ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบพฤติกรรมคนร้ายก่อเหตุยิง"ขวัญชัย ไพรพนา"ใช้รถปิคอัพโตโยต้า สีบรอนซ์ทองก่อนหนีไป
ทันทีที่สิ้นเสียงปืน กระสุนเจาะร่างนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรและประธานชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด กระสุน 3 นัด ถูกแขนขวา 2 นัดและขาขวา 1 นัด ก่อนจะล้มลงและกลิ้งตัวหลบห่ากระสุนที่คนร้ายรัวยิงเข้ามาในบ้านพัก สิ้นเสียงปืนนายไสว ดาวเรือง การ์ดคนสนิททำหน้าที่พ่อบ้านรีบวิ่งมาดู พบนายขวัญชัยนอนจมกองเลือดแต่ยังมีสติ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกอุดร
ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานายขวัญชัยไม่ต้องจัดรายการวิทยุ ทุกเช้าจึงมีเวลาว่างนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ติดตามข่าวสารทางการเมือง บริเวณระเบียงหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับสถานีวิทยุคนเสื้อแดง จึงอาจจะทำให้คนร้ายมาซุ่มดูจนรู้กิจวัตรประจำวันของนายขวัญชัย จนนำไปสู่การชี้เป้าลอบสังหารในครั้งนี้
ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆพบพฤติกรรมคนร้ายที่ก่อเหตุชัดเจน โดยใช้รถปิคอัพโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้เส้นทางอุดรธานี-บ้านสามพร้าว จากนั้นคนร้ายขับตามเส้นทางจุดมุ่งหมายที่สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร เมื่อถึงประตูทางเข้าสถานีวิทยุ คนร้ายขับเลยมาจอดอยู่ริมรั้วเยื้องบ้านนายขวัญชัยห่างกัน 120 เมตร จากนั้นคนร้ายลงจากรถแล้วเปิดฉากใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงเข้าไปในบ้านพัก ใช้เวลาเพียง 12 วินาที จากนั้นกระโดดขึ้นรถที่ติดเครื่องรออยู่ขับหนีไปทางแยกสามพร้าว ซึ่งเป็นเส้นทางที่หลบหนีไปยัง อำเภอเพ็ญ อำเภอพิบูลรักษ์ หรือวกกลับทางบ้านหนองใสเข้าตัวเมืองได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริเวณอาณาจักรคนเสื้อแดงเกิดเหตุร้าย เมื่อปีที่แล้วสถานีวิทยุคนเสื้อแดงเคยมีมือปาระเบิดเข้ามาก่อเหตุแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 กรกฎาคม 2556 มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขี่รถ จยย.หรือ รถกระบะ ผ่านเข้ามาทางปากทางแยกเข้าบ้านสามพร้าว มาถึงสถานีวิทยุฯ และเมื่อผ่านประตูทางเข้าสถานีมาประมาณ 100 เมตร ได้หยุดรถ พร้อมปาระเบิด 2 ลูกข้ามรั้วเข้ามา เนื่องจากเมื่อคืนมีฝนตกลงมา ทำให้พื้นดินนิ่ม เมื่อคนร้ายโยนระเบิดข้ามมา จึงมีรอยพื้นดินยุบเป็นรอยระเบิดที่ตกลงดิน และกลิ้งไปประมาณ 30 เซนติเมตร วันนั้นนายขวัญชัย ไม่อยู่ เนื่องจากเดินทางไปขึ้นศาลคดีก่อการร้าย ที่ กทม. แต่มี ดีเจ พร้อมเจ้าหน้าที่ทำงานประจำสถานีวิทยุฯ ครั้งนั้นนายขวัญชัย ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจว่าเป็นการข่มขู่จากการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างแน่นอน
ต่อมาเวลา 17.45 น.วันที่ 7 ส.ค. 56 ขณะนายจรูญ สุภาตา คนงานดูแลสวนและเป็นการ์ดชมรมคนรักอุดรกำลังถางหญ้าที่ขึ้นรก บริเวณร่องระบายน้ำติดประตูรั้วทิศตะวันตก จากนั้นมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้นายจรูญถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณท้องและขาทั้งสองข้าง ครั้งนั้นนายขวัญชัยก็ไม่อยู่ในพื้นที่เช่นกัน โดยทั้งสองเหตุการณ์ไม่มีความคืบหน้าทางคดีและไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ จนกระทั่งมาเกิดเหตุร้ายกับตัวนายชัวญชัยในครั้งนี้
แหล่งข่าวในพื้นที่วิเคราะห์สาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ว่า ที่ผ่านมานายขวัญชัยมีการโต้ตอบทางการเมืองกับหลายฝ่าย โดยเฉพาะการประกาศตัวสนิทสนมกับนายใหญ่ที่ดูใบ หลายครั้งที่ปะทะคารมกับแกนนำคนเสื้อแดง และ ส.ส.ในพื้นที่ รวมไปถึงตำรวจ ทหารที่เคยถูกนายขวัญชัยให้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำหรือเนื้อหาที่รุนแรงมาแล้วทั้งสิ้น สร้างความไม่พอใจให้กับหลายคน
ที่ผ่านมานายขวัญชัยมีปัญหาไม่ลงรอยกับ อดีต ส.ส.ในพื้นที่บางคน ถึงแม้ทั้งสองคนจะอยู่ในกลุ่มก้อนของคนเสื้อแดง แต่ความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน จึงมีปัญหาความขัดแย้งกันบ่อยครั้ง ล่าสุด นายขวัญชัยนำมวลชนมากดดันหลุ่มหน้ากากขาวไม่ให้ออกมารณรงค์ใน จ.อุดรธานี ขณะที่ อดีต ส.ส.ออกมาแย้งว่า ถือเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ความขัดแย้งเริ่มคลี่คลายเมื่อเข้าสู่ฤดูเลือกตั้งที่จะถึงนี้ อดีต ส.ส.ต้องยอมอ่อนข้อเดินเข้ามาสานสัมพันธ์กับนายขวัญชัยอีกครั้ง เพราะต้องการฐานคะแนนเสียงคนเสื้อแดงของกลุ่มก้อนนายขวัญชัย
แม้กระทั่งล่าสุดมีการรณรงค์ขอเงินคนเสื้อแดงคนละ 1 บาท เพื่อใช้เป็นค่าหัวตามจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. หากจับตายให้ 1 ล้านบาท จับเป็นให้ 5 แสนบาท ซึ่งประเด็นนี้อาจจะทำให้กลุ่มก้อน กปปส. โดยเฉพาะกลุ่มคนใต้ไม่พอใจ
นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่านายขวัญชัยรับเงินมาจากนายใหญ่ดูไบมาแล้ว แต่ไม่ทำงานหรือทำงานไม่เข้าเป้า ซึ่งทุกเรื่องเป็นประเด็นนำไปสุ่ความแค้นเคืองได้ทั้งสิ้น
เหตุร้ายที่เกิดขึ้น ไม่เหนือความคาดหมายของนายขวัญชัย เนื่องจากระยะนี้มีการระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ โดยพกปืนป้องกันตัวถึง 2 กระบอก คาดว่านายขวัญชัยรู้ว่ากำลังถูกปองร้ายจากคนกลุ่มใด





