"วรพงษ์"ระบุตร.วางมาตรการป้องกันบึ้มป่วนผู้ชุมนุม กปปส. เผยเป็นไปได้ทั้งสร้างสถานการณ์-คนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่เห็นด้วย
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์รายการ " เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ทางสปริงนิวส์" ประเด็นเหตุระเบิดหลายครั้งในการชุมนุมกปป.ช่วงชัตดาวน์กทม.ตั้้งเเต่วันที่13ม.ค. ว่า ในหลักของฝ่ายความมั่นคง เราประเมินสถานการณ์ในสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหรือมีความเป็นไปได้สูงสุดไว้ก่อน เพื่อที่เราจะได้วางมาตรการในการป้องกันให้รอบคอบรัดกุม ให้สามารถหยุดยั้งเพิ่มเติม เราจะประเมินว่า มันอาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ได้อีกและอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทั้งนี้จะมีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และคนที่ไม่เห็นด้วย และได้รับความเดือดร้อนที่มันอาจจะเกิดขึ้น อันนั้นคือสิ่งที่เราประเมิน
เมื่อถามว่า ตำรวจบอกว่า บางเหตุนั้นสร้างสถานการณ์กันเองก็มี พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ทุกกรณี และทุกฝ่ายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกกรณี
เมื่อถามว่า เหตุระเบิดที่ถนนบรรดทัดทอง และอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นฝีมือของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย กับ กปปส. พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า เราไม่สามารถ
สรุปอย่างนั้นได้ ต้องดูเรื่องของพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ จะพูดโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้ คือ วิธีการทำงานของตำรวจ เราต้องตั้งประเด็น สมุติฐานว่ามีความเป็นไปได้กี่ทาง อะไรที่มันมีโอกาสเป็นไปได้ เราต้องตั้งไว้ทุกประเด็นเดินไปให้จบ เรายังไม่เชื่อมั่น ถ้าเราเชื่อมั่นแล้วเราจะมีการเอนเอียง
พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้เชิญแกนนำทุกกลุ่ม กปปส. , คปท. กปท. มาร่วมหารือ ในการรักษาความปลอดภัย พอตำรวจเสนอมาตรการไปเพื่อคุมเข้ม ปรากฎว่า ทางกลุ่มยังไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น เช่น เราเสนอว่าให้มีการตีพื้นที่แล้ว ตั้งด่านร่วมกัน มีการตรวจอย่างละเอียด ซึ่งที่่ประชุมปฏิเสธ เพราะตำรวจไม่เป็นที่ไว้วางใจของกลุ่มผู้ชุมนุมเเละผู้ชุมนุมจะไม่สบายใจ ก็แยกกันตรวจ ตำรวจทำได้เพียงตั้งด่านบริเวณรอบนอก หากจากบริเวณผู้ชุมนุมประมาณ 1.5กิโลเมตร ส่วนบริเวณที่ติดกับผู้ชุมนุมในวงในเป็นเรื่องของการ์ดผู้ชุมนุมดูเเลเอง อันนี้คือข้อตกลงในเบื้องต้น กรณีที่ตำรวจจะมีสายสืบนอกเครื่องแบบ เข้าไปช่วยสังเกตุการณ์ ทางผู้ชุมนุมก็ไม่ต้องการ
พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า หลักการของเราในการดูแลรักษาความปลอดภัย เราจะต้องมีนอกเครื่องแบบ กรณีที่อนุเสารีย์ชัยฯ ก็เหมือนกัน ระบบการดูแลรักษาความปลอดภัย ก็แบ่งกันมีการตกลงกันว่า ช่วงเวลากลางวันตำรวจไม่ต้องมาดู รอบๆ บริเวณการชุมนุมการ์ดจะดูแลเอง ทางผุ้ชุมนุมจะมีการด์ 4 ทิศ ทิศละ 20 คน เพื่อที่จะดูแลคนเข้าคนออก ส่วนตำรวจให้มาดูเวลา 01.00-05.00น. ในช่วงที่ผู้ชุมนุมเริ่มจะพักผ่อน ตำรวจจะไปตั้งด่านให้
"ที่เกิดเหตุที่อนุเสาวรีย์ชัยฯ เป็นช่วงเวลาเกิดเหตุ เป็นเวลา 13.00 น. หมายความว่า ตรงจุดนั้น ตำรวจเราไม่ได้อยู่ไม่มีการตั้งด่าน ส่วนที่ถนนบรรดทัดทองที่มีปัญหา เมื่อเกิดเหตุตำรวจไม่สามารถเข้าไปที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว เพราะทางกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ไว้วางใจตำรวจ ซึ่งทหารเป็นคนเข้าไปชุดแรก ทหารเป็นคนเก็บหลักฐานไว้ และเราเพิ่งได้ ตัวกระเดื่องเมื่อวานนี้"พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าว
เมื่่อถามว่า กรณีทหารเรือ 3 นาย ที่ถูกจับได้พร้อมปืนและกระบอกเก็บเสียง เรื่องไปถึงไหนอย่างไร พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า อยุ่ระหว่างกระบวนการ ตรงนี้ขอยังไม่ให้ข้อมูล เพราะถ้ายังไม่ชัดเจน จะเกิดความเข้าใจผิดกับหน่วยงาน ซึ่งตอนนี้ รอผลจากกองทัพเรืออยู่ ตรงนี้ขอปล่อยให้ทางต้นสังกัดเป็นผู้ดูแล
เมื่อถามว่า เหตุปาระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นระเบิดชนิดไหน พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า เป็นระเบิดคนละชนิดกับที่จับได้ที่บางนา และคนละชนิดกับเหตุที่ถนนบรรทัดทองเเละอนุเสาวรีย์ชัยฯ





