"สมชัย"สะท้อน5เหตุผล"เลือกตั้งใต้"ยากเย็นกว่าที่คิด ลั่น "แทบจะไม่มีความร่วมมือในพื้นที่จากหน่วยราชการ ทหาร เอกชนเลย"
พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงใหญ่ของ "พรรคประชาธิปัตย์" และ"บอยคอต" การเลือกตั้งครั้งนี้ ประกอบกับ "มวลชนกปปส." ในพื้นที่เคลื่อนไหวขัดขวางการรับสมัครส.ส. จนส่งผลให้ 28 เขตไม่มีผู้สมัคร ขณะที่ 7 เขตภาคใต้มีผู้สมัครเพียงคนเดียว
ปัญหาที่ตามมาก็คือ การไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ ในการขอใช้สถานที่เป็นหน่วยเลือกตั้ง ขณะที่ยังขาดกรรมการประจำหน่วยอีกจำนวนมาก เพราะหวั่นกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากผู้ชุมนุม
นับเป็นปัญหา "หนักอก" ของฝ่ายจัดการเลือกตั้่ง โดยเฉพาะ "กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)"
ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง จึงต้องลงไปพื้นที่ภาคใต้ เพื่อดูความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ก่อนจะมีการหย่อนบัตรลงคะแนนล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. และเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 2 ก.พ.
โดยเมื่อวานนี้(23 ม.ค.) สมชัย ได้ไปหารือและมอบนโยบายแก่ กกต.จังหวัด และ กกต.เขตจังหวัดตรัง ซึ่งได้รับทราบรายงานจาก กกต.ทั้ง 4 เขตของจังหวัดตรังว่า มีปัญหาความไม่เข้าใจในพื้นที่สูง มีการลงบันทึกประจำวันกรณีถูกปิดล้อม เพื่อยืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่ ก็ถูกนำไปตีความว่าแจ้งความกล่าวหาผู้ชุมนุม เกิดการกดดันจน กกต.เขตหลายคน ต้องลาออกไป 4 คน อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ให้ความร่วมมือแล้ว เพราะต่างมองว่า กปปส.กำลังจะชนะ ครูยิ่งไม่ออกมา
"การปาระเบิด และการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กทม.ยิ่งส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาของภาคใต้ ทำให้การต่อต้านการเลือกตั้งทวีความรุนแรงมากขึ้น เจ้าหน้าที่ กกต.ที่เป็นประชาชนอาจไม่กลัวกับความผิดเล็ก ๆ ที่ละเว้นการทำหน้าที่ ส่วนที่เป็นข้าราชการก็พยายามทำเท่าที่ทำได้ พยายามหากรรมการประจำหน่วยหลายคนแล้ว นอกจากไม่ครบ ที่หามาก็ยังมีการลาออก เชื่อว่าวันที่ 2 ก.พ. ถ้าเอากฎหมายมาจับจะลุกเป็นไฟและมองหน้ากันไม่ติดแน่" เจ้าหน้าที่กกต.เขตรายหนึ่งรายงานต่อนายสมชัย
ขณะที่ พล.ต.ต.จีระวัฒน์ อุดมสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ตั้งคำถามว่า หากมีผู้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาก ๆ จะทำอย่างไร ประเมินแล้วแม้มีรปภ.หน่วยละ 2 คนก็ยังมีปัญหา จึงได้จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อคอยแก้ปัญหา ตำรวจต้องรับภาระโดยไม่มีงบประมาณพิเศษให้ ต้องใช้งบปกติของตนเอง
ภายหลังจากหารือแล้ว นายสมชัย ได้เชิญตัวแทน กปปส.ตรัง 6 คน มาสะท้อนความคิดต่อที่ประชุม เช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ โดย นายศักดิ์สฤษฏ์ ศรีประสาท ตัวแทน กปปส.ตรัง ซึ่งเป็นนักวิชาการสะท้อนว่า วันที่ 26 ม.ค. และ 2 ก.พ. กกต.อย่าเสี่ยงเลย เพราะไม่มีทางจัดการเลือกตั้งใน จ.ตรังได้
"ใครก็เอาไม่อยู่ ต่อให้เอาทหารทั้งกองทัพมาก็เอาไม่อยู่ และไม่ใช่ว่าแค่พรรคประชาธิปัตย์ลงสมัครแล้วจะมีการเลือกตั้งได้ แต่ต้องให้คนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองในพื้นที่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ ไม่เฉพาะการหาเสียง แต่รวมถึงการแสดงความเห็นทางวิชาการที่เห็นต่างได้จึงจะมีการเลือกตั้ง"
ขณะที่ สมชัย กล่าวตอนหนึ่งต่อที่ประชุมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยากที่สุดตั้งแต่มี กกต.มา ภายใต้ความขัดแย้งโดยความเชื่อที่รุนแรงของแต่ละฝ่าย ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางให้สำเร็จ ทำให้ กกต.อยู่ใต้แรงกดดันของการต้องทำตามหน้าที่ และการอยู่ร่วมกับคนในสังคม
"บางครั้งการเดินหน้าของ กกต.กลับถูกมองว่าเป็นศัตรู ดังนั้นสิ่งที่เป็นหลักของ กกต. คือเดินตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และทำตามหน้าที่เต็มที่เท่าที่จะทำได้ ซึ่ง กกต.กลางก็พูดต่อสังคมตลอดว่า วันที่ 2 ก.พ. ยังไงก็มีปัญหาเปิดประชุมสภาไม่ได้ แต่ กกต.ก็ขยายเวลาเองเกินกฎหมายไม่ได้ และสิ่งที่ได้พูดล่วงหน้าก็เป็นจริงหมด จน กกต.ถูกกล่าวหาว่า กกต.ตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ จนไม่เข้าใจว่าคนที่กล่าวหาว่าเราพูดผิด เขาคิดตามเหตุผลที่เราบอกไปหรือไม่"
นายสมชัย ชี้ว่า วันนี้โจทย์ใหญ่ที่สุดยังไม่ใช่ปัญหาวันเลือกตั้งลงคะแนนไม่ได้ แต่คือการฟ้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะพบว่าการเลือกตั้งไม่สามารถจัดเป็นวันเดียวกันทั่วประเทศแล้ว และเชื่อว่าจะต้องมีคนหาเหตุร้องแน่
ก่อนหน้านี้ สมชัย ได้ลงพื้นที่จ.สงขลา และพัทลุง ซึ่งก็ได้รับทราบปัญหาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส์ส่วนตัวว่า "การลงพื้นที่สงขลา พัทลุง เพียง 2 วันทำให้รู้ว่า โจทย์การจัดการเลือกตั้งยากเย็นกว่าที่คิด"
นายสมชัย ระบุว่า 1.คนในรัฐบาลอาจคิดว่า กกต.จังหวัดในภาคใต้ เป็นพวกเดียวกับ กปปส. เลยเปิดทางให้มาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่โดยง่าย แต่พอลงมาดูสภาพเป็นจริง คนของกกต.เหล่านี้ ทำงานด้วยความเหนื่อยยากแทบเลือดตากระเด็น ทั้งถูกคุกคาม ทั้งหลบลี้หนีซ่อน และกลายเป็นเป้าหมายการขัดขวางการทำงานในทุกวิถีทาง จนเกือบจะตีกันตายอยู่แล้ว
2.คนในรัฐบาลอาจคิดว่า การสั่งการจากรัฐบาลกลางเพื่อให้หน่วยงานราชการให้ความร่วมมือกับ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง น่าจะเป็นสิ่งสนับสนุนที่เพียงพอให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จได้ ถ้ากกต.ตั้งใจจริง
แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่กลับพบว่า แทบจะไม่มีความร่วมมือในพื้นที่จากหน่วยราชการ ทหาร เอกชนเลย ทั้งในด้านสถานที่และบุคลากร มีแค่ตำรวจที่สนับสนุนการทำงานตามคำสั่งที่รัฐบาลสั่งได้ แต่ก็แทบจะช่วยรักษาความปลอดภัยอะไรไม่ได้ อย่าว่าตำรวจโรงพักเลย แม้ ตชด.ก็ตาม
3.ปัญหา 3 ส่วนสำหรับการจัดการเลือกตั้ง คือ คนจัดการ ที่แทบจะหาได้ยากเย็น วัสดุอุปกรณ์ เช่น หีบบัตร และบัตรเลือกตั้ง ที่อาจถูกยึดเก็บทำลาย และสถานที่ที่อาจถูกปิดล้อม คือ จุดเสี่ยง 3 จุดสำคัญก่อนถึงวันเลือกตั้ง
4.ในวันเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเลือกตั้งล่วงหน้า หรือเลือกตั้งจริง จะมีปัญหาที่เผชิญหน้าคือ ฝ่ายคัดค้านการเลือกตั้งพร้อมทำทุกวิธีการ ไม่ว่าถูกหรือผิดกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมาย
ประมาณการว่า สงขลาจังหวัดเดียวอาจมีคนฉีกทำลายบัตรเลือกตั้งเป็นพันราย จนถึงการพยายามขัดขวางการลงคะแนนและการนับคะแนนอย่างถึงที่สุด และเชื่อว่าจะไม่มีการขัดขวางจากตำรวจหรือฝ่ายรักษาความปลอดภัย ด้วยเกรงว่าจะกลายเป็นเหตุจราจลที่ลุกลามใหญ่โตต่อไป
5.เมื่อหลายจังหวัดไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เรื่อง 22 เขตที่มีผู้สมัครรายเดียว และ 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร กลายเป็นเรื่องเล็ก เมื่อเทียบกับส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน ไม่สามารถประกาศผลได้ ส.ส.จำนวนหนึ่งที่ผ่านการเลือกตั้ง ไม่สามารถเปิดประชุมสภาฯ ท่ามกลางภาวะวุ่นวายของบ้านเมือง มี.ค. เม.ย. หรือพ.ค. ถึงจะสิ้นสุด เป็นสิ่งที่ไม่มีใครตอบได้
หรือคำตอบจะอยู่ในสายลม





