วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กปปส.กาญจนบุรีรวมตัวปิดสถานที่ราชการ

กปปส.กาญจนบุรีรวมตัวปิดสถานที่ราชการ ค้านเลือกตั้ง พร้อมชวนข้าราชการออกมาร่วมขับไล่รัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ม.ค. 2557 กลุ่มกปปส. ประมาณ 300 คน นำโดยนายศุภกิจ จงศักดิ์สวัสดิ์ ประธาน กปปส.จังหวัดกาญจนบุรี ได้รวมตัวกัน บริเวณหน้าเทศบาลเมืองกาญจนบุรี อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อเรียกร้องคัดค้านการเลือกตั้ง พร้อมทั้ง ได้เคลื่อนขบวนเข้าสู่ที่ทำการสำนักงานเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เพื่อเชิญชวนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ปิดที่ทำการออกมาขับไล่รัฐบาล

โดยได้แจกนกหวีดพร้อมทั้งผ้าพันคอและธงชาติแก่เจ้าหน้าที่เทศบาล ซึ่งนางเบญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พร้อมคณะได้ออกมาต้อนรับและร่วมเป่านกหวีดกับผู้ชุมนุม ต่อจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปยังศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดำเนินการตามเป้าประสงค์

ด้านนางพยุงศรี นวารัตน์ อายุ 72 ปี กลุ่ม กปปส.จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ความจริงเราไม่ได้คิดที่จะปิดสถานที่ราชการ เพราะจริงๆแล้วประชาชนทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกัน ซึ่งเราควรปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เพราะหากเลือกตั้ง ต้องใช้งบประมาณของชาติไปกว่า 3,800 กว่าล้านบาท แล้วยังได้ สส. มาไม่ครบ เพราะในขณะนี้ 28 จังหวัดไม่มีผู้ลงสมัคร สส. ดั้งนั้นหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็จะได้ สส.ไม่ครบ ยังขาดอีก 150 กว่าคน ดั้งนั้นก็ต้องเลือกตั้งใหม่และต้อง เสียงบประมาณอีก 3,800 กว่าล้านอีก ซึ้งเงินนั้นก็มาจากภาษีของประชาชน เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้หมดความชอบทำแล้ว จะมาสั่งการให้ประชาชนหรือส่วนราชการต่างๆ ไม่ได้แล้ว ซึ้งหากรัฐบาลอยากให้ประชาชนอยู่อย่างสงบสุข รัฐบาลต้องลาออก เหมือนกับประเทศอื่น เมื่อรัฐบาลทำงานผิดพลาด ก็ต้องลาออก

ส่วนพล.ต.ต. กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าวว่า จากกรณีที่มีกลุ่ม กปปส เข้ามาชุมนุมเพื่อปิดสถานที่ราชการนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง ได้วางแผนพร้อมจัดกำลังงอสาสาสมัคร อส. เข้ามารักษาสถานที่ ซึ่งตนอยากจะขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมได้แสดงออกของการเรียกร้อง แต่อย่าให้มีการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และถึงกับถึงกับต้องสูญเสียชีวิต ก็คงต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดขอให้ทำการให้อยู่ในขอบเขต

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องทำหน้าที่รักษาความสงบ หากกำลังไม่พร้อมก็จะต้องร้องขอจากหน่วยเหนือต่อไป ซึ่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวยอมรับว่าสถานการณ์ช่วงนี้ก็อยู่ในขั้นหนักใจ เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ที่รู้จักกัน แต่เท่าที่ผ่านมาก็พูดจากันรู้เรื่อง ซึ่งเราไม่ต้องการจะไปดำเนินคดีกับผู้ใด