ศอ.รส.เผยบึ้มอนุสาวรีย์ชัย ขอตรวจสอบก่อน เผยศาลอนุมัติหมายจับแล้ว เผยมีการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศอ.รส.พร้อมด้วยพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเเทศไทย Ffpนายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับให้ดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้นและสั่งการให้ตำรวจเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด ศอ.รส.จึงนัดประชุมเต็มคณะเพื่อกำหนดจุดตรวจร่วมทั้งตำรวจ ทหาร เพิ่มขึ้นตามที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.แสดงความกังวล ต่อเหตุการณ์พยายามสร้างสถานการณ์จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากนั้นจะเชิญกลุ่มกปปส.มาร่วมหารือร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายต่อไป ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งรางวัลนำจับให้ผู้ที่แจ้งเบาะแสคนร้ายจำนวน 2 แสนบาท
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า เหตุระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นการปฎิบัติการอย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย ขณะนี้ผบช.น.ได้สั่งการให้เร่งจับกุมคนร้ายดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด และตำรวจเข้าพื้นที่สอบสวนพยานบุคคล ภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดใกล้พื้นที่ทั้งหมด พบข้อเท็จจริงคือ 1.พื้นที่เกิดเหตุใกล้เต็นท์และหลังเวทีชุมนุมซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี เพราะอยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม 2.คนร้ายแต่งกายเช่นเดียวกับผู้ชุมนุม โดยนายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.ให้ข้อมูลชัดเจนว่าหากเป็นบุคคลทั่วไปไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้องจะถูกการ์ดกันตัวทัน ซึ่งสอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ คือคนร้ายคล้องนกหวีดคล้ายผู้ชุมนุม และ 3 คนร้ายต้องมีความชำนาญและเชี่ยวชาญ ต้องรู้จักพื้นที่ สภาพภายในการชุมนุมเป็นอย่างดี จนมั่นใจว่าหากเกิดเหตุแล้วสามารถหลบหนีได้อย่างปลอดภัย แสดงว่าคนร้ายได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เห็นได้จากการสอบสวนพยานแล้วพบว่าหลังจากขว้างระเบิดลูกแรกและหลบหนีด้านหลังเวทีและสามารถสกัดกั้นผู้ติดตามทั้งขว้างระเบิดและใช้อาวุธปืนได้อย่างแม่นยำ สรุปได้ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้จะต้องได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี และไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป เพราะแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ไม่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษย่อมไม่สามารถกระทำการได้อย่างอุกอาจเช่นกัน ทั้งนี้ภาพที่บันทึกได้จะเป็นหลักฐานสำคัญในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ และตำรวจได้ออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อไป
เมื่อถามว่าได้ประสานไปยังกลุ่มกปปส.เพื่อเชิญมาหารือแล้วหรือยัง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คิดว่าหากเราเชิญทหารและตำรวจมาประชุมกำหนดแนวทางป้องกันเหตุแล้ว จะเชิญกปปส.มาหารือต่อไป ทั้งนี้คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานจะจับบุคคลในภาพและจะเกิดความกระจ่างต่อไป และคนในภาพยังเป็นผู้ต้องสงสัยโดยจะยังไม่กล่าวหาว่าคนในภาพเป็นใคร ขอให้ใจเย็นเราไม่ปล่อยแน่นอนเพราะเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามว่าเหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดบริเวณ ถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า มีความเชื่อมโยงกัน ส่วนภาพคนร้ายที่ถนนบรรทัดทองที่ตนนำเสนอว่าคนที่วางระเบิดได้ไปหลบซ่อนที่เสาไปหาคนที่ใส่หมวกขาวคนแรกและเดินออกมาด้วยและเก็บวัตถที่ตกอยู่โดยไม่สนใจคนเจ็บ และคนขับรถที่นำมามีส่วนรู้เห็นด้วยซึ่งเรื่องนี้พนักงานสอบสวนจะบันทึกไว้ในสำนวนและสามารถนำเป็นพยานหลักฐานต่อไป
ต่อข้อถามว่ารัฐบาลจะระบุอีกหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่อนุสาวรีย์ฯเป็นการสร้างสถานการณ์ของผู้ชุมนุมเพื่อใส่ร้ายรัฐบาล เหมือนกับเหตุที่เกิดขึ้นที่ถนนบรรทัดทอง พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า คนร้ายยังไม่ชัดเจน แต่การแต่งกายของคนร้ายเป็นลักษณะเดียวกับผู้ชุมนุม ทั้งนี้ผบ.ตร.เร่งรัดให้ดำเนินทุกคดีโดยเร็ว
เมื่อถามว่าภาพที่นำเสนอมีกระแสข่าวว่าเป็นลูกน้องของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และมีการระบุว่าเป็นทหารสังกัดกองทัพเรือ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ต้องตรวจสอบและสอบสวนให้ชัดก่อน





