นายกฯยอมรับห่วงว่าจะไม่มีเลือกตั้ง 2ก.พ.57 วอน กปปส.หยุดไล่ล่าแล้วร่วมเวทีปฏิรูป ชี้ปิดกทม.ช่วงเคาท์ดาวน์ขอให้เห็นใจคนกรุง
เมื่อเวลา 13.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ 7 องค์กรธุรกิจเสนอให้รัฐบาลตั้งสภาปฏิรูป ว่า ก็เป็นข้อเสนอที่ดี เพราะว่าเราเองก็ขอร้องเวทีสาธารณะทุกเวทีส่งความคิดเห็นมายังรัฐบาล เพื่อที่เราจะได้ประสานงาน ซึ่งเราก็ได้ให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีประสานงานรับข้อเสนอต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งก็อยากรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่ม
เมื่อถามว่าจะทำควบคู่กับเวทีปฏิรูปของรัฐบาลได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็คงจะบูรณาการด้วย เพราะว่าในส่วนของรัฐบาลที่เสนอนั้น ก็อยากจะให้เชิญชวนทุกภาคส่วน ไม่ใช่เวทีของรัฐบาลเพียงอย่างเดียวเราอยากให้เป็นเวทีกลางที่เป็นเวทีสาธารณะที่ทุกภาคส่วนมีส่วนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่และพูดคุยกันในเรื่องของอนาคต ซึ่งเราอยากเห็นในการเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปทั้งการเมือง การศึกษาและภาคสังคม
เมื่อถามว่ากลุ่ม กปปส.ไม่เข้าร่วมด้วย ปัญหาความขัดแย้งจะยุติลงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าสิ่งแรกที่เราเห็นก็คือความต้องการในการปฏิรูปประเทศ ที่มีจุดหมายตรงกันและเชื่อว่าอย่างไรก็ตามในอนาคตเราคงต้องมีการปฏิรูปประเทศเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่หลายคนมีความกังวลใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง แต่ในเรื่องความขัดแย้ง คงต้องพยายามอย่างเต็มที่ เราก็หวังในการที่จะมีเวทีกลางก็อยากให้กลุ่มกปปส. มาร่วมเวทีด้วย เพราะว่าวันนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้แสดงจุดยืนแล้ว แล้วเราเองก็อยากเห็นบรรยากาศที่ดี เพราะช่วงนี้ ใกล้จะเข้าเทศกาลปีใหม่ จึงอยากจะเห็นคนไทยทุกคนได้มีโอกาสมีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็ต้องขอความร่วมมือกลุ่ม กปปส. ด้วย
เมื่อถามว่า ยอมรับข้อเสนอขอปฏิรูปภายใน 1 ปีของนายธงทอง จันทรางศุ ได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่าเรียกว่ารับข้อเสนอเลย เพราะยิ่งเสร็จสิ้นเร็วที่สุด ยิ่งเป็นผลดีต่อประเทศ และต้องอยู่ที่ว่า คณะที่จะมาพูดคุยเรื่องปฏิรูปนั้น ได้มีโอกาสเร่งทำงานให้เสร็จเร็วมากที่สุด อะไรที่เป็นข้อเสนอที่คนส่วนใหญ่ของประเทสเห็นตรงกัน ก็จะเสร็จสิ้นเร็ว แต่ถ้าอะไรที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ก็ต้องมาพูดคุย เพราะในทางการปฏิรรูปนั้น เราบอกว่าควรจะมีระยะเวลา 2 ปี แต่หากทำได้เร็วกว่านั้น คือภายใน 1 ปีได้ก็ยิ่งดี ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี
เมื่อถามว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงที่จะหมดอายุภายในสิ้นปีนี้จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อต่ออายุหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับความเห็น คงต้องถามฝ่ายความมั่นคง
เมื่อถามว่านายสุเทพ เทือสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศยกระดับการชุมนุม และจะตามก่อกวนนายกฯในทุกที่ๆเดินทางไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนก็คงจะพูดคำเดียวว่า ตนจะใช้ความอดทน เราไม่อยากตอบโต้ และไม่อยากเพิ่มความขัดแย้ง เพราะเรามีหน้าที่ที่จะประคับประคองจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเรามีหน้าที่ทำงาน ไม่ใช่เป็นการรักษาการ แต่เป็นหน้าที่ที่จะปฏิบัติ ในการทำงานเราจึงไม่สามารถละเลยบทบาทหน้าที่ตอนนี้ได้
อย่างไรก็ตามเราอยากขอร้องผู้ชุมนุมว่าการไล่ล่ากันแบบนี้ไม่ได้เป็นผลดีเลย และถาามว่าวันนี้ประเทศเราต้องการความสงบ ตนก็พยายามทำให้บ้านเมืองสงบอย่างเต็มที่ ก็ต้องขอร้องเพราะว่าเราก็เจ็บปวดกันมามากแล้ว และการเลือกตั้งครั้งใหม่ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่ให้ประชาชนส่วนใหญ่มีโอกาสตัดสินใจ นั่นคือสิ่งที่เราจะได้เคยอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่านายสุเทพประกาศว่าจะปิดกรุงเทพฯ 7 วันในช่วงเทศกาลปีใหม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุมว่าจะไม่เห็นใจคนกรุงเทพฯเลยหรือ วันนี้ถ้าเรามาดูบรรยยากาศที่ต่างจังหวัด นักท่องเที่ยวมาเที่ยวต่างจังหวัด เราก็อยากให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่กทม.ด้วย เพราะบรรยากาศการชุมนุมแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของกรุงเทพฯเลย
