เครือข่ายนิด้าชี้ไทยจ่อเกิดสงครามกลางเมือง ระบุกปปส.ชนะหรือรัฐบาลอยู่ต่อปัญหาไม่จบ ทหารออกมานองเลือดแน่ แนะทุกฝ่ายเคารพและเห็นใจทุกกลุ่ม
เครือข่ายนิด้าพัฒนาสังคม นำโดยนายชำนาญ เผือกวัฒนะ ประธานเครือข่าย นายจักรินทร์ แก้วพิชัย เลขาธิการเครือข่าย นายดำรงศ์พันธ์ ใจห้าววีระพงศ์ ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาราชภัฏนครศรีธรรมราช รองเลขาธิการเครือข่าย พร้อมด้วยแกนนำเครือข่ายกว่า 30 คน ได้มีการประชุม "หาทางออกมหาวิกฤตประเทศไทย"
ซึ่งหลังการประชุม นายดำรงศ์พันธ์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายได้ติดตามและเฝ้าวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ก่อนปี 2549 กระทั่งเหตุการณ์ปัจจุบันอย่างไกล้ชิด และได้ทำการเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเสมอมา และเห็นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งปัจจุบันล่อแหลมมากที่จะเกิดความรุนแรงจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง เกิดการล้มตาย เสียเลือดเนื้อ กันอย่างมหาศาลเนื่องจากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ดึงดันแข็งขืน สุดโต่งทั้งคู่
"แน่นอนว่าหากกลุ่ม กปปส.ชนะ หมายถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ลาออก เหตุการณ์ความขัดแย้งไม่มีทางจบแน่นอน เพราะกระบวนการต่อไปจะทำอย่างไร หรือหากจะให้ สว.ทำหน้าที่ดำเนินการกระบวนการเพื่อเสนอ นายกฯ ตามมาตรา 7 ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ว่า สว. เป็นอย่างไร หรือไม่ก็เดินทางเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า ปฏิรูป อันนั้นดี แต่จะเอาใครมาถือธงนำ หากว่าได้คนซึ่งกลุ่มคนอีกพวกหนึ่งไม่เห็นด้วย อันนี้อันตรายที่อีกกลุ่มจะลุกดฮือและแน่นอนว่าเหตุการณ์รุนแรงกว่าในอดีตที่ผ่านมามาก วุ่นวายแน่นอน เพราะฝ่ายหนึ่งหนุน ฝ่ายหนึ่งต้านเกิดการปะทะแน่นอน ในกรณีเดียวกันคุณยิ่งลักษณ์ ยังอยู่เดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ เพื่ออ้างเสียงมากกว่าทำลายความชอบธรรมฝั่งตรงข้าม ก็หลีกเลี่ยงความวุ่นวายไม่ได้ อย่างน้อยสุดในภาคใต้ และภาคกลาง และอาจเกิดความรุนแรงอีกระรอก หรือหากทหารออกมา ตรงนี้แหละจะรุนแรงมาก เพราะกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายที่อาจจะมีการติดอาวุธออกมาปะทะกับทหารหรือกลุ่มคนอื่น สรุป คนไทย ฆ่ากันเอง”
ฉะนั้นทางเครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอ 4 ข้อใหญ่ ซึ่งเป็นข้อเสนอในระยะสั้นป้องกันเหตุสงครามกลางเมืองนี้ ประกอบด้วย 1. ให้ทุกฝ่ายเคารพและเห็นใจทุกกลุ่มในฐานะที่เป็นคนไทยด้วย อย่าเห็นเป็นคู่ขัดแย้ง ถึงขั้นต้องฆ่าฟันกัน ไม่ว่าฝ่ายไหน อย่าใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด
2. ให้ทุกคนมีสติอย่าหลงกลเกมทางการเมืองของใครอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นฝั่งรัฐบาล หรือ ผู้ชุมนุม หรือ กลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ทราบฝ่าย
3. ให้ "องค์กรอิสระ"ทั้ง 14 องค์กร รับหน้าที่เจ้าเป็นภาพหลักร่วมกันเพื่อดำเนินการแก้ปัญหา หรือ หาทางออกมหาวิกฤตประเทศไทยในครั้งนี้ ในฐานะที่ทั้ง 13 องค์กรเป็นหน่วยงานกลาง อิสระ ที่น่าเชื่อถือได้ และทุกหน่วยงานมีพันธกิจหลักสำคัญลำดับแรกๆ คือ การปกป้องระบอบการปกครองในราชอาณาจักรไทย
4. ให้ทุกฝ่ายร่วมกันเดินหน้าปฏิรูป ประเทศไทย อย่าง "จริงจังและจริงใจ" กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ โดยเป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระทั้ง 14 องค์กร ทำหน้าที่ในการประสานงานหลัก
นายชำนาญ กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นข้อเสนอที่เป็นกลางและพยายามหาทางออกให้กับประเทศ ไม่มีเจตนาเพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เจตนารมเดียวก็คือหาทางออกปัญหาคนไทยฆ่ากันเอง และข้อเสนอดังกล่าวถือว่าเป็นการจุดประเด็นเพื่อให้ทุกฝ่ายขบคิดและให้คนที่ต้องการหาทางออกให้กับประเทศชาติจริงๆ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางเครือข่ายจะเดินหน้าเพื่อยื่นข้อเสนอให้องค์กรอิสระที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญไทยทั้ง 14 องค์กรพิจารณาในประเด็นการเป็นเจ้าภาพหลักในการแก้วิกฤตประเทศไทยที่ส่อเค้าจะเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งนี้





