ป.ป.ช.มีติเอกฉันท์7:0ฟัน"วงศ์ศักดิ์"คดีทุจริตโรงเรียนนายอำเภอ ส่วนขรก.กรมการปกครอง ผู้เข้าสอบ119คน โดนอาญา-วินัยร้ายแรง
นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกป.ป.ช. พร้อมด้วยนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนคดีทุจริตเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกข้าราชการเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอประจำปี 2552 ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ถึงการพิจารณาคดีดังกล่าว
โดยนายวิชา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.จำนวน 7 คน ซึ่งนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการป.ป.ช.ได้ขอถอนตัว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาบางรายได้โต้แย้ง และนายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการป.ป.ช. ขอลาประชุม มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่า นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบกรมการปกครอง มีมูลความผิดทางวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อมูลลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตน อันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริง อันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 , 161 และ 162 (1) (4)
นายวิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนายวงศ์ศักดิ์แล้ว ยังมีบุคคลอื่นที่ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติว่า มีมูลความผิดทางวินัยและอาญา คือ นายสำราญ ตันเรืองศรี ผู้อำนวยการส่วนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , 161 และ 162 (1) (4) นายครรชิต สลับแสง เลขานุการ มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 68 และผู้เข้าสอบและผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 68 69 และ 70 จำนวน 119 คน มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 161 และ 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86
นายวิชัย กล่าวอีกว่า ส่วนนายวุฒิชัย เสาวโกมุท ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง ซึ่งเป็นผู้ออกข้อสอบ และผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นข้าราชการผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตรนายอำเภออีก 20 คน ได้ให้ถ้อยคำที่เป็นประโยชน์ต่อการไต่สวน จึงมีมติเสียงข้างมากให้กันไว้เป็นพยาน โดยไม่ชี้มูลความผิดทั้งทางวินัยและอาญา นอกจากนี้ ระหว่างไต่สวน ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการอบรมหลักสูตรนายอำเภออีก 2 คน ได้ถึงแก่กรรม และอีก 1 คน ที่แม้จะได้โพยคำตอบมา แต่เขียนคำตอบของตัวเอง จึงมีมติไม่ชี้มูลความผิด ส่วนนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล อดีตรมว.มหาดไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตประธานคณะทำงานรมว.มหาดไทย พยานหลักฐานไม่ถึง เป็นอันตกไป ทั้งนี้ ป.ป.ช. จะรวบรวมข้อมูลและส่งเรื่องไปให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่กระทำความผิด ส่วนคดีอาญาจะส่งให้อัยการสูงสุดทำหน้าที่ฟ้องร้องต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการ หลังป.ป.ช.ทำการชี้มูลความผิดแล้ว จะส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดดำเนินการ เป็น 2 กรณี คือ ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ
นายวิชา กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการกระทำผิดที่เกิดขึ้นจากระบบอุปถัมภ์ ระบบอุปถัมภ์ในประเทศสร้างปัญหามากจึงจะต้องปฏิรูป เราต้องการปฏิรูปสังคมที่ไม่ยอมยืนหยัดเพื่อความเป็นธรรมและถูกต้อง อาศัยแต่เพียงพวกพ้องก็จะเกิดเหตุการณ์น่าสลด คิดว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องปฏิรูปใหญ่ระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย และอื่นๆ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่ควรจะต้องชำระล้าง เราคงจะต้องช่วยกันขจัดปัดเป่าปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ





