เพื่อไทยแถลงการณ์หลังหารือพรรคร่วมรัฐบาล เรียกร้องกกต.ทำหน้าที่ตัวเอง เดินหน้าจัดเลือกตั้งให้สำเร็จ
ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทยประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และรมช.เกษตรฯ ร่วมกันอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย หลังการหารือร่วมกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงค่ำของวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยนายภูมิธรรม กล่าวว่า การหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วย นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา และนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นต้น ซึ่งได้ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองร่วมกัน
โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ดังนี้ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ได้อยู่ภาวะปกติ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฎการณ์ที่สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของประชาชนผู้รักและหวงแหนในระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ แม้ว่าการเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ.2557 เกิดขึ้นอย่างค่อนข้างยากลำบาก เพราะถูกขัดขวางอย่างมากจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การขโมยหีบบัตรเลือกตั้ง การล้อมและปิดสถานที่กระจายหีบบัตรเลือกตั้ง การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ การข่มขู่คุกคามเพื่อหวังให้ประชาชนไม่กล้าไปลงคะแนน รวมทั้งเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ขาดการประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนรับรู้ได้น้อยมาก
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ค่อยเอื้อต่อการมาใช้สิทธิของประชาชนคนไทยทั่วประเทศดังกล่าว กลับปรากฏว่ามีประชาชนมากถึงกว่า 20 กว่าล้านเสียงออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถือเป็นการสะท้อนผลการทำประชามติของประชาชนชาวไทย ที่เลือกหนทางการหาทางออกให้แก่ประเทศโดยกระบวนการประชาธิปไตยและวิธีสันติ ซึ่งนั่นเป็นความหวังและอนาคตที่ดีของประเทศไทย และจากสถิติการมาใช้สิทธิของประชาชนที่เผยแพร่โดยสื่อมวลลชนต่างๆ พบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา(2544 - 2554) ประชาชนออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไป มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 71.36% และหากพิจารณาจากสถิติในรอบ 10 ปีมานี้พบว่า มีประชาชน 25-30% ที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิเป็นปกติ ดังนั้นสถิติผู้มาใช้สิทธิประมาณ 45-47% ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นตัวเลขการออกมาใช้สิทธิของประชาชนที่น่าพึงพอใจ เพราะประชาชน 2 ใน 3 ได้ฝ่าอุปสรรคนานาประการเข้ามาใช้สิทธิในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ด้านนายจารุพงศ์ กล่าวว่า เพื่อให้ประเทศมีทางออกโดยสันติ และเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่สะดุดหยุดลง กกต.จะเป็นองค์กรที่มีความสำคัญยิ่งในการช่วยหาทางออกให้ประเทศพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้กกต.เร่งทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเร่งดำเนินการผลักดันการจัดการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จให้ลุล่วงเรียบร้อยโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันความตั้งใจที่จะสนับสนุนและเคารพเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเมื่อ 2 ก.พ. ถึง 20 กว่าล้านเสียง ทั้งนี้ จากที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ร่วมหารือกัน มีความเห็นสอดคล้องกันว่า การดำเนินการเลือกตั้งให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ และนับเป็นบันไดขั้นแรกที่จะช่วยผลักดันให้การปฏิรูปในสังคมไทยประสบความสำเร็จตามที่ทุกฝ่ายปรารถนา และที่สำคัญ 30 มี.ค.2557 นั้น กกต.กำหนดเป็นวันเลือกตั้งส.ว.ชุดใหม่แล้ว ซึ่งผลสำเร็จของการเลือกตั้งทั้งสองส่วนนี้จะทำให้รัฐสภามีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ทั้งส.ส.และส.ว. ซึ่งนับเป็นสถาบันสำคัญที่จะเร่งทำหน้าที่ผลักดันการปฏิรูปประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จต่อไป บนพื้นฐานที่มีกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตยรองรับ
นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยยังยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลที่อยากเห็นรัฐบาลที่จะถูกจัดตั้งขึ้นหลังการจัดการเลือกตั้งของกกต.เสร็จสิ้น เป็นรัฐบาลเพื่อการปฏิรูปที่ทำหน้าที่ผลักดันการปฏิรูปให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปีหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย โดยมุ่งมั่นและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยเข้าร่วมผลักดันการปฏิรูปให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และรีบคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้ระบบการเมืองและภาวะของประเทศกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด





