วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่งทหาร3.3พันนายช่วยตำรวจดูแลปิดกรุง

นายกฯ ถกด่วนกอ.รมน.-ผบ.เหล่าทัพ-ผบ.ตร. รับมือกปปส.ปิดกรุง 13 ม.ค. เผยที่ประชุมเบรกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชื่อพ.ร.ม.มั่นคงรับมือผู้ชุมนุมได้

บ่ายวานนี้(3 ม.ค.) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการประธานคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จึงได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กอ.รมน.วาระพิเศษ ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก(เดิม) กอ.รมน. สวนรื่นฤดี

โดยเชิญคณะกรรมการจำนวน 20 คน เข้าร่วม อาทิ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง, นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ, นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล, นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ฯลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กอ.รมน.ได้แจกเอกสารให้สื่อมวลชนระบุว่า การประชุมถือว่าเป็นการประชุมเร่งด่วนวาระพิเศษ เพื่อการร่วมมือป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายในประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดูแลรักษาความสงบระหว่างการเคลื่อนไหวใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ว่า ขอให้ฝ่ายความมั่นคงดูแลประชาชนให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินด้วย

ใช้ทหาร3.3พันร่วมดูแลกปปส.ปิดกรุง

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในที่ประชุม กอ.รมน.มีการหารือถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ในวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งคาดว่าจะมีการปิดเส้นทาง 20 จุด โดยนายกฯ แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ และต้องการให้ทหารจัดกำลังมาทำงานร่วมกับตำรวจในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้กำลังทหารจำนวน 22 กองร้อย หรือประมาณ 3,300 นาย เพื่อทำงานเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานของตำรวจ โดย พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้เสนาธิการทหารบก ร่วมกับผู้ช่วยผบ.ตร. ในการวางแผนทำงานร่วมกัน

ทหารเบรกพ.ร.ก.-ให้ใช้พ.ร.บ.มั่นคงก่อน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หยิบยกกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอให้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการควบคุมสถานการณ์วันที่ 13 ม.ค.หารือ โดยนายกฯ ได้สอบถามทางตำรวจ และสมช. ถึงเหตุผลความจำเป็นในการบังคับใช้ ซึ่งทางตำรวจเกรงว่าจะมีมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ให้ลุกลามบานปลายเหมือนเหตุการณ์ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ส่งผลให้มีตำรวจ และผู้ชุมนุมเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก จึงเสนอให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ประเมินว่า สถานการณ์ยังไม่น่าจะนำไปสู่ความรุนแรง และพ.ร.บ.ความมั่นคง ที่บังคับใช้อยู่ก็น่าจะเพียงพอต่อการควบคุมสถานการณ์แล้ว ทั้งนี้ที่ประชุมกอ.รมน.จึงเห็นชอบร่วมกันว่า ให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในการดูแลความสงบเรียบร้อยไปก่อน

"ภราดร"ชี้มีโอกาสเหมือนปี49

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าอวยพรปีใหม่นายกฯ ว่า ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงยังเห็นว่าสถานการณ์ยังใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงได้ ทั้งนี้หากสถานการณ์รุนแรงนายกฯ สามารถประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ทันทีในระยะสั้น 3 วัน และหากจะใช้ระยะยาวให้นำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยืนยันทหารยังคงพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของตำรวจในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน และนับจากนี้ก็จะมีวางแผนการทำงานร่วมกัน อีกทั้งเห็นว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นมีโอกาสเหมือนเหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารปี 2549 แต่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าจะรับมือและยับยั้งสถานการณ์ได้ เนื่องจากมีการประสานพูดคุยกับแกนนำทั้งสองฝ่ายแล้ว และมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุปะทะระหว่างกปปส. และกลุ่มนปช. ที่ประกาศเปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.

