ศรส.แจ้งด่านตรวจคนเข้าเมืองห้ามแกนนำกปปส.ที่ถูกออกหมายจับออกนอกประเทศ "สาธิต เซกัล" ส่งตัวแทนยื่นหนังสือกสม.ร้องขอความเป็นธรรมกรณีโดนเนรเทศ
ความเคลื่อนไหวของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) หลังมีการประสานหมายจับศาลอาญาของ 19 แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการจับกุมตัว รวมทั้งความคืบหน้าในการดำเนินการทางกฎหมายกับบรรดาแกนนำ กปปส.คนอื่นๆ นั้น
วานนี้ (7 ก.พ.) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศรส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการ ศรส.แถลงผลการประชุม ศรส.ประจำวันว่า ที่ประชุม ศรส.เห็นสมควรแจ้งด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่งเพื่อห้ามแกนนำ กปปส. จำนวน 19 คนตามหมายจับศาลอาญา (คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) รวมทั้งอีก 39 คนที่กำลังจะขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หากพบให้กักตัวและแจ้งศรส.ทันทีนับแต่วันนี้เป็นไป
นายธาริต กล่าวว่า ส่วนการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส.และแนวร่วมคนอื่นๆอีก 5 คน ได้แก่ หลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายนวการ ขอนศรี นายประเสริฐ ด้วงทิพย์ นายทินกร ปลอดภัย และนายปรีติ เชาวลิต รวมทั้งตามต่างจังหวัดที่ศาลได้ออกหมายจับผู้กระทำผิดเพิ่มอีก 12 คนนั้นจะเร่งรัดจับกุมโดยเร็ว
กก.สิทธิฯเผยมีตำรวจคุกคามบ้านสาธิต
ขณะที่ นายสาธิตได้มอบหมายให้นางชุมศิลป์ โสตถิปรีดาวงศ์ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือต่อ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมืองเพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกรณีที่ ศรส.เตรียมออกคำสั่งเนรเทศโดยกล่าวหาว่าเป็นบุคคลต่างด้าวที่กระทบต่อความมั่นคงตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า ได้รับเรื่องไว้พิจารณาและถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเนื่องจากมีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุกคามถึงบ้านนายสาธิตทั้งที่ยังไม่มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้กรณีที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินและการใช้ชีวิตของนายสาธิตซึ่ง กสม.จะทำหนังสือเร่งด่วนถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส.ให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินการของ ศรส.ด้วยว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่เนื่องจากเห็นว่านายสาธิตใช้สิทธิเสรีภาพโดยไม่ได้กระทำรุนแรงแต่อย่างใด
ให้ออกหมายเรียกแทนหมายจับคดีรื้อป้ายสตช.
ที่ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 63 เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน ศาลนัดฟังคำสั่งตามคำร้องพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ขอให้ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และนายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี กรณีนำกลุ่มผู้ชุมนุม คปท.ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)และได้มีการทำลายป้ายชื่อ สตช.เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานประกอบคำร้องของพนักงานสอบสวนน่าเชื่อว่ามีการกระทำตามคำร้องจริงแต่เห็นสมควรให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนในการออกหมายเรียกบุคคลตามคำร้องก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาใน 2 คดี ประกอบด้วย คดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเป็นหนึ่งใน 19 แกนนำ กปปส.ที่ศาลอนุมัติหมายจับไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนคดีที่สอง คือ คดีร่วมกันปิดล้อมกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2556 ส่วนนายรัชต์ยุตม์ แนวร่วม คปท.นั้นมีหมายจับศาลอาญาในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเป็นหนึ่งใน 19 แกนนำ กปปส.ที่ถูกออกหมายจับเช่นเดียวกัน
ถาวรเผยแผนเคลื่อนไหว กปปส.
