กปปส.ยอมให้ตำรวจ ตั้งด่านรอบพื้นที่ชุมนุม แต่ขอให้เว้นระยะห่าง ด้านตำรวจ วอนการ์ดปลดอาวุธ
ที่ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมด้วนายสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม กปปส. เวทีปทุมวัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อหารือถึงการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้กปปส. ได้ส่งนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีตสส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกปปส. เวทีปทุมวัน และนายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนักวิชาการของกลุ่ม กปปส. ร่วมหารือกับ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงศักดิ์ รอง ผบ.ชน, พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบ.น.6 ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์การชุมนุมกปปส. สี่แยกปทุมวัน เข้าร่วม
ทั้งนี้การหารือดังกล่าวได้ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนได้ข้อสรุปว่า กปปส. ยินดีที่จะปฏิบัติตามแผนของเจ้าหน้าที่ที่ได้หารือร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการย่านปทุมวัน และราชประสงค์ และแกนนำกปปส. ก่อนที่จะมีการตั้งเวทีที่แยกปทุมวัน คือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาตั้งด่านคัดกรอง จำนวน 9 จุดโดยรอบพื้นที่ชุมนุม ได้แก่ 1.ถ.พระราม 1 หน้าโรงพยาบาลตำรวจ, 2.ถ.อังรีดูนังต์ หน้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 3.ถ.พญาไท หน้าคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 4.ถ.พระราม 1 หน้าเทคโนปทุมวัน, 5.ถนนเชื่อมห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ด และห้างสรรพสินค้าพารากอน, 6.ถนนเชื่อมในซอยเกษมสันต์ 1 7. จุดตัดซอยจุฬา 9 และ 12 8.ถนนเจริญเมือง และ 9.แยกราชเทวี ทั้งนี้ตามจุดต่างๆ พล.ต.ต.วัลลภ เสนอว่าให้มีการทำงานร่วมกับกลุ่มการ์ด กปปส., ตำรวจในพื้นที่, เทศกิจ กทม. และทหาร ทั้งนี้ในพื้นที่จุดตรวจใดที่อยู่ในอาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานที่ดังกล่าวเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้เพื่อเป็นการรับประกันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นการขัดขวางการเข้าร่วมการชุมนุมของประชาชน อย่างไรก็ตามตนอยากขอความร่วมมือให้มีการปลดอาวุธของกลุ่มการ์ด กปปส. ตามจุดต่างๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 กำหนดว่าการชุมนุมจะสงบ และสันติ
“สำหรับพื้นที่แยกราชเทวี ถือว่าเป็นพื้นที่ที่สำคัญ แต่เหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถไปตั้งด่านได้ เพราะกังวลเรื่องการมีปัญหากับกลุ่มการ์ดพื้นที่ดังกล่าว จึงทำให้การดูแลความปลอดภัยของพื้นที่ทำไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจะขอความร่วมมือ กปปส. ประชาสัมพันธ์ห้ามจอดรถทุกชนิดบนสะพานหัวช้างด้วย และยืนยันให้ประชาชนสบายใจว่ากรณีที่ตำรวจเข้ามาดูแลจะไม่มีการเข้าสลายการชุมนุมแน่นอน” พล.ต.ต.วัลลภ กล่าว
ขณะที่นายชัยวุฒิ เห็นด้วยกับการตั้งจุดตรวจดังกล่าว และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง ส่วนการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ขอให้ตั้งโดยเว้นระยะห่างกับกลุ่มการ์ดกปปส. เพื่อป้องกันการขัดแย้ง เนื่องจากตนยอมรับว่าการ์ดบางคนมีความไม่สุภาพ และขอให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตึกร้างที่อยู่บริเวณเชิงสะพานหัวช้างด้วย เนื่องจากกปปส.มีความกังวลกับการใช้พื้นที่ดังกล่าวและ กปปส. ไม่กล้าจะเข้าไปตรวจสอบ ส่วนการเข้ามาอำนวยความสะดวกในเรื่องพื้นที่ขอให้ประสานโดยตรงไปยังนายกุลเดช พัวพัฒนกุล อดีต สส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะผู้ดูแลกลุ่มการ์ดโดยตรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายของการหารือ ได้มีประเด็นโต้เถียงกันระหว่าง พล.ต.ต.วัลลภ และนายชัยวุฒิ ต่อประเด็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่บริเวณสะพานหัวช้างเมื่อช่วงดึกของวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยพล.ต.ต.วัลลภ กล่าวว่า บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บ ได้แก่ นายทศพล งามละม้าย และนายอำไพ เจริญฤทธิ์ นั้นไม่เกิดจากกระสุนปืน แต่เพราะโดนสะเก็ดจากระเบิดปิงปอง หรือปะทัดยักษ์ โดยผลของการตรวจบาดแผลเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ อีกทั้งที่ระบุว่ามีการยิงกระสุนปืนนั้นจากการตรวจสอบพบว่ามีทิศทางมาจากกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ใช่ยิงมาจากภายนอก ทั้งนี้นายชัยวุฒิ ได้โต้แย้งว่าตนอยู่ในเหตุการณ์ตลอดและเห็นผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยยืนยันว่ามาจากกระสุนปืน ทั้งนี้ขอให้พล.ต.ต.วัลลภคิดให้ดีก่อนพูด ทั้งนี้ก่อนการโต้เถียงจะบานปลาย นพ.นิรันดร์ กล่าวขึ้นว่าเรื่องดังกล่าวนั้น กสม. จะรับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและเตรียมเชิญคนที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล





