายโมงวันนี้ รับหลักฐานเบาหวิว
แหล่งข่าวระดบสูงจากคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองระบุว่า คณะกรรมการจะมีการพิจารณากรณีมีการเสนอให้เพิกถอนใบอนุญาตถิ่นพำนักอาศัยในประเทศไทยของนายสาธิต เซกัล นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย และแกนนำ กปปส. ในวันจันทร์ที่ 10 ก.พ.เวลา 13.00 น.ตามที่ดีเอสไอ และร.ต.อเฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรสเสนอมาให้พิจารณาตามมาตรา 12 ห้ามมิให้คนต่างด้าวซึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เข้ามาในราชอาณาจักร ตามวงเล็บ (7)ว่า มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับหรือไม่
สำหรับคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองมาตรา 6 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองคณะหนึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ , ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ , อธิบดีกรมตำรวจ , อธิบดีกรมแรงงาน , อธิบดีกรมอัยการ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ และผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมือง เป็นกรรมการและเลขานุการ
"ผมเห็นสำนวนของนายสาธิต เซกัลทั้งหมดแล้ว เห็นว่า หลักฐานไม่รัดกุมพอ มีการตัดข่าวในหนังสือพิมพ์จากฉบับต่างๆมาอยู่ในสำนวนว่า ไปปิดกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ขณะที่กระทรวงเหล่านั้นก็ไม่ได้ไปแจ้งความกล่าวโทษเลย ดังนั้นอยากถามว่า นายสาธิตมีพฤติกรรมดังกล่าวจริงหรือ เรื่องนี้คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า นายสาธิตมีพฤติกรรมจริงหรือไม่ก่อนจะไปเพิกถอนใบอนุญาตถิ่นที่อยู่" แหล่งข่าวกล่าว และว่าเรื่องนี้คณะกรรมการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ถ้านายสาธิตไปฟ้องศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายคณะกรรมการจะรับผิดชอบไหวหรือเปล่า ถ้านายสาธิตเกิดไปฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นพันล้านบาทแล้วชนะคดี
อย่างไรก็ตามการเพิกถอนใบอนุญาตถิ่นพำนักเป็นของ รมว.มหาดไทย แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ย่อมเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้ดูแลแทน เป็นที่น่าสังเกตพฤติกรรมของนายสาธิตได้เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นช่วงการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ไม่ใช่ช่วงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่อย่างใด ซึ่งการพิจารณาของคณะกรรมการเพิกถอนใบอนุญาตคงเป็นไปด้วยความยากลำบากมากๆ นอกจากนี้ใบอนุญาตของนายสาธิตก็มาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ พ.ศ.2507 ไม่ใช่เพิ่งมาอยู่เลย ขณะที่ญาติของนายสาธิตก็ได้ถือสัญชาติไทยกันหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีเนรเทศที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มีจำนวน 7 - 8 คดี ที่เนรเทศไปแล้วส่วนใหญ่ศาลได้ตัดสินว่ามีความผิดจริงมีการดำเนินการใสั่งให้ออกจากนอกประเทศ





