วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศอ.รส.ชี้บึ้มบรรทัดทองคนที่มากับกปปส.ทำ

ศอ.รส.แถลงอ้างข้อมูลตำรวจ ระบุเหตุการณ์ระเบิดที่ถนนบรรทัดทองคนที่มากับกปปส. ทำ

ฃเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 19 ม.ค.2557 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงเรียบร้อย (ศอ.รส.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกบช.น.แถลงถึงการสืบสวนสอบสวนเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทองเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสียชีวิต 1 รายและมีการบาดเจ็บ ซึ่งทางศอ.รส. ได้เร่งและกำชับให้เจ้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวน หาข้อเท็จจริงรวมทั้งหาตัวคนร้ายที่ปาระเบิดมาลงโทษโดยเร็ว

จากการสืบสวนภายหลังจากที่กปปส.ให้ความร่วมมือ และอนุญาตให้ตำรวจเข้าในพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆได้ แม้จะล่าช้าไปบ้างแต่ก็ปรากฏข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ปาระเบิดหลายประเด็น

อย่างไรก็ตามศอ.รส.ขอวิงวอนให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมประท้วงระมัดระวังและควรเฝ้าจับตามองบุคคลแปลกปลอมที่ไม่ประสงค์ดีและพยายามสร้างสถานการณ์หรือก่อเหตุร้ายในระหว่างการชุมนุม หากพบสิ่งผิดปกติขอให้เก็บข้อมูลต่างๆเพื่อเป็นหลักฐานแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในภายหลัง

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า จากข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงาน รัฐบาลขอยืนยันว่าเหตุการณ์ระเบิดที่ถนนบรรทัดทองเป็นการสร้างเหตุการณ์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดความรุนแรงโดยมีเป้าหมายทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ ไม่ใช่เป็นการมุ่งร้ายต่อแกนนำ อย่างที่มีความพยายามสร้างเรื่องและบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่ในขณะนี้ พื้นที่เหตุการณ์และช่วงเวลาที่มีการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันท่วงที เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากแกนนำของกลุ่มกปปส. ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ามีความพยายามที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และตรวจเก็บข้อมูล พยานหลักฐานต่างๆได้ แสดงว่ามีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีที่ร่วมในการชุมนุมพยายามสร้างสถานการณ์ เพื่อกล่าวหาใส่ร้ายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอแสดงความเสียใจ ต่อผู้บริสุทธิ์และขอประณามการกระทำของผู้ที่อยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์ครั้งนี้

ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นพบข้อเท็จจริงว่า 1.จุดที่ตรวจพบพบปืนบีบีกัน อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเป็นระยะไกล ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นจุดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ 2.หลังเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถถึงพื้นที่ได้ทันที เนื่องจากถูกการ์ดกปปส.กันตัวออกจากพื้นที่ โดยอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไป จนเวลาผ่านไประยะหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ 3.จากการสำรวจพื้นที่เกิดเหตุพบว่าการโยนระเบิดจากอาคารโดยรอบนั้นเป็นไปได้ยาก โดยพบว่าหากมีการโยนลงมาจากอาคารดังกล่าวจริง โอกาสที่ระเบิดจะโดนสิ่งกีดขวางต่างๆมีสูง เพราะวิถีของระเบิดที่มาจากที่สูง จะมีต้นไม้และสายไฟเป็นอุปสรรคขัดขวาง

4.จากการตรวจสอบภาพวิดีโอ และกล้องซีซีทีวี ขณะเกิดเหตุ ซึ่งเป็นหลักฐานที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงและไม่สามารถแต่งเติมได้ ปรากฏหลักฐานชัดเจนดังนี้ 1.บริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ว่างดังนั้นการเกิดระเบิดหากมีวัตถุตกลงมาที่พื้นย่อมต้องสามารถมองเห็นได้ แต่การตรวจสอบภาพวิดีโอโดยละเอียดพบว่าไม่มีวัตถุตกลงมาที่พื้น ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าไม่มีผู้ใดโยนระเบิดลงมาจากที่สูง 2.จากการตรวจสอบภาพวิดีโออย่างละเอียดตรวจพบชายต้องสงสัย สวมหมวกสีขาวเดินเร็วมาจากท้ายขบวน และมีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยหลังจากวางระเบิดแล้วตนเองได้หลบเข้าที่กำบัง ซึ่งเป็นตู้เหล็กชุมสายโทรศัพท์ จากนั้นก็เกิดระเบิดขึ้น

3.หลังจากเหตุระเบิดชายคนขับรถปิกอัพได้วิ่งออกจากรถ เข้าไปหาชายสวมหมวกขาวที่หลังตู้เหล็กชุมสายโทรศัพท์ 4.หลังเกิดเหตุภาพวิดีโอปรากฏพบว่ามีชายต้องสงสัย 2 คน ได้เดินเข้าไปเก็บวัตถุบางอย่างบนพื้นใกล้กับจุดระเบิด โดยไม่สนใจคนเจ็บที่นอนอยู่โดยรอบ แสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติการครั้งนี้มีการทำงานเป็นทีม ฉะนั้นจากที่ได้รายงานไปทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มที่เดินทางร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐาน เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดต่อไป