"ถาวร" ซัด "ยิ่งลักษณ์-เฉลิม-อดุลย์" โกหกศาลถ่วงเวลาถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขู่ห้ามจับชาวนาบุกกรุง
นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่งทนายขอเลื่อนส่งคำชี้แจงกรณีศาลแพ่งนัดตรวจพยานหลักฐาน กรณีที่เคยมีการร้องเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นวันที่ 12 ก.พ.ว่า จำเลยทั้ง 3 อ้างว่ายังไม่สามารถรวบรวมรายละเอียดในการต่อสู้คดี จึงไม่สามารถยื่นคำให้การได้ จึงขอเลื่อนและขยายเวลาเลื่อนคำให้การออกไป ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการประวิงเวลา เพราะรัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยการใช้กฎหมายเป็นกำแพงสกัดกั้นการชุมนุมซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยรับรองไว้
นายถาวร กล่าวต่อว่า ขณะที่จำเลยทั้ง 3 มีข้อมูลหลักฐานเรียบร้อยหมดแล้วเพราะไม่เช่นนั้นจำเลยทั้ง 3 คงไม่สามารถออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ โดยถ้าอ้างว่ายังไม่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ทันกำหนดระยะเวลา ตนจึงขอถามว่าแล้วจะมีสติปัญญาบริหารประเทศได้อย่างไร สิ่งที่จำเลยทั้ง 3 อ้างมานั้นก็เป็นเรื่องที่โกหกศาล ดังนั้นตนจึงขอเรียกร้องไปยังพนักงานอัยการที่ทำหน้าที่เป็นทนายของรัฐบาลว่า ต้องรักษาความเป็นทนายของแผ่นดินอย่าตั้งหมัดคาดมวย ควรใช้ดุลพินิจอย่าเชื่อจำเลย และอย่ามาเป็นศัตตรูของมวลมหาประชาชน
ทั้งนี้ เชื่อว่าศาลจะมีการพิจารณาอย่างยุติธรรม หากสุดท้ายมีการเพิกถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประชาชนก็จะมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ขณะที่แกนนำ 19 คนก็จะถูกเพิกถอนหมายจับไปด้วย ส่วนกรณีที่ชาวนากำลังเคลื่อนไหวเข้ามาในพื้นที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯนั้น ตนขอว่าอย่าออกหมายจับชาวนา เพราะเขามาทวงหนี้จากรัฐบาล หากชาวนาจะมาขอรับข้าวคืนก็ต้องส่งมอบข้าวคืนให้ชาวนา เพราะกรรมสิทธิ์ยังเป็นของชาวนาจนกว่าจะได้รับข้าวคืน และหากรัฐบาลไม่ยอมให้ข้าวชาวนาก็อาจมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยประชาชนสามารถไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ และจะสามารถไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือ นายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์





