เวบไซต์วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อวันที่ 16 มกราคม โดยขึ้นหัวว่า ชาวนาไทยเริ่มตีจากรัฐบาล เหตุไม่พอใจการจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวล่าช้า
รายงานระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำลังขาดเงินและส่งผลตีกลับ ในห้วงเวลาที่อนาคตทางการเมืองของนางสาวยิ่งลักษณ์ แขวนอยู่กับการสนับสนุนจากชาวนาและผู้ออกเสียงในชนบท ขณะคู่แข่งการเมืองโหมรณรงค์กดดันให้ลาออก
นับจากเข้าบริหารประเทศในปี 2554 รัฐบาลพรรคเพื่อไทยรับซื้อข้าวจากชาวนาสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 50 % เพื่อเพิ่มรายได้ในภาคชนบท แต่รัฐบาลไม่สามารถระบายข้าวได้รวดเร็วพอกับรายได้ที่ต้องใช้ในโครงการ ขณะที่ผู้ส่งออกข้าว อาทิ อินเดีย และเวียดนาม ที่ผลิตข้าวได้มากเช่นกัน ขายผลผลิตในราคาถูกกว่าและโค่นตำแหน่งผู้ส่งออกหมายเลขหนึ่งของไทย
นายนิพนธ์ พัวพงศกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชนบท สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ชาวนาไม่พอใจมาก และว่า "นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชาวนาไม่ได้รับเงินค่าข้าวที่พวกเขาได้ขายให้แก่รัฐบาลไปแล้ว"
รายงานของวอลสตรีทเจอร์นัล ระบุว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ที่รับผิดชอบหาเงินสำหรับโครงการนี้ กำลังพยายามระดมทุน 2 หมื่นล้านบาท ผ่านการประมูลพันธบัตรในวันพฤหัสบดี(16 ม.ค.) โดยหวังจะชดเชยส่วนที่ยังขาดหลังเปิดประมูลพันธบัตร 7.5 หมื่นล้านบาทเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่กลับมีผู้ประมูลไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เงินนี้จะนำไปจ่ายให้แก่ชาวนาซึ่งจำนวนหนึ่งไม่ได้รับเงินมานานหลายเดือนแล้ว
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศขยายเส้นตายสำหรับการจ่ายจำนำข้าวฤดูเก็บเกี่ยวรอบเดือนต.ค. ขณะสื่อในไทย รายงานว่า ที่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ มีเกษตรกรจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นจากเกือบ 5 หมื่นคนที่ได้รับเงินจากรัฐบาล
ประชากรในชนบทเป็นฐานเสียงสำคัญของนางสาวยิ่งลักษณ์และพี่ชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และโครงการรับจำนำข้าวเป็นหนึ่งในนโยบายที่มุ่งเอาใจฐานเสียงในชนบท ที่สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ประท้วงในกรุงเทพที่โดยมากเป็นชนชั้นกลางผู้เสียภาษีให้กับโครงการนี้ ฝ่ายต่อต้านอาณาจักรการเมืองของตระกูลชินวัตร แห่แหนออกมาชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ลาออก พวกเขากล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และนโยบายประชานิยมของพี่ชายของเธอ ไม่ต่างอะไรกับการซื้อเสียง ขณะรัฐบาลยืนยันว่านโยบายของตนช่วยเหลือชาวนาที่เป็นกลุ่มคนยากจนที่สุดของประเทศ
ความคาดหวังอันเกิดจากโครงการรับจำนำข้าวขณะนี้ ได้กลายเป็นภาระรับผิดชอบของรัฐบาล ซึ่งนอกเหนือจากนี้แล้ว ก็ยังต้องเผชิญกับการ
ประท้วงจากเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และอีกหลากหลายกลุ่มที่เรียกร้องการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
ทั้งนี้ ความล่าช้าในการจ่ายเงินในโครงการจำนำข้าวยังสะท้อนว่า โครงการนี้ได้ส่งผลให้ธกส.และรัฐบาล ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายทางการเงิน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี เช็คเคียวริตี้ส์ ระบุว่ารัฐบาลไทยจะต้องแบกรับรายจ่ายประมาณ 3 แสนล้านบาทต่อปีหรือคิดเป็นประมาณ 2.5 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (จีดีพี) เพื่ออุดหนุนราคาข้าว
ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า รัฐบาลไทยยังไม่ได้จ่ายค่าข้าวเปลือกแก่ชาวนา ประมาณ 10 ล้านตัน หรือคิดเป็นประมาณ 1.7 แสนล้านบาท