กปปส.ยันไม่ปิดระบบขนส่งมวลชน

ที่เวทีกปปส.ถนนราชดำเนินกลาง นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. แถลงถึงกระแสข่าวการปิดจุดต่าง ๆ เพื่อชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ว่า ข้อเท็จจริงคือขณะนี้กปปส.ยังคงประชุมร่วมกันกับนายขวัญสรวง อติโพธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมือง และนายแก้วสรร อติโพธิ ในการวางแผนปิดกรุงเทพฯ ซึ่งกิจกรรมเดินรณรงค์ในกรุงเทพฯ เพื่อเชิญให้ประชาชนได้ออกมาร่วมกิจกรรม ซึ่งจะมีการเดินรณรงค์ในวันที่ 5, 7 และ 9 ม.ค. โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯ ชั้นในถึงฝั่งธนบุรี

สำหรับวันที่ 13 ม.ค.เป้าหมายสำคัญ คือชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวไม่สามารถบริหารราชการได้ โดยจะมุ่งเป้าไปที่การตัดน้ำตัดไฟบ้านคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หน่วยงานราชการในกทม. และจะไม่กระทบหรือกระทบน้อยที่สุดในระบบขนมวลชน โดยยืนยันว่าไม่มีการปิดรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดิน และสนามบิน ทั้งนี้รกำหนดปิดสามแยกและสี่แยก อย่างน้อยที่สุดการเคลื่อนไหวคือ จุดเดิมในวันซ้อมใหญ่วันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

"สุขุมพันธุ์"พร้อมรับมือปิดกรุง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มกปปส.จะปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ว่า ตอนนี้กทม.ยังไม่มีการเตรียมการรับมือการชุมนุมที่จะเคลื่อนไหวปิดกรุงเทพฯแต่อย่างใด เนื่องจากเพิ่งทราบจุดหมายพร้อมๆ กับประชาชนจากข่าว

แต่ขอยืนยันว่า กทม.มีการประชุมพิเศษเกี่ยวกับการดูแลการชุมนุมอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ซึ่งกทม.มีการทำหน้าที่ในส่วนของกรุงเทพฯ อยู่แล้ว อาทิ ในช่วงของวันสิ้นปีมีเพียงเจ้าหน้าที่เทศกิจเท่านั้นที่ทำการดูแลการจราจร ซึ่งไม่ได้ปรากฏการณ์ทำงานของหน่วยงานรัฐบาลแต่อย่างใด เป็นเหตุทำให้การจราจรติดขัดมาก

ทั้งนี้ ขอให้แต่ละฝ่ายเป็นห่วงหน้าที่รับผิดชอบของตนเองให้ดีที่สุดเท่านั้นก็พอ ไม่ต้องเป็นห่วงการทำงานของกทม.เนื่องจากกทม.มีการเตรียมการเกี่ยวกับการดูแลการชุมนุม และเรื่องการจราจรโดยตลอดอยู่แล้ว

"จตุพร"จี้กองทัพใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ว่า การนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 13 ม.ค. จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะดำเนินการปิดกรุงเทพฯ ที่เปรียบเสมือนการทำรัฐประหาร หรือยึดอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชนออกมามีส่วนร่วมและแสดงพลังความไม่เห็นด้วย และไม่เต็มใจที่จะประเทศไทยจะตกอยู่ในมือคนอย่างนายสุเทพ

“ในสถานการณ์แบบนี้ หากกระบวนการประชาธิปไตยไม่สำแดงพลัง และปล่อยให้กระบวนการของสุเทพสร้างความโกลาหล เท่ากับเป็นเข้าทาง โดยส่วนตัวผมไม่ไว้วางใจว่าประเทศไทยจะไม่เกิดรัฐประหาร และเห็นว่าทั้ง 3 เหล่าทัพ ต้องฟังคำสั่งจากรัฐบาล ในฐานะที่เป็นองค์กรภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาล หากรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้การบริหารบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองทัพต้องปฏิบัติตาม แต่หากไม่ฟังก็รัฐประหารไปเสีย”

นปช.ยันชุมนุมกทม.-เคลื่อนไหวตจว.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวในวันที่ 13 ม.ค.ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเปิดประเทศ โดยมีสโลแกนว่า เปิดตัวเจ้าของอำนาจอธิปไตย เปิดประตูสู่การเลือกตั้ง โดยจะมีการเคลื่อนไหวทุกจังหวัด ยกเว้นกทม. และปริมณฑล เช่น ปทุมธานี, นนทบุรี รวมถึงจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่ไม่มีความเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้า เบื้องต้นจะนัดหมายทำกิจกรรมพร้อมกันในเวลา 09.00 น. ในสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดต่างๆ เป็นการรณรงค์ ต้านรัฐประหาร เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. บนถนนสายหลักของแต่ละจังหวัด

