วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พงศ์เทพ'ถกปฏิรูปร่วมกับพรรคการเมือง

"พงศ์เทพ"เปิดประชุมถกปฏิรูปประเทศร่วมกับพรรคการเมือง เผยพลังประชาธิปไตยย้ำปฏิรูปยึดกติกาประชาธิปไตย"โภคิน"ชี้ภาคการเมืองต้องมีส่วนร่วม

ที่หอประชุมกองบัญชาการกองทัพอากาศ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมการปฏิรูปประเทศครั้งที่ 2/2557 ร่วมกับพรรคการเมือง 34 พรรค ลงทะเบียนเข้าร่วม สำหรับผู้เข้าหารืออาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นต้น โดยพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ไม่มีการส่งตัวแทนเข้าร่วมหารือ

นายพงศ์เทพ กล่าวเปิดการประชุมว่า เราได้นำข้อเสนอปฏิรูปประเทศจากกลุ่มองค์กรต่างๆ จากการหารือเมื่อวันที่ 16 ม.ค. โดยนายกฯได้มอบหมายให้นายวราเทพกับตน เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยมีพรรคการเมืองร่วมลงทะเบียน 34 พรรคการเมือง และจะนำข้อมูลให้ทุกพรรคใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อใช้ในการปฏิรูปประเทศต่อไป

พลังประชาธิปไตยย้ำปฏิรูปยึดกติกาประชาธิปไตย

น.ส.จิตรา คชเดช พรรคพลังประชาธิปไตย กล่าวว่า การปฏิรูปที่เป็นฝ่ายเห็นต่างรัฐบาลควรจะบันทึกไว้ด้วย เพราะประชาชนอาจจะเห็นด้วยกับแนวทางที่แตกต่าง โดยพรรคเห็นว่าการเลือกตั้งควรจะเดินหน้าต่อไป ซึ่งการปฏิรูปต้องผ่านกระบวนการเลือกตั้งโดยตรง และไม่มีการแต่งตั้งโดยเด็ดขาด หากนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ หากอยากจะมีส่วนร่วมต้องเสนอตัวเข้ามาผ่านกระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงคนกลางที่จะเข้ามาด้วย ส่วนผู้ที่เป็นอดีตส.ส. ส.ว. ควรจะตัดสิทธิ์ในการเข้ามาปฏิรูป ส่วนเนื้อหานั้นก็อยู่ที่ตัวแทนแต่ละฝ่ายจะนำเสนอ

พรรคเงินเดือนประชาชน กล่าวว่า หน้าที่ของพรคการเมืองต้องส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง แต่เมื่อมีปัญหารัฐบาลต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้ได้ รวมถึงความขัดแย้งในขณะนี้ หากนายกฯจะลาออกก็ต้องทำ โดยตนขอให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเดิม

นายชลวิทย์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ตัวแทนพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ตนอยากให้การปฏิรูปมาจากเสียงประชาชน โดยอาจจะเป็นการเลือกตั้ง หรือการทำประชามติ ซึ่งทั้งสองทางมีกฎหมายรองรับ ทั้งนี้พรรคไม่สามารถที่จะกล้าเดินทางไปหาเสียง ซึ่งปัญหานี้กกต.และรัฐบาลควรจะคุยกันให้จบ เพื่อให้วันที่ 2 ก.พ. มีความปลอดภัย

ชาติไทยพัฒนายึดปฏิรูปตามกรอบรธน.

นายนิกร จำนง พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ทางพรรคขณะนี้ได้เดินหน้าหาเสียงแล้ว และมองเห็นถึงความขัดแย้ง ซึ่งรวมประเด็นการปฏิรูปว่า พรรคมีนโยบายหลักจะทำทั้งด้านเศรษฐกิจ และการเมือง ส่วนบทบาทของพรรคการเมืองขณะนี้คือการนำนโยบายไปคุยกับประชาชน ถ้ามีการเลือกก็ต้องนำไปปฏิบัติ สำหรับประเด็นที่มีการเสนอให้มีการตั้งองค์กรปฏิรูปประเทศไทยนั้น ตนเห็นว่าขณะนี้เราไม่สามารถกำหนดเป็นกฎหมายได้ แต่สามารถออกประกาศเป็นระเบียบเพื่อเป็นกรอบไว้ได้ ให้เป็นการเริ่มต้น แต่ไม่ผูกพัน และต้องเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ และเห็นว่าทุกพรรคควรได้ตกลงร่วมกันในภารกิจการปฏิรูป ซึ่งจุดยืนของ พรรคคือเมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้วต้องทำเรื่องปฏิรูปพร้อมดูแลประเทศครบ 1 ปี ต้องเลือกตั้งใหม่ ส่วนข้อเสนอการปรับรูปแบบรัฐบาลรักษาการนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร

