วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาบิ๊ก'ขรก.-กองทัพ' ประกาศจุดยืน

จับตา "บิ๊กข้าราชการ-กองทัพ" ประกาศจุดยืนผ่าทางตันวิกฤติการเมือง "ชัตดาวน์ แบงค็อก"

จากการประเมินของฝ่ายความมั่นคง ผสานกับข้อมูลจากกลุ่มสันติวิธีที่วิ่งประสานงานกับฝ่ายต่างๆ อย่างลับๆ เห็นตรงกันว่าการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเพื่อขยับออกจากวิกฤติชุมนุมปิดกรุงเทพฯ (ชัตดาวน์ แบงค็อก) วิกฤติเลื่อนหรือไม่เลื่อนเลือกตั้ง และวิกฤติรัฐบาลรักษาการ ณ นาทีนี้ คือการแสดงท่าทีของข้าราชการระดับสูง

ดังเช่นที่ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศจุดยืนตามความเห็นที่อ้างว่าเป็นของประชาคมสาธารณสุขก่อนหน้านี้ คือ รัฐบาลรักษาการควรลาออก และเปิดทางไปร่วมชุมนุมกับ กปปส.เพื่อกดดันรัฐบาล

แม้จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวไปยังปลัดกระทรวงที่เหลืออีกหลายราย พบว่าส่วนใหญ่ยังนิ่งรอดูสถานการณ์ และจากการประเมินเชื่อว่าเมื่อการชุมนุมทอดเวลายาวออกไป มีความเสี่ยงต่อการปะทะกันของประชาชน และ/หรือนำไปสู่ความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้าง (อาจเป็นผลจากการชุมนุมของ กปปส. และจากการที่รัฐบาลไม่พยายามแก้ไขปัญหาเท่าที่ควร) ทั้งหมดจะกลายเป็นแรงกดดันกลับมายังข้าราชการระดับสูงเอง

บทประเมินสถานการณ์ล่าสุดของฝ่ายความมั่นคง คือ ณ วันที่ 14 ม.ค. การบริหารราชการหยุดชะงักแล้ว แม้จะเป็นในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้นก็ตาม แต่ในแง่ของการบังคับบัญชาของรัฐบาล ทั้งในฐานะของรัฐบาลรักษาการ และในสถานการณ์ที่ถูกชุมนุมกดดัน ย่อมเข้าขั้นเป็น failed government หรือ "รัฐบาลล้มเหลว" ไปแล้ว

หากนานวันไปก็จะขยับเป็น failed state หรือ "รัฐล้มเหลว" หากไม่มีการใช้ความรุนแรงเข้าใส่กันจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ

เมื่อถึงจุดนั้น ข้าราชการระดับสูงอาจต้อง "ประกาศจุดยืน" โดยอาจเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ที่ต้องแสดงออกก่อน เพราะมีพลังทางสังคมการเมืองสูงที่สุด

จังหวะของการประกาศ อาจเป็นช่วงก่อนเลือกตั้ง หากรัฐบาลยังไม่แสดงท่าทีใดๆ เพื่อแก้ไขปัญหา เช่น ไม่เลื่อนการเลือกตั้งออกไปท่ามกลางสถานการณ์ที่จะเกิดความวุ่นวายในวันเลือกตั้งแน่ๆ ก็น่าจะมีการ "แสดงท่าที" เพื่อกดดันรัฐบาล

ส่วนการปฏิวัติรัฐประหารโดยกองทัพ ด้วยการเคลื่อนรถถังออกมายึดอำนาจนั้น จากการประเมินล่าสุดยืนยันตรงกันทุกฝ่ายว่า "ไม่มี" เพราะนอกจากจะถูกบอยคอตจากนานาประเทศทั่วโลกแล้ว ยังไม่ใช่วิธีการคลี่คลายปัญหาการเมืองในขณะนี้ และการรัฐประหาร ยังเข้าทางฝ่ายรัฐบาลปัจจุบัน เพราะเท่ากับเป็นการช่วยฉีกรัฐธรรมนูญและล้มองค์กรอิสระที่กำลังมัดคอรัฐบาลอยู่

อย่างไรก็ดี ระหว่างทางที่จะก้าวไปถึงการประกาศท่าทีของข้าราชการระดับสูง หรือผู้บัญชาการเหล่าทัพ มีการประเมินความเป็นไปได้ว่า อาจมีการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความรุนแรงตัดหน้า และเปิดทางให้มีการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองรูปแบบอื่น เช่น การรัฐประหาร เพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เพราะงานนี้เดิมพันสูง แทบไม่มีโอกาส "วิน-วิน" ดังที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศบนเวที!