วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟังเหตุผล'โภคิน พลกุล'ทำไมต้องเลือกตั้ง

หลายเดือนมาแล้วที่ความเห็นของสังคมไทยยังวนเวียนอยู่ในประเด็นเดิม คือ จะเลือกตั้งก่อนแล้วค่อยปฏิรูป หรือปฏิรูปก่อนแล้วค่อยเลือกตั้ง

นัยแห่งวลีแรกก็คือ เดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ไม่ว่าจะอะไรจะเกิดขึ้น เพื่อรักษากรอบกติกาและวิถีแห่งประชาธิปไตยเอาไว้ เนื่องจากกติกาที่ตกลงกันเป็นสัญญาประชาคมและรัฐธรรมนูญมันมีอยู่ จะหลีกเลี่ยง บิดพลิ้วไปใช้กติกาอื่น ย่อมมีคนอีกจำนวนไม่น้อยไม่ยินยอม

นัยแห่งวลีที่สองคือ เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อน แล้ววางกรอบปฏิรูปประเทศโดยรัฐบาลไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อกรอบกติกาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายแล้ว จึงค่อยกำหนดวันหย่อนบัตรลงคะแนน

แต่จะซีกแต่ละฝ่ายล้วนมีเหตุผลสนับสนุน บ้านเมืองจึงยังวุ่น ไม่หลุดจากหล่มนี้เสียที...

"ทีมข่าวเครือเนชั่น" จับเข่าคุยกับ โภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย หนึ่งในผู้เล่นหลักในสมรภูมิขัดแย้งที่ยืนยันว่าการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้น

O ถึงตอนนี้แล้วคุณโภคินยังเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.อยู่หรือไม่?

ก็ยังเชื่อว่ามี ด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ 1.การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ เป็นไปตามกลไกปกติของรัฐธรรมนูญที่เป็นระบบของมัน พอยุบสภาก็กำหนดวันเลือกตั้งตามกฎหมาย ก็เป็นกระบวนการให้เดินตามนั้น ดังนั้นถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ ก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร

2.การเลือกตั้งก็ดี การลงประชามติก็ดี เป็นอำนาจโดยแท้ของปวงชนชาวไทยซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ถามว่าถ้าบ้านเมืองมีปัญหา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี หรือต้องตอบคำถามโดยรวมให้กับสังคมในเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าไม่ใช้วิธีการเลือกตั้งหรือประชามติแล้ว ถามว่าจะใช้วิธีอะไร ประเด็นนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าหลายฝ่ายเห็นตรงกัน ไม่ว่าจะเกิดความไม่เข้าใจ แตกแยกทางความคิดอะไรก็ตามแต่ ทุกอย่างก็จบลงด้วยกระบวนการเลือกตั้งกับประชามติ

O ถ้าสุดท้ายแล้วการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เกิดขึ้นไม่ได้ด้วยปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง?

หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นไม่ได้ ต้องถามว่าเกิดขึ้นไม่ได้เพราะอะไร ถ้าเพราะมีการไปปิดกั้นหน่วยเลือกตั้ง เหมือนที่เกิดไปแล้ว 28 เขตที่สมัครไม่ได้ ซึ่งก็มีหลายฝ่ายวิจารณ์ถึง กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ว่าได้มีความพยายามแก้ปัญหาหรือมีแผนสำรองไว้เพียงใดหรือไม่ แต่เราก็บอกให้เลือกตั้งไปตามปกติ อันไหนเลือกตั้งไม่ได้ก็แก้ไขไปตามอำนาจ กกต.เลย

ผมเคยเป็นตัวแทนไปคุยกับ กกต. ท่านบอกว่าต้องเลื่อนเลือกตั้ง หากมีการเลือกตั้งจะนองเลือด เราก็บอกว่าเป็นการคาดการณ์ไปเองหรือไม่ การเลือกตั้งเป็นวิธีการสันติ หากการเลือกตั้งนองเลือดแล้วมีอะไรที่จะสันติกว่านี้อีกหรือไม่ หากไม่เลือกตั้ง ความไม่พอใจของคนอีกกลุ่มจะมา ยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์ของคนอีกฝั่งที่รับไม่ได้กับกติกาที่ไม่เอากติกา ไม่เอาอำนาจของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง อย่างนี้แล้วจะเกิดขึ้นอีกกี่กลุ่มก็ไม่ทราบ แบบนี้แล้วทำให้โอกาสปะทะกันมีสูงกว่าการจัดให้มีการเลือกตั้งเสียอีก

ฉะนั้นก็ยังยืนยันอย่างนี้ครับว่าต้องเดินหน้าเลือกตั้ง ตรงไหนขาด ก็ค่อยๆ แก้ ค่อยๆ เก็บไป เรามีเวลาตั้ง 180 วันหรือ 6 เดือน (ตามที่กำหนดในรัฐธรรรมนูญกรณีได้ ส.ส.ไม่ครบ 95% ในการเลือกตั้งทั่วไป)

ประเด็นของเราคือ ไม่ใช่ว่าเราอยากจะมาเคร่งครัดอย่างโน้นอย่างนั้น แต่ในเมื่อเราอยู่ในกลไกของประชาธิปไตยที่ปฏิบัติมา 80 ปีแล้ว แต่วันนี้เกิดปฏิบัติไม่ได้เพราะว่ามีบางกลุ่มบอกว่าไม่อยากให้มีเลือกตั้ง เราก็ยกตัวอย่างว่าถ้ามีกลุ่มแบบ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) อีก 2-3-4 กลุ่ม เรียกร้องคนละแบบ หรือกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกร้องขอปลดปล่อยจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย แปลว่าเราต้องยอมหรือไม่ โดยสรุปเราก็ต้องอยู่ในกรอบกติกานี้ก่อน ส่วนในกรอบกติกานี้ใครทำถูก ทำผิด ดีไม่ดี ก็ค่อยไปว่ากันตามนั้น นี่คือสิ่งที่เรายืนอยู่

O คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้รับรู้ข้อมูลการประเมินสถานการณ์ หรือได้ให้คำปรึกษามายังพรรคเพื่อไทยบ้างหรือไม่?

