วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลอ้างยังไม่ได้รับหนังสือนัดถกจากกกต.

"พงศ์เทพ"ยันรัฐบาลยังไม่ได้รับหนังสือเชิญหารือจากกกต. เรื่องเลือกตั้ง

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเขตเลือกตั้งบางเขตมีผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้แล้วจะดำเนินการออกพระราชกฤษฎีการเลือกตั้งอย่างไร ว่า ตั้งแต่มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาตั้งแต่ปี 2540 ในกรณีการเลือกตั้งที่ยังไม่มีการประกาศผลแล้วต้องมีการเลือกตั้งอีก ที่ผ่านมายังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่กกต.ต้องดำเนินการเอง ดังนั้นปัญหาในเขตต่างๆ เหล่านั้น ทางกกต.ต้องดำเนินการ ไม่จำเป็นต้องตราพ.ร.ฎ.ขึ้นมาใหม่

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มกปปส.ปิดล้อมโรงพิมพ์คุรุสภา จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าคณะฝ่ายจัดการการเลือกตั้งของกกต. สามารถจัดการได้ เพราะเป็นการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเท่านั้น

เมื่อถามถึงกรณีที่กกต.ส่งหนังสือเชิญนายกรัฐมนตรีไปหารือกับประธานกกต. เรื่องการเลือกตั้ง นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าทางกกต.ไม่มีหนังสือเชิญรัฐบาลไปหารือแต่อย่างใด หนังสือที่มีมาถึงรัฐบาลคือ หนังสือที่ลงวันที่ 12 ม.ค. ซึ่งเป็นการเสนอเกี่ยวกับเรื่องการจะให้ตราพ.ร.ฎ.ใหม่ โดยรัฐบาลจึงได้เชิญพรรคการเมืองมาหารือ นอกจากนั้นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือตอบไปยังกกต.ไปแล้ว ส่วนเนื้อหาสาระในหนังสือดังกล่าวเป็นอย่างไร ขอให้ไปถามเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเอง

" กกต.ไม่ได้มีหนังสือเชิญรัฐบาลไปพบ ไม่มีจริงๆ ผมยืนยันได้ หลังจากที่รัฐบาลได้มีการตราพ.ร.ฎ.เลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 หน้าที่ของกกต.คือจัดการการเลือกตั้ง ส่วนรัฐบาลก็มีหน้าที่สนับสนุนการเลือกตั้งเท่านั้นเอง ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมมากไปกว่านี้ " นายพงศ์เทพ กล่าว

เมื่อถามว่าท้ายที่สุดหากรัฐบาลและกกต.ไม่สามารถหาข้อยุติที่เป็นแนวทางเดียวกันได้ กกต.สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมวินิจฉัยได้หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุน ให้กกต.จัดการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งในอำนาจหน้าที่ระหว่างกกต.กับรัฐบาลเลย

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.นี้ อาจจะถูดขัดขวางรัฐบาลยินดีจะหารือกับกกต. หลังวันที่ 26 ม.ค.หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเรื่องดังกล่าว รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนเท่านั้น และสามารถมีหนังสือให้ทุกหน่วยงานทำหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนกกต.เท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากมีความตั้งใจทำและทำอย่างมีศักยภาพ ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งย่อมไม่เหนือบ่ากว่าแรง

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลเห็นอย่างไร กรณีที่มีการเสนอในสภาปฏิรูปว่าให้ทำประชามติก่อนเพื่อถามว่าควรปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูป รองนายกฯ กล่าวว่าการทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 90 วันขึ้นไป ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญกำหนดว่าเมื่อมีการยุบสภาต้องเลือกตั้งภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน ดังนั้นจะเห็นว่าจะทำประชามติไม่ทัน และในรัฐธรรมนูญก็ระบุว่าจะทำในสิ่งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญไม่ได้

เมื่อถามว่าข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไป มีการนำมามพิจารณาหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า ได้พิจารณาทั้งข้อกฏหมายตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว จะเห็นว่าประเทศปกครองโดยนิติรัฐ รัฐบาลต้องปฏิบัติตามกฏหมายไม่ใช่ปฏิบัติตามอำเภอใจ และขณะนี้กรอบเวลาการเลือกตั้งก็เป็นไปตามกฏหมาย รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม ไม่สามารถทำเป็นอย่างอื่นได้

เมื่อถามว่ารัฐบาลกังวลหรือไม่ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลพยายามให้ข้อกฏหมายเข้าสู้ จนทำให้สถานการณ์บานปลายจนมาถึงขณะนี้ นายพงศ์เทพกล่าวว่า รัฐไม่ได้เอากฏหมายเข้าสู้ แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฏหมาย หากไม่ปฏิบัติตามเมื่อใด ตรงนั้นสังคมสามารถโต้แย้งได้ทันที แล้วประชาชนต้องการหรือรัฐบาลที่ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย การเสนอให้รัฐบาลทำอะไรที่ไม่เป็นไปตามกฏหมายคงไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำอย่างนั้นได้

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.จะทำให้สถานการณ์ไม่สงบยุติลงได้ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการเลือกตั้ง เมื่อประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์และใช้สิทธิ์แล้ว จะเป็นการส่งสัญณาณให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการอะไร และสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว สุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของอำนาจก็จะเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะการเลือกตั้งจะทำให้เห็นว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเห็นอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่าหากวันที่ 2 ก.พ.ไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ นายพงศ์เทพกล่าวว่า หากมีการจัดการเลือกตั้งให้ดี ตนเชื่อมีการเลือกตั้งแน่นอน ต่อข้อถามว่ารัฐบาลมั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถดูแลให้ความปลอดภัยแก่กรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยทุกหน่วย นายพงศ์เทพกล่าวว่า หากกกต.ขอกำลังเจ้าหน้าที่มารัฐบาลก็มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ เพราะมีทหารและตำรวจอยู่กว่า 4 แสนคน และเจ้าหน้าที่ที่จะช่วยดูแลความปลอดภัยก็ต้องให้ความร่วมมือ ช่วยกันอย่างเต็มที่หากมีใครทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง และใครที่ควรจะถูกประณามมากที่สุดระหว่างคนที่รักษาความปลอดภัยหรือคนที่ไปก่อเรื่อง

ส่วนกรณีปรากฎภาพนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส. นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าสื่อมวลชนกับสาธารณชนคงจะเป็นฝ่ายบอกได้