วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ย้อนรอยเหตุยิง'สุทิน ธราทิน' นาทีสังหาร

ย้อนรอยเหตุยิง"สุทิน ธราทิน" ปากคำพยานเล่านาทีสังหาร

ตลอดการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และองค์กรเครือข่าย ได้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุการณ์ก่อกวนรายวันในพื้นที่ชุมนุม เหตุยิง เหตุลอบปาระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย

ล่าสุดคือเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างมวลชนคัดค้านการเลือกตั้งกับกลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้ง มีการใช้อาวุธปืนยิงกันกลางวันแสกๆ ภายใต้การประกาศภาวะฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงของรัฐบาล และยังเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเลือกตั้งล่วงหน้า ส่งผลให้นายสุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ (กปท.) ถูกยิงเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้นจำนวน 9 ราย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงเป็นปริศนาว่ากลุ่มที่นำมวลชนเข้ามาปะทะคือกลุ่มไหน เตรียมการกันมาก่อน หรือเป็นเหตุบังเอิญ...

ย้อนกลับไปดู ณ จุดเกิดเหตุ หลังจากขบวนคัดค้านการเลือกตั้งนำโดยนายสุทิน ได้นำมวลชนไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งที่เขตบางกะปิ บึงกุ่ม พระโขนง ปิดท้ายที่บางนา คือที่วัดศรีเอี่ยม เมื่อแสดงการคัดค้านเชิงสัญลักษณ์เรียบร้อย แกนนำได้จัดขบวนมวลชนที่หน้าวัดเพื่อเดินทางกลับที่ตั้ง จังหวะนั้นเป็นเวลาเดียวกับที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งจำนวนประมาณ 100 คน ขับรถมาจากถนนศรีนครินทร์ แยกซ้ายเข้าวงแหวนหน้าวัดศรีเอี่ยม

เมื่อสองกลุ่มเผชิญหน้ากันได้มีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ของขบวนของกปท.หลายนัด จนมวลชนต้องถอยร่นเข้าไปในวัดศรีเอี่ยมอีกครั้ง และมีการทำร้ายผู้ชุมนุมกปปส.ที่หนีไม่ทันอีกด้วย

พื้นที่เกิดเหตุโดยรวมเป็นถนนวงแหวนที่แยกจากถนนศรีนครินทร์ โค้งผ่านหน้าวัดศรีเอี่ยม เพื่อไปออกถนนบางนา-ตราด ช่วงกิโลเมตรที่ 4 จุดที่รถแกนนำกปท.ถูกยิงอยู่ถัดจากสะพานข้ามคลองเล็กๆ ไปเพียงไม่กี่เมตร โดยผู้เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า รถของนายสุทิน ซึ่งเป็นรถหกล้อ ติดตั้งเครื่องขยายเสียง ถูกยิงตรงจุดนี้

จากการลงพื้นที่สำรวจจุดปะทะ ยังพบเห็นด้ามธงชาติตกเกลื่อนกลาดอยู่จำนวนหนึ่ง รวมทั้งคราบเลือดของผู้ชุมนุมที่ถูกทำร้ายบริเวณสามแยกวงแหวนที่แยกจากถนนศรีนครินทร์ พร้อมเศษอิฐตัวหนอนที่พยานระบุว่าฝ่ายโจมตีนำมาใช้ทุบรถขยายเสียงของกปท.

สอบถามผู้ห็นเหตุการณ์รายหนึ่งซึ่งบังเอิญผ่านมาประสบเหตุพอดี และได้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 100 คน ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ มุ่งตรงมาบริเวณวงแหวนหน้าวัดศรีเอี่ยม โดยกลุ่มดังกล่าวกระจายกันเต็มถนน เมื่อหัวขบวนรถแกนนำกปปส.เคลื่อนเข้ามา ก็มีเสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับการตะลุมบอนของทั้งสองฝ่าย

หลังเกิดเหตุมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ลงพื้นที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ปรากฏว่ามีชายแต่งกายคล้ายพนักงานบริษัท เดินตรงเข้าไปต่อว่าตำรวจ ทำนองว่าส่งกำลังเข้าพื้นที่ล่าช้า และเขาเห็นคนยิงวิ่งหนีไปทางบ้านหลังหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากหน้าวัด แต่ไม่เห็นตำรวจเข้าไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวเลย

ส่วนที่โรงแรมนิรันดร์ แกรนด์ ย่านอุดมสุข มีมวลชนของ กปปส.ไปรวมตัวกันประมาณ 60-70 คน แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียด บางคนอ้างว่าอยู่ร่วมในเหตุการณ์ขณะปะทะ แต่หลบหนีจากการไล่ล่าทำร้ายมาได้ เขาเล่าว่าขณะเกิดเหตุได้จัดแบ่งรถแกนนำปิดหัวและท้ายขบวน โดยให้รถหกล้อของนายสุทินแล่นนำหน้า เมื่อออกจากวัด เลี้ยวซ้าย ขึ้นสะพานข้ามคลอง เพื่อออกไปยังถนนศรีนครินทร์ ได้ยินนายสุทินประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าให้เลี่ยงเส้นทาง เพราะเห็นกลุ่มคนพร้อมรถจักรยานยนต์ขวางทางอยู่ แต่ขณะที่กำลังจะเบี่ยงรถหนีเพื่อเลี่ยงการปะทะนายสุทิน ก็ถูกยิงล้มลง

สำหรับประเด็นสังหารนายสุทิน นอกจากข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าโชคร้ายโดนกระสุนจากเหตุปะทะ ยังมีการตั้งข้อสงสัยว่างานนี้อาจเป็นรายการตั้งใจยิงหรือไม่ เพราะกระสุนเจาะเข้าแสกหน้าอย่างแม่นยำ ประกอบกับนายสุทินเป็นแกนนำกปท.คนหนึ่ง ทั้งยังเพิ่งนำมวลชนไปตรวจบัตรประชาชนของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวนกว่า 10 คน ซึ่งคาดว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน อาจถูกส่งเข้ามาป่วนการชุมนุมหรือกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งในการเลือกตั้งด้วย

อย่างไรก็ดี จากสภาพความขัดแย้งแตกแยกในสังคม ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ไม่ได้รับความไว้วางใจ จึงน่าเชื่อว่าคดีของนายสุทิน จะเป็นอีกคดีหนึ่งที่เงียบหายไปท่ามกลางความวุ่นวายในบ้านเมือง!