"พรประไพ"แจงกมธ.ตปท.ส.ว.ทำงานอย่างมืออาชีพ ปัดเอี่ยวการเมือง ด้านส.ว. จี้ให้ทำงาน เสนอข้อมูลกับต่างชาติรอบด้าน
น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ที่มีนางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ส.ว.พิษณุโลก เป็นประธาน ต่อประเด็นการสนทนาระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับานายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าประเด็นดังกล่าวนายบัน คี มุน เป็นผู้ประสานมายังรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลต่างๆ ทั้งนี้ทราบว่าได้มีการพูดคุยกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการซักถามถึงบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะการให้ข้อมูลและรายงานสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยต่อองค์การนานาชาติ โดยนายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวว่าขณะนี้เลขาธิการยูเอ็นได้เข้าใจผิดต่อกระบวนการประชาธิปไตยของไทยและบอกว่าการขัดขวางการเลือกตั้งถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย ในประเด็นดังกล่าวอยากให้กรมองค์การระหว่างประเทศเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยว่า เหตุที่มีผู้ออกไปใช้สิทธิน้อยเพราะคนไม่อยากออกไปเลือกตั้ง ไม่ใช่เพราะถูกขัดขวาง ทั้งนี้ตนขอฝากไปยังนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ในศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) ว่าบทบาทที่ดำเนินการในศรส. ทำให้ต่างชาติมองภาพของการชุมนุมในทางลบ เพราะนายสุรพงษ์ถือว่ากลุ่มกปปส. เป็นศัตรู ดังนั้นขอให้นายสุรพงษ์พิจารณาตนเองด้วย
ซึ่งน.ส.พรประไพ ชี้แจงว่าในประเด็นนายบัน คี มุน นั้นตนเข้าใจว่าตามกระบวนการประชาธิปไตย การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจหลักที่ต่างชาติให้การยอมรับ และเมื่อมีกระบวนการที่กระทบต่อการเลือกตั้งแล้วจึงแสดงความเห็นดังกล่าวออกมาได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าในส่วนของกรม ได้ทำงานด้วยความมืออาชีพ ตามระเบียบปฏิบัติโดยยอมรับว่าในแง่การเมืองกระทรวงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ ส่วนการนำเสนอข่าวสารในต่างประเทศ ตามกระบวนการจะมีกรมสารนิเทศที่ประมวลข่าวสาร โดยไม่มีการเสนอความเห็นส่งไปยังสถานทูตไทยในประเทศต่าง ๆ เพื่อให้ทูตได้นำไปประมวลและเผยแพร่ อย่างไรก็ตามทูตสามารถใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและเลือกจะเผยแพร่หรือไม่ตามความเห็นส่วนตัว ส่วนสถานการณ์และข้อเท็จจริงในประเทศได้มี UNSCR เข้ามาสังเกตการณ์
ทั้งนี้กรรมาธิการหลายคนได้แนะนำว่าอยากให้กระทรวงการต่างประเทศ ที่ถือเป็นหน่วยงานราชการที่ได้รับความน่าเชื่อถือชี้แจงข้อมูลของสถานการณ์การเมืองภายในประเทศกับต่างชาติอย่างเป็นธรรมและรอบด้าน และทำโดยทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายกับประเทศ หลังพบพฤติกรรมของนายสุรพงษ์ที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายตนเอง





