"นพ.วรงค์"เรียกร้องชาวนาขับไล่"ยิ่งลักษณ์"แทนร้องขอเงินค้างจำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท หลังรัฐบาลหลอกชาวบ้านมาโดยตลอด
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสัญญากับชาวนา ว่าจะจ่ายเงินค้างจำนำข้าวในวันนี้ (15 ม.ค. 57) แต่กลับไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการกู้เงิน 1.3 แสนล้าน โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ดำเนินการให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน ยังไม่ได้ทำเพราะข้าราชการก็คงกลัวติดคุก จึงมีการเปลี่ยนให้ ธกส.เป็นคนกู้เอง 1.3 แสนล้าน จากนั้นมีการส่งหนังสือไปขออนุญาตกกต.แต่สุดท้ายก็มีการถอนเรื่องออกไป
"ขณะนี้รัฐบาลเป็นหนี้ชาวนา 1.3 แสนล้านบาท โดยหลอกชาวนามาตลอดว่า จะให้เดือนนั้นเดือนนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่สัญญาว่าจะจ่ายเงินให้แต่ก็ทำไม่ได้ จึงฝากถึงชาวนาว่าอย่าไปหวังลมๆแล้งๆ กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะในขณะนี้ชาวนาเป็นหนี้เป็นสิน ดังนั้นการเรียกร้องกับรัฐบาลไม่ต้องเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินเพราะคาดหวังไม่ได้ แต่ต้องขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เพื่อให้รัฐบาลใหม่ มาแก้ปัญหาจำนำข้าวเป็นเรื่องเร่งด่วน"น.พ.วรงค์ กล่าว
น.พ.วรงค์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะแจ้งข้อกล่าวหาการรับจำนำข้าว กรณีจีทูจีปลอมว่า ทราบข่าววงในว่านายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ คอหลุดเรียบร้อย มีภาคเอกชนและราชการที่ต้องร่วมรับผิดด้วย แต่มีการต่อรองเรื่องความผิดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) จึงขอให้ ป.ป.ช.มีความกล้าหาญเนื่องจากโครงการนี้ เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล แม้จะมีการมอบให้ผู้อื่นรับผิดชอบเป็นประธาน กขช. แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
น.พ.วรงค์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ป.ป.ช.เคยทำหนังสือเตือนคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการทุจริตจำนำข้าว โดย ป.ป.ช.เตือนว่าหลักเกณฑ์วิธีการระบายข้าวต้องประกาศเปิดเผย และต้องทำด้วยความโปร่งใส แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทำและไม่สนใจ ดังนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.พ.วรงค์ ยังได้นำคลิปสัมภาษณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับนายบุญทรง อดีตรมว.พาณิชย์ ที่มีเนื้อหาชัดเจนว่าบุคคลทั้งคู่รับทราบ เกี่ยวกับสัญญาจีทูจีมาแสดงต่อสื่อมวลชนด้วย โดยชี้ว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่จะมัดนางสาวยิ่งลักษณ์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช.พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่จีทูจี จึงขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล และยังมีการทุจริตในอีกหลายขั้นตอน จึงขอให้ ป.ป.ช.กล้าตัดสินใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ





