"ธาริต" เตือนประชาชนขัดขวางเลือกตั้งผิดกฎหมาย
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการของศูนย์รักษาความสงบ แถลงผลการประชุม ศรส.ที่มีมติสำคัญ 4 เรื่อง โดยประเด็นแรกตั้งแต่จันทร์ที่ 27 มกราคม จะจัดชุดเจรจาขอคืนสถานที่ราชการ เพื่อให้บริการประชาชน โดยชุดเจรจาประกอบด้วย เจ้าของพื้นที่ เจ้าพนักงาน ศรส.ที่มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารสามเหล่าทัพ ซึ่งให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์เจรจา ซึ่งชุดเจรจาจะมีการกระจายไปทั้ง 7 เวที แต่หากผู้ชุมนุมไม่ยอมคืนพื้นที่ ศรส.จะกลับมาหารือกันอีกครั้ง โดยยืนยันว่าเป็นการเจรจาเพื่อขอคืนพื้นที่ด้วยวิธีสันติ ไม่ใช่การสลายการชุมนุม
มติข้อที่ 2 มติจากที่ประชุมมีการให้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนว่า สถานที่ราชการและถนนหนทางจำนวน 26 สายที่ได้แจ้งไว้ เป็นสถานที่ที่ห้ามทำการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นความผิดอีกสถานหนึ่ง กรณีแกนนำ กปปส. ที่มีการปลุกปั่นให้มีการขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันพรุ่งนี้นั้น แม้ว่าจะพยายามใช้คำพูดว่าเป็นการรณรงค์เพื่อให้ผู้คนไม่เข้าคูหาเลือกตั้ง แต่พฤติการณ์ที่จะนำมวลชนไปปิดล้อมนั้น เป็นความผิดอีกสถานหนึ่ง คือความผิดทางกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง เพราะจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและความผิดตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้ง คอยบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานซึ่งคดีจะมีอายุความ 10 ปี
มติข้อที่ 3 ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ สำนักงาน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) และกรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบดำเนินการสืบสวน แสวงหากลุ่มท่อน้ำเลี้ยง กลุ่มนายทุน ห้างร้านบริษัทรวมถึงโรงแรมหรือสถานที่พักพิงต่างๆที่ให้หลบซ่อนแก่แกนนำที่ผิดกฎหมาย ทั้ง 58 คน จะมีการดำเนินการตรวจสอบ ยึดอายัติทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด ซึ่งสามารถทำได้ตามกฎหมายบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
มติข้อที่ 4 จะมีการดำเนินการเพื่อขอออกหมายจับต่อศาลในวันจันทร์ ในส่วนของแกนนำ ชุดแรกจำนวน 16 คน การขอออกหมายจับครั้งนี้ เป็นการขอออกหมายจับที่เรียกว่าหมาย ฉ. มาตรา11(1) คือการขอตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะมีการควบคุมตัวได้ตามที่กฎหมายกำหนด คือ 30 วัน รวมทั้งเร่งดำเนินการจับกุม 58 แกนนำ ทั้งนี้ ศรส.ขอเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าอาจจะกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่





