สื่อแดงโหมนำเสนอมุมมองต่างชาติหนุน"ยิ่งลักษณ์"เพิ่มความชอบธรรมให้รัฐบาล
มอนิเตอร์เอเชียอัพเดท กรณีการนำเสนอข่าวสื่อต่างชาติสัมภาษณ์น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรายงานพิเศษมุมมองสื่อต่างชาติต่อสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง
โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ สื่อของกลุ่มเสื้อแดงมีการนำเสนอการรายงานและบทวิเคราะห์ของต่างชาติอย่างเข้มข้นตลอดทั้งสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการนำเสนอรายงานพิเศษสื่อหลัก เป็นผู้สนับสนุนม็อบให้สังคมอยู่ภายใต้ความเกลียดชัง ซึ่งการเริ่มนำเสนอข่าวในมุมมองสื่อต่างชาติต่อสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองได้มีขึ้นในวันเดียวกันกับที่กลุ่ม กปปส. ประกาศปิดกรุงเทพมหานคร วันที่ 13 ม.ค. 2557
โดยเนื้อหารายงานพิเศษของสื่อแดง ระบุว่า สื่อกัมพูชาเกาะติดการรายงานข่าวกรณีที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมที่อยู่กลุ่มตรงข้ามรัฐบาล ปี 2553 ขณะที่เดอะ นิวยอร์กไทม์ของสหรัฐฯ ตีพิมพ์บทความพิเศษเกี่ยวกับภาวะผู้นำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทย โดยระบุว่า บทความนี้ได้เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงภาวะคล้อยตาม เมื่อครั้งที่นาวสาวยิ่งลักษณ์เป็นนักเรียนมัธยม มาจนถึงการบริหารประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่มักถูกฝ่ายค้านโจมตีเสมอว่า ไม่ฉลาดและเป็นเพียงตุ๊กตาหุ่นเชิดของพี่ชายคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังลี้ภัยในต่างแดน และเมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ได้ให้สัมภาษณ์หลายสำนัก ด้วยท่าทีสงบนิ่งและระมัดระวัง โดยเธอยังไม่ยืนยันว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่ และเธอยังกล่าวถึงสภาประชาชนด้วยว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ยังแสดงความมั่นใจว่า ทหารจะไม่ก่อการรัฐประหารเช่นเดียวกับที่พี่ชายเธอได้ประสบมาแล้ว เมื่อปี 2549 แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสียหายมากมาย แต่นางสาวยิ่งลักษณ์จะเลี่ยงพูดถึงตลอดคือเรื่องราวที่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ และยืนยันว่า เธอคือผู้บริหารประเทศด้วยตัวเอง
รายงานกล่าวอีกว่า ขณะที่ Combodian Imformation Center เป็นสื่อกัมพูชากลับให้ความสนใจและมุ่งประเด็นไปที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตกเป็นจำเลยฐานร่วมกันก่อหรือใช้ผู้อื่นฆ่าและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2553 และจะมีการนัดสอบพยานหลักฐานอีกครั้ง ในวันที่ 24 มีนาคม 2557
ในรายงานยังระบุว่า ด้านนักสังเกตการณ์ชาวอังกฤษกลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไป หากนายอภิสิทธิ์ ถูกตัดสินจำคุก อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงไปถึงความเสี่ยงภัย จวบจนถึงจุดขีดอันตรายการเมืองไทย ที่จะมีแนวโน้มด้านลบมากขึ้นอย่างแน่นอน





