ปชป.จี้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ไม่ให้เกิดความรุนแรงช่วง "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" แนะนายกฯลาออกตามข้อเสนอการชุมนุม
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่กลุ่มกปปส. จะชุมนุมชัทดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 13ม.ค.นี้ ว่า มีการสร้างกระแสว่าการปิดกรุงเทพฯ จะนำสู่ความรุนแรงและป็นเงื่อนไขนำสู่การปฏิวัติได้ โดยเป็นการสมรู้ร่วมคิดระหว่างกปปส.และทหาร ซึ่งทางกปปส.ได้ปฏิเสธเรื่องนี้แล้ว ทั้งนี้การชุมนุมของประชาชนจะไม่นำไปสู่ความรุนแรง ถ้ารัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ในการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง อีกทั้งรัฐบาลยังกำกับดูแลกองกำลังต่าง ๆ ที่สามารถยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์นำสู่การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นระบอบประชาธิปไตยได้ ดังนั้นรัฐบาล และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต้องปฏิบัติหน้าที่ ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงอย่างเต็มที่ ไม่ควรโยนบาปไปสู่ผู้ชุมนุม เพราะการชุมนุม 2 เดือนกว่ายังอยู่ภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องไม่เป็นตัวกลางในการสร้างเงื่อนไขต่าง ๆ แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไร
"พรรคขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการใด ๆที่นำสู่ความรุนแรง ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่นอกเหนือระบอบประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง ถ้านายกฯปล่อยให้สถานการณ์เกิดขึ้นจนถึงการรัฐประหาร ถือว่านายกฯมีส่วนรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น" นายองอาจกล่าว
นายองอาจ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีกลุ่มแนวร่วมของรัฐบาลออกมาสร้างสถานการณ์ และพยายามชี้ให้เห็นว่าการชัทดาวน์กรุงเทพฯ จะเกิดปัญหาหลายประการ 1. สร้างตัวเลขข้อมูลที่เกินจริง เช่นพยายามบอกว่าสายการบินงดเที่ยวบินมากทม.หลายร้อยเที่ยวบิน ซึ่งความจริงมีการงดเที่ยวบินไม่มากถึงขนาดนั้น 2. มีการแจกใบปลิว เผยแพร่ข้อมูลให้ร้ายว่าผู้ชุมนุมจะปิดการจราจรทั่วกทม. ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ตัดน้ำตัดไฟทั่วกทม. ซึ่งไม่เป็นความจริง
3. ใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐสร้างความหวาดวิตกให้ผู้ชุมนุม เช่นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตำรวจนครบาล ระบุว่ามีมือที่สามเตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเข้าไประงับยับยั้งเหตุดังกล่าว ไม่เช่นนั้นถือว่าผู้ที่ออกมาพูดประพฤติตนเป็นเด็กเลี้ยงแกะหวังสร้างความหวาดกลัวให้ผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตามต้นตอของปัญหามาจากการทุจริตคอร์รัปชั่น การกระทำเพื่อพวกพ้องของรัฐบาล ทำให้เกิดข้อเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อคนกทม. ก็ควรลาออกตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของนายกฯในการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง หรือเพื่อประโยชน์ของครอบครัวเท่านั้น การตัดสินใจครั้งนี้ของนายกฯ เป็นจุดสำคัญในการคลี่คลายหรือเพิ่มปัญหาให้บ้านเมือง





