พท.ปูดแผนลับ10ข้อของกปปส. หวังปฏิวัติ ให้ทหารเป็นนายกฯ ด้าน"อำนวย"แนะหยิบแก้รธน.ม.291ใช้เป็นทางออก
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้หวังดีแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับแผนการลับ 10 ประการของกปปส.มายังพรรคเพื่อไทยว่า 1.มีการจูงใจให้ทหารปฏิวัติ หลอกทหารว่าจะเป็นพระเอก 2.การปฏิวัติจะไม่ถูกต่อต้านจากต่างชาติ เพราะมีการจัดฉากให้มวลมหาประชาชนไปมอบดอกไม้ให้ทหารเพื่อสร้างภาพว่าเป็นการปฏิวัติที่ประชาชนเป็นผู้เรียกร้อง 3.มีหมอดูให้ฤกษ์ปฏิวัติเป็นวันอังคารที่ 14 ม.ค.2557 เพราะเป็นวันโลกาวินาศ
4.วางแผนสร้างเงื่อนไขปฏิวัติโดยจะมีมือที่สามยิงผู้ชุมนุม 5.เสนอโควตาให้มวลชนกลุ่มต่างๆ ที่มาร่วมเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาล ให้เข้ามาเป็นสภาประชาชนหลังจากปฏิวัติและมีรัฐบาลคนกลางแล้ว 6.โควต้านายกฯ จะเป็นของทหาร 7.ภายหลังการปฏิวัติให้ใช้อำนาจรัฐทำลายความชอบธรรมและน่าจะยัดข้อหาต่างๆ ให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์และกปปส. 8.ภายหลังปฏิวัติให้ทำลายชื่อเสียงและความชอบธรรมของกลุ่มประชาชนที่คิดต่างจากพรรคประชาธิปัตย์และกปปส. ด้วยการยัดเยียดข้อหาล้มเจ้า หรือกล่าวหาว่ารับเงินจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
9.มีใบสั่งให้รัฐบาลคนกลางอยู่ในอำนาจ 1 ปี หากทำลายความชอบธรรมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองสำเร็จและพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง แต่ถ้าทำไม่สำเร็จตามแผนก็จะอยู่ในอำนาจต่อไปเรื่อยๆ และ 10.หากมีประชาชนเคลื่อนไหวต่อต้านในช่วงที่มีการยึดอำนาจและประเทศอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลคนกลาง จะมีการสลายการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงเพื่อปิดปากผู้ที่คิดต่าง ทั้งนี้ ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกปปส.ชี้แจงกับสังคมด้วยว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ และแสดงจุดยืนว่าเห็นด้วยหรือไม่กับแผนการเหล่านี้
ด้านนายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกมาเรียกร้องให้มีการตั้งสภาประชาชนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. โดยเฉพาะแนวทางของกปปส.ที่จะคัดเลือกมาเอง 100 คน และจากภาควิชาชีพอีก 300 คนนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับหรือเป็นไปไม่ได้ ส่วนแนวทางของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่คัดเลือกมา 499 คนนั้นตนเห็นด้วย แต่คิดว่ากระบวนการช้าเกินไป ดังนั้น ขอเสนอว่า ให้นำการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างอยู่ในสภาฯ มาโหวตวาระ 3 โดยให้วุฒิสภาที่มีอยู่ในขณะนี้ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร แนวทางนี้จะตั้งส.ส.ร.ขึ้นมาแก้ไขเพียง 6 เดือนแล้วเลือกตั้งใหม่
นายอำนวย กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาติดขัดที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย 29 คนยังไม่ได้รับการรับรองเป็นผู้สมัครนั้น ตนคิดว่าเรื่องนี้กกต.มีอำนาจตัดสินใจชี้ขาดได้เลย เพราะเป็นใหญ่ที่สุดในการจัดการเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งศาลแต่อย่างใด ขณะเดียวกันขอเสนอให้การเลือกตั้งไปทำกันในเขตพื้นที่ทหารเพื่อป้องกันความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามจากปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้นหลายอย่าง ตนอยากเสนอให้กลับไปใช้แบบเดิมคือ ให้ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง จะทำให้ทุกอย่างสะดวกขึ้น ที่สำคัญจะเป็นการประหยัดงบประมาณมหาศาล ไม่ต้องเสียครั้งละ 2 พันล้านบาท ต่อไปการจัดการเลือกตั้งอาจเสียครั้งละไม่กี่ร้อยล้านบาทเท่านั้น





