ไม่ปิดประตูตาย-วุฒิฯถอดถอน ส.ส.+ส.ว. ชง-ลงมติร่างแก้ไข รธน.ที่มา ส.ว. ตัดสิทธิการดำรงตำแหน่งการเมือง 5 ปี
ขณะนี้ก็เป็นที่รู้กันแล้วว่า มี ส.ส. และ ส.ว. รวม 308 คน ที่ถูก ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่จากการเสนอและลงมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มา ส.ว.
ซึ่งขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ ป.ป.ช. ก็จะให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หากชี้แจงแล้วฟังขึ้นข้อกล่าวหาก็จะตกไป
แต่หากชี้แจงแล้วฟังไม่ขึ้น ป.ป.ช. ก็จะมติว่ากระทำความผิด ซึ่งในเรื่องการถอดถอนออกจากตำแหน่ง ป.ป.ช. ก็จะส่งเรื่องให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอน
และรัฐธรรมนูญมาตรา273 กำหนดว่า เมื่อได้รับเรื่องจาก ป.ป.ช. ประธานวุฒิสภาต้องจัดให้มีการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว
ขณะที่สภาพของวุฒิสภาในปัจจุบันมี ส.ว.ทั้งหมด จำนวน 149 คน ประกอบด้วย ส.ว. เลือกตั้ง 76 คน ส.ว. สรรหา 73 คนและในวันที่ 2 มีนาคมนี้ ส.ว. เลือกตั้งทั้ง 76 คนจะครบวาระ ซึ่งจะต้องมีการเลือกตั้ง ส.ว.ชุดใหม่จำนวน 77 คน ( ตอนนี้มีจังหวัดใหม่เกิดขึ้นเป็นจังหวัดที่ 77 คือ จังหวัดบึงกาฬ) ภายใน 30 วันนับแต่ ส.ว.เลือกตั้งครบวาระ ดังนั้นจะได้ ส.ว. เลือกตั้งชุดใหม่เข้ามาแทนที่ประมาณเดือนเมษายน 2557 ส่วน ส.ว.สรรหาจำนวน 73 คน จะครบวาระอีก 3 ปีข้างหน้า คือ ในปี 2560
อย่างไรก็ตามแม้ว่า ส.ว. เลือกตั้งจำนวน 76 คน จะครบวาระในวันที่ 2 มีนาคมนี้ แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 117 วรรค 3 บัญญัติว่า ให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งสิ้นสุดสมาชิกภาพตามวาระ อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่ ดังนั้น ส.ว. เลือกต้้ง จำนวน 76 คนที่ครบวาระก็ยังมีอำนาจหน้าที่เหมือนเดิมทุกประการ เช่น มีอำนาจลงมติถอดถอน (ทำให้มีจำนวน ส.ว.ทั้งวุฒิสภา 149 คนเหมือนเดิม) ไม่มีช่วงใดที่ทำให้วุฒิสภาเหลือเพียง ส.ว. สรรหาอย่างเดียวจำนวน 73 คน
ดังนั้น สมมุติสุดท้ายทั้ง ส.ส., ส.ว 308 คน ถูก ป.ป.ช. มีมติว่ากระทำความผิดและส่งเรื่องให้วุฒิสภาถอดถอน ขณะนี้มี 2 แนวทาง แนวทางแรก บอกว่าต้องใช้เสียง 3 ใน 5 ของ ส.ว. 149 คน คือ 90 เสียงขึ้นไปจึงจะถอดถอนออกจากตำแหน่งได้
ส่วนแนวทางที่สอง บอกว่า ต้องนำเอาจำนวน ส.ว. ที่มีประมาณ 50 คน ที่ ป.ป.ช. อาจมีมติว่ากระทำความผิดและต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่มาหักออกจากจำนวน ส.ว ทั้งหมดเสียก่อน ซึ่งก็จะเหลือจำนวน ส.ว. 99 คน หากเป็นไปตามแนวทางนี้ก็จะใช้เสียง 3 ใน 5 ของ 99 คน คือ 60 เสียงขึ้นไปในการถอดถอน
ในขณะที่สภาพ ส.ว.ปัจจุบัน มี ส.ว. ที่เลือกอยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ประมาณ 56 คน หลักๆ ก็คือ กลุ่ม 40 ส.ว. และ ส.ว.ที่เป็นกลางๆ (ซึ่งพร้อมที่จะลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาลหรือลงคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโอกาส) อีก 10 คน
ดังนั้นหากเป็นไปตามแนวทางแรก คือ ใช้ 3 ใน 5 ของ ส.ว.ทั้งหมด 149 คน คือ 90 เสียงขึ้นไปในการถอดถอน เสียงก็คงไม่พอที่จะถอดถอนได้ เพราะที่ผ่านมาทุกเรื่องที่เคยส่งให้วุฒิสภาถอดถอน ก็ไม่เคยมีเสียงถึง 90 เสียงในการถอดถอนได้
แต่หากใช้ตามแนวทางที่สอง คือ นำจำนวน ส.ว.ประมาณ 50 คน ที่ ป.ป.ช. อาจมีมติว่ากระทำความผิดและต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่มาหักออกจากจำนวน ส.ว.ทั้งหมด และใช้เสียง 60 เสียงขึ้นไปในการถอดถอน ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะถอดถอนได้ เพราะ ส.ว.ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลและ ส.ว.ที่เป็นกลางๆ คะแนนเสียงรวมกันแล้วก็ตกประมาณนี้
ผู้ที่ถูกถอดถอนจะถูกตัดสิทธิการดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี นั่นหมายความว่า หากก่อนหน้าวุฒิสภาลงมติถอดถอน บุคคลนั้นได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาเป็น ส.ส. อีกครั้งในการเลือกตั้งคราวนี้ ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ไป