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า รูปแบบขบวนนั้นจะจัดให้มีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านของแต่ละท้องถิ่น เช่น จังหวัดเลย จะมีขบวนผีตาโขน เป็นต้น ทั้งนี้จะเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนของจังหวัด นักการเมือง ศิลปินมาร่วมเดินขบวนด้วย

นอกจากนั้นแล้วขอความร่วมมือให้ผู้ที่มาร่วมไม่ต้องใส่เสื้อสีแดง เพื่อทำให้เห็นว่าการเดินขบวนดังกล่าวเป็นของคนไทยที่รักประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินขบวนรณรงค์แล้วเสร็จขอให้ประชาชนกลับบ้านเพื่อติดตามข่าวในกทม. และหากพบว่ากลุ่มของนายสุเทพเหิมเกริม จะมีการยกระดับการต่อสู้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 ก.พ. โดยจะไม่มีการประกาศยุติจากแกนนำเหมือนปี 2553 สำหรับบรรยากาศการเดินรณรงค์ดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ของคนเสื้อแดงด้วย

ลั่นถ้ารัฐประหารออกมาต้านทันที

“ถ้าจะมีการรัฐประหารเราพร้อมประกาศการต่อสู้และต่อต้านทันที พร้อมเคลื่อนไหวต่างจังหวัดและต่อต้านรัฐประหารในกทม. หากเกิดขึ้นจริงวินาทีแรกที่มีการรัฐประหารจะพบกับยุทธการดอกไม้บานกลางกรุง คนกทม.จะออกมาต่อต้านทันทีและคนต่างจังหวัดจะแสดงการต่อสู้ทันที โดยไม่ประกาศยุติการต่อสู้ เหมือนรอบที่ผ่านมา” นายณัฐวุฒิ กล่าว

"จารุพงศ์"ยันไม่ยอมให้ตัดน้ำ-ไฟ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) กล่าวถึงกรณีที่กปปส.จะปิดกรุงเทพฯ ว่า ขอให้นายสุเทพคิดหน้าคิดหลังให้ดี เพราะมีคนกรุงเทพฯจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วย และการรณรงค์ให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยเปิดไฟหน้ารถ รวมถึงไม่เห็นด้วยในการตัดน้ำตัดไฟบ้านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี

"ผมได้หารือกับนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมกันเรียกประชุมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย อาทิ ผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การประปานครหลวง, การประปาส่วนภูมิภาค ได้ยืนยันกับผมแล้วว่าจะไม่มีการตัดน้ำตัดไฟเกิดขึ้นตามที่กปปส.ได้ขู่ไว้ โดยทุกหน่วยงานได้รับปากกับนายกรัฐมนตรี แล้วว่าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น" รมว.มหาดไทย กล่าว

แท็กซี่หนุนตร.-รณรงค์เปิดไฟหน้า

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ประมาณ 20 คน นำโดยนายสนอง อ่อนอนงค์ เดินทางมาให้กำลังใจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อยุติการชุมนุมปิดถนนในกรุงเทพฯ ของกลุ่มกปปส.

พร้อมทั้งยื่นหนังสือร้องเรียน เนื่องจากขณะนี้ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะรับจ้างสามล้อ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตู้ และบุคคลทั่วไป ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดถนนในกรุงเทพฯ โดยนายสนองกล่าวว่า ได้นัดหมายกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ประมาณ 2,000 คัน ให้มาจอดที่สตช. เนื่องจากทนไม่ไหวแล้ว

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่ยังแจกแถลงการณ์รณรงค์ให้ประชาชนที่เดือดร้อน และไม่เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯ ให้แสดงสัญลักษณ์เปิดไฟหน้ารถตั้งแต่วันที่ 3-12 ม.ค.

ป้ายโจมตี"สุเทพ" โผล่สุราษฎร์ฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆ ไม่สามารถลงสมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ได้ในหลายจังหวัดของภาคใต้ ล่าสุด ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีการจัดทำป้ายไวนิลระบุข้อความโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ถูกนำมาติดตั้งไว้หลายจุดในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยได้กล่าวโจมตีเรื่องการขัดขวางเลือกตั้ง และเรื่องส่วนตัวของลูกชายนายสุเทพ