ชพน. เสนอตั้งสมัชชาปฏิรูป

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ตัวแทนพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการปฏิรูปประเทศ และควรจะมีองค์กรขึ้นมาเพื่อกำหนดทิศทาง ซึ่งพรรคชาติพัฒนา เห็นว่าควรจะมีการจัดตั้งสมัชชาปฏิรูปประเทศขึ้นมา 2,000 คน โดยมาจากตัวแทนทุกกลุ่มอาชีพซึ่งมีกฎหมายรองรับ ผ่านการสรรหากันเอง และให้มีการเลือกตั้งในสมัชชา เพื่อให้ได้สภาปฏิรูปประเทศ 200 คน โดยให้ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสภา ซึ่งสภาปฏิรูปประเทศสามารถแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการทำงานได้ โดยสภาปฏิรูปประเทศมีหน้าที่หลักในการจัดทำข้อเสนอเพื่อปฏิรูปประเทศในมิติต่างๆที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ และสามารถระงับเหตุแห่งความขัดแย้งในสังคมเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาและผูกพันให้เกิดการปฏิบัติแก่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนุญ สมควรจะได้มีการทำประชามติ เพื่อให้ประชาชนยอมรับ โดยกรอบการทำงานของสภาปฏิรูปประเทศควรจะมีระยะเวลาภายใน 1 ปี หลังการเลือกตั้งจากนั้นจึงมีการยุบสภา และดำเนินการปฏรูปประเทศต่อไป

ส่วนประเด็นในการปฏิรูปอาทิ กำหนดกติกาการเข้าสู่อำนาจรัฐที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ โปร่งใสและปราศจากอิทธิพลแทรกแซง การขจัดความทุจริตและประพฤติมิชอบ จะต้องเป็นคดีที่มีอายุความไม่มีที่สิ้นสุด การเข้าถึงความยุติธรรมต้องมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมเสมอภาคทั้งระบบ รวมทั้งการปฏิรูปองค์กรตำรวจด้วย รวมถึงเสียงของประชาชนในเรื่องการปฏิรูปต้องได้รับการตอบสนอง ทั้งนี้ตนเห็นว่าการปฏิรูปนั้นควรดำเนินการพร้อมกับการเลือกตั้ง

"โภคิน" ชี้ภาคการเมืองต้องมีส่วนร่วม

นายโภคิน พลกุล พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการปฏิรูปเป็นเรื่องที่สังคมจำเป็นต้องหาทางออกร่วมกัน ขณะเดียวกันก็มีความหลากหลายความแตกต่าง โดยรัฐบาลที่จะเข้ามาหลังการเลือกตั้งควรจะมีหน้าที่สำคัญคือสนับสนุนส่งเสริมดำเนินการให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปอย่างเป็นรูปรรรมโดยการใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้องค์ประกอบขององค์กรปฏิรูปต้องมี 4 ภาคส่วน คือ ประชาชน วิชาชีพ วิชาการ ภาคการเมือง โดยจะไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าร่วมคงไม่ได้ เพราะมีส่วนในการออกกฎหมายในสภา และให้มีความครอบคลุมทั้งประเทศ และมีสัดส่วนที่เหมาะสม โดยมีประเด็นที่ต้องให้เกิดความชัดเจนอย่างเร่งด่วน คือเสริมสร้างให้เคารพกฎหมายอย่างจริงจัง เสริมสร้างความสามัคคี และลดความขัดแย้ง ปฏิรูปและระบบราชการการกระจายอำนาจ ปรับปรุงการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นให้มีประสิทธิภาพ และขอเสนอให้ทุกพรรคการเมืองร่วมลงนามสัตยาบรรณ ว่าจะร่วมมือร่วมใจปฏิรูปประเทศหลังการเลือกตั้ง

นายจำลอง ดำสิม ตัวแทนพรรคกสิกร กล่าวว่า งานใหญ่ไม่ๆอย่างนี้มีหนังสือ แค่ให้เด็กโทรไปบอกให้มาประชุม พวกตนไม่ใช่เด็ก เหมือนมัดมือชก สถานภาพองค์กรพวกตนมีมารับฟังหรือมาแบบไหน หรือให้มาเป็นกรรมการร่วมด้วย ตอบโจทย์นี้ก่อนแล้วก็ส่งเอกสารรายละเอียดมา และรัฐบาลลองถามตัวเองว่าวันที่2 ก.พ.จะมีการเลือกตั้งหรือไม่

ภายหลังใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมง นายพงศ์เทพ ได้สรุปผลการหารือว่า สรุป 3 ประเด็น คือ 1.เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้เลือกตั้งวันที่ 2ก.พ.โดยกกต.มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง 2.ทุกพรรคเห็นชอบว่าพรรคการเมืองต้องมีการปฏิรูปประเทศ โดยรัฐบาลหลังเลือกตั้งมีภารกิจหลักในการสนับสนุนส่งเสริมการปฏิรูปประเทศโดยใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการสร้างกลไก ก่อนยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ 3.เห็นชอบลงนามสัตยาบันเพื่อแสดงจุดยืนว่าหลังจากการเลือกตั้งแต่ละพรรคจะมาช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในที่ประชุมได้มีนายนาธาน โอมาน อดีตนักร้องชื่อดังได้มาร่วมนั่งอยู่ด้วยโดยนายนาธานได้มากับตัวแทนของพรรคพลังเครือข่ายประชาชน