วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถกจำนำขัาว'งานนี้ไม่ใช่การเมือง'

เสวนาถกจำนำขัาว "ประธานศูนย์ข้าวตะวันตก"ลั่นงานนี้ไม่ใช่การเมือง ยันมาเพราะชาวนาเดือดร้อนจริง จี้รัฐบาลเผยความจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 , ชมรมนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (เอสวีเอ็น) , เครือข่ายปฎิรูปพลังงานไทย , องค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่น ได้ร่วมจัดงานเสวนาหัวข้อเรื่อง “ทางตันจำนำข้าว : ทางรอดชาวนาไทย” โดยมีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟัง

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวเปิดงานเสวนาว่า วิกฤติครั้งนี้ของชาวนา ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เพราะไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่เกิดจากความผิดพลาดของนโยบายรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลพยายามออกนโยบายเอาใจชาวนา แต่วันนี้นโยบายดังกล่าวได้ทำให้ชาวนาทุกข์ยากลำบาก เพราะโครงการรับจำนำข้าวล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และปรากฎข่าวว่า ชาวนาบางส่วนลำบากถึงขั้นฆ่าตัวตาย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อเข้าสู่ช่วงเสวนา ทางนายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก กล่าวว่า ถ้าจะถามชาวนาว่า ที่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้มีนัยทางการเมืองเข้ามาแอบแฝงหรือไม่ ขอตอบเลยว่าไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เรามาเรียกร้องเรื่องเงินจำนำข้าว และมีการเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการจำนำข้าวรอบนี้ เริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 ที่จะสิ้นสุดลงวันที่ 28 ก.พ.ทำไมรัฐบาลไม่จ่ายเบินให้ชาวนา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชาวนาสามารถนำใบประทวนไปขึ้นเงินกับ ธกส.ได้ภายใน 7 วัน แต่ครั้งนี้พบว่าชาวนาส่วนใหญ่ยังไม่ได้เงินเลย โดยรัฐบาลจ่ายเงินให้ขาวนานประมาณ 30-40% หรือประมาณ 5 หมื่นกว่าล้านบาท จากยอดเต็มที่ต้องจ่ายประมาณ 1.7 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าช่วงเดือน ต.ค.- พ.ย.2556 ที่รัฐบาลยังมีอำนาจเต็มอยู่นั้น ทำไมไม่พยายามช่วยเหลือชาวนา แต่มาดิ้นรนช่วงยุบสภาในเดือน ธ.ค.แล้ว พร้อมกับบอกกับคนสังคมว่า การเคลื่อนไหวของชาวนาในครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง

นายระวี กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เราได้ยื่นเรื่องร้องเรียนถามผู้ว่าราขการจังหวัดในเขตภาคตะวันตก เพื่อสอบถามไปยัง รมว.พาณิชย์ ซึ่งได้มีการส่งเรื่องกลับมาว่า จะจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ทันภายในวันที่ 15 ม.ค.ก่อนจะมีการเลื่อนให้เป็นวันที่ 25 ม.ค.หลังจากนั้นชาวนาจึงรวมตัวกันปิดถนน ทางรัฐบาลจึงส่งผู้ว่าราชการจังหวัด เข้ามาเจรจาอีกครั้ง และบอกเราว่าจะจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ภายในวันที่ 31 ม.ค.แต่ครั้งเราไม่ฟังแล้ว จากนั้นเราจึงเดินทางมาปิดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอเข้าพบ รมว.พานิชย์ แต่ไม่เป็นผล โดย รมว.พาณิชย์ กลับออกไปให้ข่าวว่ามีการเมืองเข้ามาแทรก รัฐบาลจึงไม่สามารถให้เงินได้

"ผมขอยืนยันว่าเราไม่มีการเมืองหนุน แต่ถามว่ามีการเมืองขักจูงไหม ตอบได้ว่ามีครับ แต่เรายังคงยืนกรานที่จะทวงเงินจำนำข้าวเท่านั้น และทุกวันนี้ชาวนาที่มาร่วมชุมนุมน้อย เพราะบางคนไม่มีเงินที่จะขึ้นมาร่วมชุมนุม แต่จะมีการสลับสับเปลี่ยนกันมาชุมนุม ทุกวันนี้มีคน กทม.และนนทบุรี ช่วยบริจาคเงินประมาณ 8 แสนกว่าบาท ซึ่งจะเป็นเงินค่ารถให้กับชาวนา ผมได้ยินข่าวว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้รับบริจาคเงินมาช่วยเหลือผู้ชุมนุมชาวนานั้น ผมบอกเลยว่าเราพร้อมรับเงิน แต่ถ้าคนเสื้อแดงจะมาบริจาค เราก็พร้อมรับเช่นกัน ทั้งนี้ขอย้ำว่า ถ้าได้เงินจำนำข้าวจากรัฐบาลที่ยังค้างชาวนาอยู่ประมาณ 1.2 แสนล้านบาทแล้ว เราจะกลับบ้านทันที ตรงนี้อยากให้เข้าใจชาวบ้านด้วย เพราะชาวบ้านมีทั้งชื่นชอบกลุ่ม กปปส.และกลุ่มเสื้อแดง แต่ไม่ได้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ที่มาเรียกร้องด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งถ้านายสุเทพ จะมาทวงบุญคุณให้เราชาวนาอยู่ต่อ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็ขอให้มาเอาเงินบริจาคกลับคืนไปเลย " นายระวี ระบุ

