วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.เร่งถกทีมที่ปรึกษาแก้ปัญหาเลือกตั้ง

กกต.เร่งถกทีมที่ปรึกษา หลังฝ่ายกม.สำนักงานฯเสียงแตก หาทางแก้ปัญหาเลือกตั้ง ชี้ออกไหนก็เสี่ยงถูกฟ้องโมฆะ

รายงานข่าวแจ้งว่าเหตุที่ประชุมกกต.ในวันนี้ยังไม่สามารถมีมติถึงแนวทางการแก้ปัญหา 28 เขตเลือกตั้งภาคใต้ที่ยังไม่มีผู้สมัคร ปัญหาหน่วยเลือกตั้ง 1.2 หมื่นหน่วยที่ไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้ในการเลือกตั้งทั่วไป ปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26ม.ค.ที่ยังไม่รู้จะจัดการเลือกตั้งทดแทนวันใด ปัญหา 16 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงรายเดียว เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเสียงแตก ไม่ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเพียงทางเดียว แต่มีการเสนอเป็น 2 ทาง โดยเฉพาะกรณี 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร มีการเสนอให้กกต.พิจารณาทั้งเห็นว่า กกต.สามารถออกประกาศกำหนดให้มีการรับสมัครเลือกตั้งส.ส.ใน 28 เขตได้ เพราะการเลือกตั้งตาม พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 ก.พ. ยังได้ผลไม่สมบูรณ์ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา236 ประกอบมาตรา 10 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งให้อำนาจ กกต. ในการออกประกาศหรือระเบียบทั้งหลายอันจำเป็นต่อการปฏิบัติงานได้อยู่แล้วขณะที่อีกแนวทางหนึ่งเห็นว่าจำเป็นที่กกต.จะต้องเสนอให้รัฐบาลทูลเกล้าเพื่อตรา พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ เพราะ28 เขตเลือกตั้งยังไม่มีผู้สมัคร ต้องมีการรับสมัครใหม่ ซึ่งการจะรับสมัครได้ มาตรา 7 ของพ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. กำหนดให้ กกต. ทำได้ เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับ

ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ทดแทนวันเลือกตั้งทั่วไปและวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านั้น ในที่ประชุมฝ่ายกฎหมายก็ได้เสนอเป็น 2 แนวทางเช่นกัน โดยทางหนึ่งเห็นว่ามาตรา 78 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งที่กำหนดให้มีการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งได้หลัง กกต.ประจำเขตได้ประกาศงดการลงคะแนนในวันเลือกตั้งเนื่องจากเหตุสุดวิสัย เปิดช่องให้กกต.กำหนดวันทดแทนวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า และวันเลือกตั้งทั่วไปได้ และอีกทางหนึ่งเห็นว่ามาตรา 78 ใช้ได้เฉพาะกับการกำหนดวันทดแทนวันเลือกตั้งที่มีการปิดหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนกับวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ เพราะหน่วยเลือกตั้งในวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นหน่วยเลือกตั้งกลาง ซึ่งหน่วยเลือกตั้งตามความหมายของมาตรา 78 หมายถึงหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น และการที่กฎหมายกำหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ก็เพื่อให้ผู้มีสิทธิที่ไม่สามารถใช้สิทธิในวันเลือกตั้งได้ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำหนดขึ้นก่อนวันเลือกตั้ง

หากมีการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทดแทนขึ้นก็จะเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งหลังวันเลือกตั้ง 2ก.พ. ซึ่งถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า รวมทั้งมาตรา 102 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งยังกำหนดให้คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าต้องมาถึงยังหน่วยเลือกตั้งเลือกตั้งเพื่อนับคะแนนก่อนที่จะนับคะแนนเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง โดยมีการกำหนดไว้ว่าหากบัตรลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามาหลังจากนับคะแนนเลือกตั้งไปแล้วให้ถือว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านั้นเป็นบัตรเสีย แต่ในข้อเท็จจริงขณะนี้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง 2ก.พ.ไปแล้ว ดังนั้นหากมีการกำหนดวันทดแทนวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าขึ้นใหม่ก็อาจจะทำให้ถูกฟ้องร้องให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะได้

นอกจากนี้หากจะมีการกำหนดวันทดแทนวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งทั่วไปในช่วงนี้ ก็มีการประเมินพื้นที่ที่จะสามารถจัดให้มีการลงคะแนนได้ว่า ภาคใต้ จะมีแค่ 3 จังหวัดชายใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และในจ.สตูล 2เขตเลือกตั้ง รวมถึงจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นๆ รวมถึง กรุงเทพมหานคร จะเผชิญกับการปิดล้อมของ กลุ่ม กปปส. ซึ่งการกำหนดวันยังจะกระทบไปถึงการจัดการเลือกตั้ง ส.ว. ที่เป็นการเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งต้องมีการเตรียมกำลังคน อุปกรณ์ เหมือนกับการเลือกตั้งส.ส.ทั่วไปประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ที่ประชุม กกต. ไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงขอให้มีการนัดคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ที่ประกอบไปด้วย นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ และอดีตรองประธานศาลฎีกา มาร่วมประชุมกับ กกต. ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ เพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจน ที่กกต. จะสามารถตัดสินใจได้