วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนะกกต.เอาผิดใช้ประชานิยมหาเสียงเกินจริง

"อภิสิทธิ์"แนะกกต.ออกระเบียบ เอาผิดพรรคการเมือง ใช้นโยบายประชานิยมหาเสียงเกินจริง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงปัญหาของชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวว่า ปัญหาเรื่องนี้เกิดมาจาก 1.รัฐบาลระบายข้าวไม่ได้ 2. เกิดการทุจริตในทุกขั้นตอน ทำให้รัฐบาลสูญเสียงบประมาณเป็นแสนล้านบาท ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ การหาเงินไปให้ชาวนาอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลเคยบอกว่ามีสัญญา หรือ MOU ขายข้าวให้ต่างประเทศแล้วแต่เมื่อขายข้าวแล้วเงินไปอยู่ที่ไหน แต่ขณะนี้รัฐบาลกลับจะไปขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)อนุมัติให้กู้เงิน ซึ่งขัดกับกรอบวงเงินที่ครม.มีมติไปแล้ว และยังมีความพยายามที่จะทำให้ความผิดไปตกอยู่กับ กกต. กปปส. ทั้งที่ทุกคนทราบดีว่า ชาวนานั้นรอเงินมาตั้งแต่ก่อนยุบสภาแล้ว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้ง 2 ก.พ.นี้พรรคการเมืองก็นำโครงการรับจำนำข้าวมาหาเสียงอีก ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่า ไม่สามารถทำตามที่หาเสียงไว้ ซึ่งตนเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 10 (2) ออกระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงว่าจะต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรม หากเป็นนโยบายที่หลอกลวงแล้วทำไม่ได้ให้ถือว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเราไปตีความกันเฉพาะผู้สมัคร ต่อไปควรจะต้องครอบคลุมเรื่องนโยบายด้วย ซึ่งกรณีนี้ให้ถือว่าเข้าข่ายเป็นการหลอกลวง อาจต้องโดนใบแดง รวมถึงการยุบพรรคการเมืองเพราะนโยบายพรรคการเมือง ต้องผ่านความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคการเมือง อย่างไรก็ตามก็ยากที่จะพิสูจน์ว่านโยบายที่หาเสียงนั้นหลอกลวงแต่หากเห็นชัดแล้วว่าทำไม่ได้ก็ให้ถือว่า เป็นความผิดทางกฎหมาย

"การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พวกผมก็ได้ชี้ให้เห็นไปว่ามันจะเกิดสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็ลำบาก เพราะมีกระแสตอบรับโครงการแบบนี้ ซึ่งกรณีนี้เป็นหนึ่งในกรณีศึกษานโยบายประชานิยม ที่พรรคจะจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปเรื่องการเลือกตั้ง แต่ยังไม่ไปแตะเรื่องที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้กฎหมาย”นายอภิสิทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การบริหารที่ผิดพลาดแล้วเกิดความเสียหายจะเรียกร้องให้รับผิดชอบทางแพ่งกับผู้ที่รับผิดชอบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องไปตามกระบวนการทางอาญาก่อนเพราะขณะนี้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้ชี้มูลรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและนายกฯก็ถูกอนุกรรมการป.ป.ช.ไต่สวนอยู่ ส่วนปัญหาความเสียหายจะเกิดจากการประมาทเลินเล่อหรือไม่อย่างไร ก็คงต้องว่ากันไปอีกขั้นตอนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่ทำนโยบายแล้วมีปัญหาการปฏิบัติที่ผิดพลาด เพราะตั้งแต่เริ่มต้นทำมีหลายฝ่ายเตือนไว้แล้ว ดังนั้นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี จะปฏิเสธว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ และเมื่อเกิดความเสียหายจะบอกว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของตัวเองนั้นมันจะได้หรือไม่

เมื่อถามว่า นโยบายนี้เป็น“นโยบายทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ชัดเจนเลยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวสั้นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเคยโม้ว่าอย่างไรในโครงการนี้ว่าทุกฝ่ายได้กันหมด Win - Win”