วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.เล็งขอใช้พื้นที่ทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง

กกต.แนะผู้สมัคร 28 เขตรีบฟ้องศาลฎีกา,ศาลปกครอง รักษาสิทธิ ยังหวังมีผู้มาใช้สิทธิ 60% เล็งถกขอใช้พื้นที่ทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.57 แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า การเยียวยาผู้ที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน 8 จังหวัด 28 เขตเลือกตั้ง ด้วยการยื่นฟ้องศาลฎีกาถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่ผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งและต้องการรักษาสิทธิ์จะทำได้ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา กกต.พยายามแนะนำให้ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ หากสมัครไม่ได้ให้รีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพราะรู้ข้อเท็จจริงว่าไม่มีทางเข้าไปสมัครได้แน่ ด้วยเหตุนี้เมื่อไม่สามารถสมัครได้ กกต.จึงเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 และมาตรา 39 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. โดยมองถึงข้อเท็จจริงว่าหากไม่มีการขัดขวางการรับสมัคร ส.ส. บุคคลเหล่านี้ต้องเป็นผู้สมัครส.ส.ได้แล้ว ทั้งนี้ ศาลฎีกาจะพิจารณารับคำร้องหรือไม่หรือรับคำร้องแล้วจะพิจารณาอย่างใดนั้น เป็นอำนาจของศาลฎีกา กกต.คงไม่ไปก้าวล่วง อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่พลาดหวังจะไปยื่นศาลปกครองเพื่อรักษาสิทธิ์ก็สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรีบดำเนินการด้วยความรวดเร็ว

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า กกต.ไม่สามารถขยายวันรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตออกไปได้ เพราะถ้าขยายวันรับสมัครไปนั้นก็จะกระทบกับตารางหรือปฏิทินตารางการเลือกตั้งทั้งหมด รวมถึงกำหนดการที่กำหนดไว้ตามกฎหมายทุกอย่าง ขณะเดียวกัน หากขยายวันรับสมัครไปจะไปสมัครยังสถานที่เดิมได้หรือไม่ ก็ไม่มีใครรู้ และการให้กกต.รับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตที่ส่วนกลาง กกต.ไม่มีอำนาจ ทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายใดเขียนไว้

แหล่งข่าว กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้กกต.ไปใช้หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ทหารเพื่อป้องกันการขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้งนั้น วันเลือกตั้งกกต.อาจจะขอความร่วมมือกับทางทหารและตำรวจก็ได้ เพราะวันเลือกตั้งคือวันที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางไปลงคะแนนเลือกตั้ง หากถูกขัดขวางก็เท่ากับว่าจะต้องเสียสิทธิการเลือกตั้งไป ถ้า กกต.สามารถหาหน่วยเลือกตั้งที่มีความปลอดภัย ก็จะเป็นการให้สิทธิกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องให้ที่ประชุมกกต.พิจารณาร่วมกันก่อน ส่วนการที่กกต.ไม่ใช้พื้นที่เขตทหารในการรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตนั้น เพราะกกต.เกรงว่าจะมีข้อครหาและกลัวว่าจะมีการปะทะกันเกิดขึ้น

"ขอให้ทุกคนจับตาในวันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. ซึ่งเป็นการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะจะเป็นวันที่ชี้ชะตาของกกต. พื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร และใน15 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ จะเป็นอย่างไร ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้นั้น ก็จะส่งผลกระทบให้กระบวนการเลือกตั้งเดินหน้าไปไม่ได้แล้ว กกต.พยายามหาหนทางให้ทุกคนมาลงคะแนนให้ได้ ตรงนี้ใครจะโหวตโนก็ไม่ว่ากัน เพียงแต่อย่ามาสกัดกั้นหรือขัดขวางจนกระทั่งหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถเข้าหน่วยเลือกตั้งได้ เพราะเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง"แหล่งข่าว กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ขณะนี้เข้าใจว่าประชาชนส่วนใหญ่ทราบว่าวันอาทิตย์ ที่ 2 ก.พ.เป็นวันเลือกตั้ง กกต.จะพยายามเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยเหตุและผล สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยก็ขอให้ใช้เหตุผล บางจุดที่รุนแรงการประชาสัมพันธ์คงเป็นไปได้ยาก ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งเป้าว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนเท่าใด เพราะต้องดูสถานการณ์ก่อน แต่ในทางปฏิบัติจะดูเกณฑ์การเลือกตั้งครั้งหลังสุด โดยการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 54 มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 75 เปอร์เซ็นต์ กกต.ก็คาดหวังให้เป็นเช่นนั้น แต่ดูสถานการณ์การเมืองในช่วงเวลานี้แล้ว ทั้ง 15 จังหวัดภาคใต้และในอีก 8 จังหวัด 28 เขตเลือกตั้งที่มีปัญหาไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น คงเป็นไปได้ยาก แต่ก็คาดหวังว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 123 คนนั้นทั้งหมดเป็นผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ โดยในวันพรุ่งนี้ (6 มกราคม) บุคคลดังกล่าวจะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ดำเนินการพิจารณา