ผมไม่ค่อยได้คุยกับท่าน ผมก็ทำหน้าที่ไปตามหลักของผม แต่ก็จะเห็นจากที่คุณทักษิณมีทวิตเตอร์ มีเฟซบุ๊ค ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่มีคนคนหนึ่งที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มองอย่างเป็นธรรมก่อนนะครับ ผมว่าถ้าท่านไม่ได้มีความห่วงใยบ้างเมืองก็คงไม่ต้องยุ่ง ไม่ต้องทำอะไร

ทุกคนไม่ใช่ว่าเขาดีไปทั้งหมด คุณทักษิณไม่ใช่แย่ไปหมด ถ้าแย่ไปหมดเลือกตั้งเขาไม่ชนะ ไม่มีคนนับถือเขาขนาดนี้ เราต้องยอมรับ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ (เลขาธิการ กปปส.) เองก็มีทั้งข้อดีและข้อไม่ดี คนทุกคนเป็นเช่นนี้หมด เราต้องอยู่อย่างยุติธรรมต่อกัน ถามตัวเองแล้วกันว่ามีอคติหรือไม่ รัก ชอบ โกรธ กลัว หลง หรือไม่ ถ้าไม่มีก็มั่นใจได้ว่าการตัดสินใจนั้นๆ ของเราถูกต้อง แต่ถ้ามีเติมเข้ามาก็จะเอียงไป

O การประกาศภาวะฉุกเฉินแรงเกินไปไหมสำหรับสถานการณ์ขณะนี้?

ตอบยากครับ เพราะฝ่ายหนึ่งเห็นว่าน่าจะประคองสถานการณ์ไปก่อน แต่อีกฝ่ายหนึ่งคือประชาชนทั่วไปทำมาหากินไม่ได้แล้ว รู้สึกว่ารัฐบาลเป็น Failed State (รัฐล้มเหลว) ทำอะไรไม่ได้สักอย่างหนึ่ง ดังนั้นเราจึงต้องถามว่าถ้าขบวนการแบบ กปปส.เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น เขาจะจัดการอย่างไร เราต้องเอาคำถามนี้ตอบตัวเองด้วย

ในฝรั่งเศสเคยเกิดการลุกฮือของวัยรุ่น เขาก็จัดการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ของเราทำอะไรไม่ได้เลย ไปปิดสถานที่ราชการก็ปิดได้ บังคับข้าราชการไม่ให้ทำงานก็ทำได้ ซึ่งความผิดพวกนี้ร้ายแรงหมด และรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกลัวอย่างเดียวว่าจะเกิดการปะทะนองเลือดกัน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าชมเชยที่พยายามหลีกเลี่ยงให้ถึงที่สุด

ถามว่าพยายามหลีกเลี่ยงแล้วอย่างไรต่อ ยกตัวอย่างเช่น ไปตัดน้ำไฟบ้านรัฐมนตรี บ้านรัฐมนตรีก็ไม่ได้อยู่คนเดียว มีลูก เมีย และคนอื่นอีกเยอะแยะ แปลว่าคนอื่นก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย แบบนี้เป็นธรรมกับเขาไหม ถ้าลองคิดถึงหัวอกอันนี้ และลองคิดย้อนที่ผมพูด กระบวนการพฤติกรรมเช่นนี้ ถ้าไปเกิดในประเทศอื่นจะทนอย่างเราไหม

O ในที่สุดกรอบเวลา 6 เดือนหากครบแล้วยังเลือกตั้ง ส.ส.ได้ไม่ครบ 100% บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร?

รัฐบาลก็ต้องรักษาการไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ถูกยึดอำนาจ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราไม่ช่วยกันกล่อม กปปส.ให้ลดระดับลง อยู่ในกรอบบ้าง พรรคประชาธิปัตย์ควรจะไปเลือกตั้งก็ไม่ไป แล้วหลายท่านก็ไปขึ้นเวที กปปส. คือทำไมไม่ถามคำถามกลับไปในแนวทางนี้ว่าท่านพยายามทำสิ่งเหล่านี้ให้วุ่นเพื่ออะไร

ประเทศมีกติกาของประเทศอยู่ ขนาดประเทศเผด็จการยังไม่ขนาดนี้ คนยึดอำนาจมาแต่ก่อนยังไม่กล้าเพี้ยนขนาดนี้ กลับมาถามฝ่ายรัฐบาลว่าทำไมไม่ลาออก เลิกรักษาการ ทำไมไม่เลื่อนการเลือกตั้ง แล้วทำไมไม่ถามคนนอกกติกาว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร แล้วจะได้อะไร ต้องถามกลับไปบ้างครับ ของทุกอย่างพอใช้อารมณ์แล้วจะใช้อารมณ์ไปเรื่อยๆ มีวิธีเดียวคือให้เดินหน้าต่อ ผมว่าสังคมไทยต้องมีความยุติธรรมเท่านั้นครับ