ดีเอสไอเตรียมขอศาลออกหมายจับ 33 แกนนำพรุ่งนี้ เตือนมวลชนกปปส.คิดรอบคอบก่อนร่วมม็อบ ย้ำคดีมีอายุความ 20 ปี กทม.ติดCTTVทุกตารางนิ้ว รอดยาก!
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการขอศาลออกหมายจับแกนนำกปปส.จำนวน 33 รายที่ไม่มารับทราบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมตามที่ดีเอสไอออกหมายเรียก และมีพฤติกรรมเข้าร่วมเคลื่อนไหวในการชุมนุมอย่างต่อเนื่องว่า ในวันพรุ่งนี้ (8 ม.ค.) พนักงานสอบสวนจะเดินทางไปขอศาลออกหมายจับแกนนำทั้ง 33 รายอย่างแน่นอน หลังที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนมีมติไม่ออกหมายเรียกซ้ำเนื่องจากการขอเลื่อนไม่มีเหตุผลอันสมควร
โดยขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างการพิจารณารายชื่อแกนนำแถว 3 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมก่อนประกาศรายชื่อทั้งหมดในวันพรุ่งนี้พร้อมออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเป็นกลุ่มถัดไป ส่วนแกนนำ 9 รายที่เป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยดีเอสไอจะยื่นศาลขอให้เลื่อนจากไต่สวนการขอถอนประกันให้เร็วขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 ม.ค.นี้
มาตรการออกหมายจับถือเป็นมาตรการที่หนักทางกฎหมายบางคนอาจจะมองว่าไม่มีผลกระทบทำให้ไม่เกรงกลัวยังมีความคิดที่จะเข้าร่วมชุมนุมในการกระทำผิดกฎหมาย กรณีนี้นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม พูดชัดเจนแล้วว่าผู้ร่วมชุมนุมจะมีความผิดตามกฎหมาย อยากฝากให้ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมหยุดคิดว่าปัจจุบันเป็นโลกของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั่วกรุงเทพฯแทบทุกตารางนิ้วมีการเก็บภาพผ่านกล้องซีซีทีวีทั้งกล้องของกทม. บก.02 และบช.น. ไม่นับรวมภาพข่าวผ่านสื่อทีวีอีกจำนวนมาก ซึ่งจะเก็บภาพทั้งหมดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าใครไปทำอะไรที่ไหนต้องทิ้งร่องรอยการกระทำความผิด คนที่ไปทำอะไรวันนี้แล้วอาจรู้สึกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่แนะนำว่าไม่ควรเสี่ยงกระทำความผิด ควรไตร่ตรองให้ดี การเข้าไปร่วมชุมนุมไม่มีผลดีมีแต่ผลเสีย คดีมีอายุ 20 ปี” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
เมื่อถามว่าผู้ชุมนุมอาจคิดว่าหากการต่อสู้ได้รับชัยชนะจะกลายเป็นม็อบมีเส้นนั้น อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ตัวอย่างการดำเนินคดีที่ผ่านมาม็อบที่ว่ามีเส้นก็ถูกดำเนินคดีครบทุกกลุ่ม แม้แต่การชุมนุมปี 2553 ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ก็ถูกดำเนินคดีนับกว่า 100 คดี กระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรีกับอดีตรองนายกรัฐมนตรีก็ถูกดำเนินคดีข้อหาอุกฉกรรจ์
อธิบดีดีเอสไอ ยังกล่าวถึงการประกาศชุมนุมปิดกรุงเทพฯของแกนนำกปปส.ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ว่า ในส่วนของหน่วยงานดีเอสไออยู่ระหว่างการหารือเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ แต่เบื้องต้นยังคงให้ข้าราชการเข้ามาทำงานเป็นปกติ ไม่ได้มีคำสั่งให้หยุดงาน
พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ขณะนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษทั้ง 10 ชุดซึ่งเป็นชุดสอบสวนย่อยได้แบ่งแยกกันทำงานเพื่อไปรวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริงถึงพฤติการณ์การกระทำผิดของทั้ง 33 คน เพื่อทำคำร้องขออนุมัติหมายจับจากศาล โดยคำร้องขอหมายจับต้องระบุพฤติการณ์การกระทำผิดหรือการมีส่วนร่วมยุยงปลุกปั่นประชาชนให้ออกมากระทำผิดกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อให้มีน้ำหนักเพียงพอให้ศาลรับฟังและอนุมัติหมายจับตามคำร้อง
รายงานข่าวเปิดเผยว่าพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกแกนนำกปปส.แถว 3 ที่มีบทบาทในการปราศรัยและเคลื่อนไหวนำมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ต่าง ๆ อาทิ นายไทกร พลสุวรรณ นายสมเกียรติ หอมลออ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสาธิต แก้วหวาน นายถวิล เปลี่ยนศรี นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นายสาธิต เซกัล และนายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ เป็นต้น
สำหรับแกนนำกปปส. จำนวน 33 ราย ที่ดีเอสไอเตรียมขอศาลออกหมายจับ ได้แก่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายอิสระ สมชัย , นายวิทยา แก้วภราดัย , นายถาวร เสนเนียม , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ข้อหากระทำผิดมาตรา 113,116,215,216 ประกอบมาตรา 83
ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ , พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ข้อหากระทำผิดมาตรา 113,116,215,216,234 ประกอบมาตรา 83 , นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ , พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ , นายสมบูรณ์ ทองบุราญ ข้อหากระทำผิดมาตรา 215,234 ประกอบมาตรา 83
น.ส.จิตต์ภัสร์ กฤดากร , นายสาธิต ปิตุเตชะ ,นายสกลธี ภัททิยกุล , นายทศพล เพ็งส้ม ,นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ , นายแก้วสรร อติโพธิ ,นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , นายเสรี วงษ์มณฑา , นายกิตติศักดิ์ ปรกติ ,นายถนอม อ่อนเกตุพล ,นายชาญวิทย์ วิภูศิริ , นายไพบูลย์ นิติตะวัน ,พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรสุข ,นายสุริยะใส กตะศิลา ข้อหากระทำผิดมาตรา 116,215 ประกอบมาตรา 83 และนายพิภพ ธงไชย ,นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ,นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ,นายพิจารณ์ สุขภารังสี ข้อหากระทำผิดมาตรา 116,215 ประกอบมาตรา 83