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.พร้อมแกนนำ กปปส.ทุกเวทีนำมวลชนเดินเท้าจากบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานตากสินไปตามถนนเจริญกรุงก่อนเข้าไปถนนสีลมเพื่อรับเงินบริจาคที่ประชาชนตลอดเส้นทางที่ออกมาให้การสนับสนุนเพื่อนำเงินทั้งหมดไปช่วยเหลือกลุ่มชาวนาในการเคลื่อนไหวเรียกร้องเงินจากโครงการรับจำนำข้างของรัฐบาล โดยมีประชาชนออกมาให้การสนับสนุนอย่างเนืองแน่น
นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า การเผด็จศึกรัฐบาลในด้านกฎหมายต้องเร่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการไต่สวนคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในรัฐบาล รวมทั้งเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งวินิจฉัยคำร้องที่เกี่ยวกับรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการยุบพรรคเพื่อไทย ส่วนการกดดันด้านการเมืองจะมีกลุ่มมวลชนอื่นๆ เข้าร่วม อาทิ กลุ่มชาวนาเราพร้อมให้การช่วยเหลือหากกลุ่มดังกล่าวร้องขอมาแต่เราจะไม่เข้าไปเชิญชวนเองเพราะชาวนาจะเสียความชอบธรรม
"มาตรการจะมีเรื่อยๆ แต่จะนำมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม ยืนยันว่าเราชุมนุมยืดเยื้อถึงช่วงสงกรานต์" นายถาวร กล่าว
ทบ.จี้ตำรวจเร่งทำคดีหมิ่นสถานบัน
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกมีความเป็นห่วงในเรื่องการรับและเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจสร้างความสับสนและตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่ไม่หวังดีโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันจึงสั่งการให้ทุกกองทัพภาคติดตามตรวจสอบการกระทำหรือการแสดงความคิดเห็นที่เข้าข่ายล่วงละเมิดเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายควบคู่กับมาตรการทางสังคมเพื่อปฏิเสธพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง
“กองทัพบกจะติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยจะส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ และให้กรมพระธรรมนูญประสานงานกับตำรวจ พร้อมติดตามความก้าวหน้าของคดี ทุกเรื่องที่กองทัพบกส่งเรื่องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย โดยจะทำควบคู่กับการใช้มาตรการทางสังคมในการกดดันกับบุคคลที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม" รองโฆษกกองทัพบก กล่าว
ปาระเบิดใส่สถานีวิทยุ 'โกตี๋'
สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงที่เป็นผลสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองนั้นก็มีคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเมื่อกลางดึกวานนี้ (7 ก.พ.) ตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่สถานีวิทยุเพื่อมวลชน เรดการ์ด เรดิโอ FM105.65 เมกะเฮิร์ตซ์ เลขที่ 4/26 หมู่ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาชนธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จ.ปทุมธานี โดยแรงระเบิดทำให้นายมานะ ถวิลพงษ์ อายุ 33 ปี ผู้ดูแลสถานที่ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเพียงลำพังถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุมาจากเรื่องการเมือง
หลวงปู่ฯเผยมีภาพมือยิงเอ็ม79
ส่วนทางด้านการกลุ่มชุมนุมของกลุ่ม กปปส.นั้นก็มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเช่นกัน โดยเมื่อคืนวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม79 จำนวน 2 ลูกตกใกล้เต็นท์พยาบาลในพื้นที่ชุมนุม กปปส.เวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการ กล่าวว่า ไม่ไว้ใจตำรวจจึงให้ทหารกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 1 เข้ามาเก็บพยานหลักฐานไปตรวจสอบแล้ว อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบกล้องอินฟราเรดในพื้นที่การชุมนุมสามารถจับภาพบุคคลต้องสงสัยได้ 3 คน แต่งตัวคลุมโม่งซุ่มอยู่ที่ตึกร้างใกล้พื้นที่โดยด้านล่างมีรถตู้ของตำรวจจอดอยู่
พบระเบิดไม่ทำงานหน้าสาขาปชป.ราชบุรี
ที่ จ.ราชบุรี คนร้ายปาระเบิดใส่ที่ทำการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ สาขาราชบุรี ถนนคฑาธร เขตเทศบาลเมืองของนายบุญมาก ศิริเนาวกุล อดีต ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์แต่ระเบิดไม่ทำงาน จากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดสังหารชนิด MK2 ถอดสลักพร้อมทำงานตกอยู่ที่ประตูหน้าที่ทำการพรรค นอกจากนี้ยังพบกล่องต้องสงสัยวางอยู่ใกล้กันจึงได้นำยางรถยนต์มาครอบไว้เพื่อทำการเก็บกู้
สอบถามนางกัลยา ศิริเนาวกุล ภรรยาของนายบุญมาก และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ประชาธิปัตย์ จ.ราชบุรี ทราบว่า ขับรถกลับมาจากการไปช่วยปราศรัยที่เวทีชุมนุมของกลุ่มชาวนาที่ปิดแยกวังมะนาม ถนนพระราม2 เมื่อกลับมาถึงก็พบวัตถุสีดำวางอยู่ที่พื้นจึงเข้าไปดูพบว่าเป็นระเบิดและมีกล่องต้องสงสัยวางอยู่จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
รุมทำร้าย"ลานนา คัมมินส์"
เมื่อเวลา 05.15 น. วันเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทที่สไปซี่ผับ ถนนชัยศรีภูมิ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบ น.ส.ลานนา คัมมินส์ อดีตนักร้องชื่อดังได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและตามร่างกาย หลังทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นที่เข้าไปเที่ยวผับดังกล่าวและมีการพูดจาล้อเลียนและพาดพิงกรณีน.ส.ลานนาขึ้นเวทีปราศรัย กปปส.ที่กรุงเทพฯ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ





