"สาทิตย์" ย้ำ 13 ม.ค. เดินหน้าชัตดาวน์กทม. ระบุ นายกฯต้องรับผิดชอบเหตุรุนแรง
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุความรุนแรงกับกปปส.จ.ปทุมธานี ขณะเดินขบวนเชิญชวนให้ประชาชนปิดกรุงเทพมหานครในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ซึ่งนำโดย แกนนำกปปส.ปุทมฯ และหลวงพ่อพุทธะอิสระ บริเวณอนุสรณ์สถาน โดยเจอกับ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี และมีผู้ชุมนุมเสื้อแดงเข้ามาทำร้าย พร้อมทั้งขว้างระเบิดปิงปองและมีเสียงคล้ายปืน จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากพูด คือ มวลมหาประชาชนมาชุมนุม 60-70 วัน ไม่เคยเกิดความรุนแรงใดๆ จนมีคนเสื้อแดงออกมา ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. รับผิดชอบตามที่ประกาศไว้
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า เรารับผิดชอบมวลชนของเรา ซึ่งไม่เคยก่อความรุนแรงใดๆ กระทั่งมีกลุ่มนปช. ซึ่งได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลออกมาหาเรื่อง ดังนั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบในความรุนแรงที่เกิดขึ้น รวมทั้งยังได้มีกลุ่มที่ออกมาต่อต้านการชุมนุมด้วยการติดบิลบอร์ด (หยุด สุเทพปิดกรุงเทพ ประเทศไทยพังพินาศ) ส่วนกรณีที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาบอกให้ถอดเสื้อแดงออกร่วมชุมนุมกับนปช.นั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า การออกมาบอกดังกล่าวเพื่อหวังให้เป็นตำรวจแดง ดังนั้น ทั้งหมดเป็นฝีมือระบอบทักษิณ และที่นปช.ทำเพราะกลัววันที่ 13 ม.ค. ที่จะเป็นการปิดระบอบทักษิณ เนื่องจากจะมีประชาชนออกมาร่วมจำนวนมาก จึงปลุกระดมเสื้อแดงออกมา และตำรวจอยู่เบื้องหลัง เพื่อหวังให้มีความรุนแรง ข่มขู่ประชาชน อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าไม่กลัว เพราะระบอบทักษิณ ทำให้กลัวมา 10 กว่าปี และจะไม่อยู่ภายใต้การข่มขู่ของรัฐบาลอีกต่อไป และยืนยันว่าวันที่ 13 ม.ค.จะเดินหน้าต่อ อย่างไรก็ตาม หากเกิดความรุนแรงใดๆ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคนชินวัตร จะไม่มีแผ่นดินอยู่ในประเทศไทยแน่นอน และขอให้มวลชนระมัดระวังตัวเองด้วย
ขณะที่ นางกนกนุช นากสุวรรณภา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ดอนเมือง กล่าวถึงกรณีที่มีการแจกใบปลิว รวมทั้งได้มีการส่งข้อความผ่านอินเตอร์เน็ต ว่า ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ทางกปปส.จะมีการตัดน้ำตัดไฟ รวมทั้งปิดสนามบินดอนเมืองและยึดสน.ดอนเมือง ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอให้ผู้ที่บิดเบือนข้อมูลหยุดให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงได้แล้ว