นายระวี กล่าวต่อว่า ทางเดียวที่จะให้ชาวนากลับบ้าน คือ รัฐบาลต้องเอาเงินมาให้ชาวนาทั่วประเทศเท่านั้น โดยวันที่ 10 ก.พ.เราจะไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นฟ้องรัฐบาลฉ้อโกงประชาชน และจะเดินทางไปพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นักษาการนายกฯ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี แต่ถ้านายกฯ หรือ รมว.พาณิชย์ ยังไม่คิดจะพูดคุยกับชาวนา เราจะเดินหน้าตรวจโกดังข้าวในแต่ละจุดต่อไป

" ขณะนี้รัฐบาลแทบไม่มีทางออกแล้ว เหมือนวิ่งวนในเขาวงกต ถ้าคิดจะระบายข้าวออกจากสต็อก ต้องขายเป็นจำนวนมาก เพราะอีก 4 เดือน ข้าวชุดใหม่จะมาสมทบ แล้ววันนั้นจะเป็นยังไง ฉะนั้นวันนี้รัฐบาลควรทำผิดกฎหมายสักครั้งให้ชาวนาผู้เดือดร้อน และไม่ต้องกลัวอะไร เพราะไหนๆ รัฐบาลก็ทำผิดกฎหมายมาตั้งหลายเรื่องแล้ว ผิดระเบียบแต่สุจริต ไม่โกง ไม่มีใครว่า สงสารชาวนาก็ทำเพื่อชาวนา ถ้าติดขัดเรื่องอำนาจจำกัด ก็ออกไป ให้คนมีอำนาจเต็มเข้ามาดำเนินการ และวันนี้ผมอยากเรียนถามไปยัง ป.ป.ช.ว่าคดีไหนที่มีผลกระทบในวงกว้างกับประชาชน อย่างคดีจำนำข้าว จะสามารถเร่งรัดให้มีการชี้มูลเร็วขึ้นได้หรือไม่ " นายระวี ระบุ

ด้านนายวัลลภ พิชญ์พงศา อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลตั้งราคาจำนำข้าวสูงกว่าตลาดประมาณ 30% ส่งผลให้เอกชนไม่มีความมั่นใจที่จะเข้าไปซื้อข้าวในราคานี้ ทำให้รัฐบาลต้องสต็อกข้าวไว้เป็นจำนวนมาก รัฐบาลกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งออกแทนเอกชน โดยใช้เงินไปกว่า 7 แสนล้านบาท และยังมีค่าบริหารจัดการอีก 1 แสนกว่าล้านบาท ที่นำเงินไปใช้ในการดำเนินการ เช่น การเช่าโกดัง แต่การมีสต็อกไม่สามารถทำได้ตลอดไป เพราะไม่มีเงินได้ตลอด ไม่มีที่เก็บข้าวที่เพียงพอ การนำไปแปรรูปเป็นข้าวถุงก็มีปัญหา การบริหารจัดการก็ไม่เพียงพอต่อการนำเงินมาหมุนเวียนในโครงการ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งระบายข้าวในโกดัง เพื่อนำเงินไปคืนให้เกษตรกร แต่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ขายได้ก็ต้องรอเวลาที่จะได้เงินจากผู้ประมูล เพราะต้องจ่ายเป็นงวดๆ อยู่แล้ว การขอร้องโรงสีให้ช่วยเงินชาวนาไปก่อน จากราคาประทวนนั้นเป็นเรื่องยาก วันนี้รัฐบาลอยู่บนทางสองแพร่ง คือ 1.ต้องการเงิน 2.หากเร่งระบายข้าว ราคาก็จะตก จึงต้องค่อยๆ ระบายออกไป คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 -3 ปี จากจำนวนสต๊อกที่มีอยู่ในเวลานี้ ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาการเมือง แต่เป็นปัญหาการบริหารจัดการของรัฐบาล

" ปัญหาวันนี้ยากมาก รัฐบาลทำได้แค่ระบายข้าว หรือว่าจะกู้เงินที่ไหนมา และไม่รู้ว่าจะผิดหลักกฎหมายหรือไม่ โดยวันนี้ไม่ใช่ปัญหาด้านการเมือง แต่เป็นปัญหาด้านบริหารจัดการเรื่องจำนำข้าว ทำธุรกิจไป แต่ไม่มีเงินมาคืนเจ้าหนี้ จะไปกู้เงินธนาคาร เขาก็คงไม่กล้าให้กู้หรอก รัฐบาลคงต้องยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง อย่าไปโยงการเมือง " นายวัลลภ ระบุ

ขณะที่นายมานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลมีหน้าที่คืนเงินทุกบาทให้ชาวนา แต่วันนี้ชาวนากลับต้องมาแบกรับปัญหาทั้งหมดไว้ โครงการรับจำนำข้าวนี้เป็นแนวคิดของรัฐบาล ไม่ได้เป็นแนวคิดชาวนา หากจะทำอะไรเพื่อบ้านเมือง ก็ต้องมีการคิดและวางแผน รัฐบาลไม่มีเงินจ่ายชาวนามาตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 แต่กลับไม่ได้คิดทำอะไร การปฏิเสธการให้กู้ของธนาคารพาณิชย์ ไม่ใช่เรื่องของความใจดำ แต่เป็นเพราะโครงการนี้มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใส่ รัฐบาลต้องดำเนินการอยางโปร่งใส่ว่า จะทำอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไรที่จะคืนเงินให้ชาวนาทุกบาททุกสตางค์ หากทำได้เชื่อว่า ธนาคารพาณิชย์พร้อมจะให้ความร่วมมือ

" เมื่อช่วงเริ่มโครงการนี้ ก็มีคนออกมาคัดค้านเป็นจำนวนมาก และเมื่อรัฐบาลทำโครงการผ่านไปได้ประมาณ 1 ปี ก็เริ่มมีเรื่องคอรัปชั่นร้องเรียนเข้ามาแล้ว ซึ่งวันนั้นเราอยากรู้ข้อมูลจริงๆ ว่า รัฐบาลซื้อมาเท่าไหร่ และขายไปเท่าไหร่ แต่รัฐบาลกลับบอกว่าเป็นความลับ ซึ่งความลับในวันนั้นก็กลายเป็นปัญหาระดับชาติในวันนี้ ฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้รัฐบาลชุดนี้ โค้งหัวรับฟังความเห็นจากนักวิชาการ หรือธนาคารบ้าง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้ขาวนา เพราะไม่ควรปล่อยให้ชาวนาต้องมารอรัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาแก้ปัญหา " นายมานะ ระบุ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 กล่าวว่า เรื่องจำนำข้าวนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบพบว่ามีหลักฐานในการแสวงประโยชน์ และได้ส่งเรื่องไปยังรัฐบาลหลายครั้งว่า โครงการนี้มีการทุจริต ชาวนาได้ประโยชน์จากโครงการจำนำข้าวน้อยมาก เมื่อเทียบกับวงเงินที่ตั้งไว้ แต่ไม่มีใครกล้าท้วงติงเรื่องแบบนี้ เพราะอาจถูกกล่าวหาว่าไม่ช่วยชาวนา รัฐบาลบริหารแบบนี้เป็นการบริหารแบบน้ำลดตอผุด รัฐบาลบริหารประเทศต่อไปไม่ได้แล้ว การลาออกไปจะเป็นทางออกที่ดี เพราะจะเกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหา

" รัฐธรรมนูญบอกว่าให้เปิดประชุมรัฐสภาภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง วันนี้ยังมีรัฐสภาอยู่ เพราะยังมีวุฒิสภา และเมื่อเปิดสภาแล้วต้องเลือกนายกฯ ภายใน 30 วัน ฉะนั้นรัฐบาลรักษาการไม่อาจอยู่ได้เกิน 60 วัน ซึ่งจะไปครบในวันที่ 1 เม.ย. แต่ถ้าถึงวันนั้นรัฐบาลไม่ออก จะทำอย่างไร ถ้าคนที่เป็น ครม.ไปสั่งงานในกระทรวง เจ้าหน้าที่จะทำอย่างไร ถ้าปฏิบัติก็จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การสั่งงานจะเริ่มรวนแล้ว คนที่จ่ายเงินเดือนจะกล้าจ่ายหรือไม่ เพราะจ่ายไปแล้วต้องรับผิดชอบ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาให้ชาวนาได้ ก็ต้องลาออกไป หรือไม่ก็รอ ป.ป.ช.ชี้มูลว่า นายกฯ ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาร้องเรียน ถามว่าทำไมรัฐบาลถึงกล้าให้เงินจำนวนสูงกัับชาวนา ในโครงการรับจำนำข้าว เพราะรัฐบาลคาดหวังเรื่องคะแนนเสียง เรื่องผลประโยชน์จากระบบในโครงการ อย่างไปสร้างบริษัทตัวเอง แล้วมาบอกขายข้าวระหว่างประเทศได้ เรื่องบุญคุณจากชาวนาทั่วประเทศ ซึ่งตรงนี้เรียกตรงๆ ว่าชาวนาถูกรัฐบาลหลอก " นายเสรี กล่าว