เมื่อถามว่าห่วงการที่กลุ่มกปปส.ต้องการปฏิรูปการเมือง แต่อีกเสียงบอกว่าเป็นการตัดทางตระกูลชินวัตรไม่ให้เล่นการเมืองแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ต้องตัดสินใจด้วยการเลือกตั้งถ้าคิดว่าตระกูลชินวัตรไม่สามารถทำประโยชน์ได้เราก็พร้อมน้อมรับ และเราอยากให้กลไกที่เป็นกติกาที่ยอมรับ เพราะว่าตนไม่สามารถที่จะบอกว่าการที่กลุ่ม กปปส.ให้นายกฯ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกันเรามีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ เราจะทำนั้นได้อย่างไร วันนี้ต้องเรียนว่าไม่ได้อยู่เพราะหวงอำนาจ แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ดังนั้นตนถึงได้ประกาศยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน ก็เป็นวิธีเดียวที่เราจะให้คนทั้งประเทศตัดสินใจ
เมื่อถามว่าห่วงการเลือกตั้งที่อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในวันที่ 2 ก.พ.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็เป็นห่วง คงต้องฝากทาง กกต.ดูแล เมื่อถามว่านายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง บอกว่าจะเสนอให้ออกพระราชกำหนดเลื่อนการเลือกตั้งนายกฯ กล่าวว่า ต้องเป็นงานของกกต.
เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นรมว.กลาโหมมั่นใจและเชื่อมั่นกองทัพหรือไม่ ว่าจะไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ดิฉันคงไม่สามารถพูดแทนผู้อื่นได้ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน หรือแม้แต่กกต.และกองทัพ แต่เชื่อว่าทุกคนมีหน้าที่ของตนเองที่จะรับผิดชอบ ก็คงจะต้องพยายามที่จะทำหน้าที่ของตนเองให้เป็นที่ยอมรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.50 น.หลังรับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อในภาคบ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษา ได้แวะทักทายและเยี่ยมชมร้านขายสินค้าที่ระลึกบริเวณสะพานจุดชมวิวเขาค้อ ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สอบถามถึงรายได้จากนักท่องเที่ยว ปรากฏว่าได้มีผู้หญิงวัยประมาณ 25-30 ปี ขี่มอร์เตอร์ไซด์ ทะเบียน ขจต 730 พิษณุโลก บุกเดี่ยว เข้ามาเป่านกหวีดใส่นายกรัฐมนตรีชนิดประชิดตัว ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ได้เดินเข้าไปหาผู้หญิงคนดังกล่าวโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัวแต่อย่างใด และเมื่อเผชิญหน้ากันผู้หญิงคนดังกล่าวก็กล่าวท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า "จะจับมั๊ยๆ" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวตอบทันทีว่า " ไม่ค่ะ ไม่มีการจับ เชิญตามสบาย ขอบคุณนะคะ ไม่เป็นไรอยากเป่าก็เป่าเลยค่ะ ขอจับมือหน่อยนะคะ" ทำให้ผู้หญิงคนดังกล่าวถึงกับอึ้งไป แต่ไม่ยอมให้จับมือ
จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวจอดรถลง พร้อมระบุว่าขอคุยหน่อยได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่ายินดี โดยมือเป่านกหวีดพยายามสอบถามมาทำอะไร มาเที่ยวหรือ? แล้วจะกลับกรุงเทพฯวันไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาทำงาน ตรวจติดตามงานตามนโยบาย ซึ่งมาได้ 2 วันแล้วพรุ่งนี้ก็จะเดินทางกลับ ผู้หญิงคนดังกล่าวพยายามถามย้ำอีกว่าจะกลับกรุงเทพฯวันไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงย้อนถามกลับว่าถามทำไมหรือ จากนั้น ได้ถามกลับว่า เป็นคนที่เพชรบูรณ์หรือคนกรุงเทพฯ ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นคนกรุงเทพฯ แต่มาทำงานที่นี่ (เขาค้อ)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนั้นได้มีชาวบ้านที่ขายของในบริเวณดังกล่าวแสดงความไม่พอใจตะโกนถามผู้หญิงคนดังกล่าวว่ามาเป่าทำไม ซึ่งก่อนที่จะเกิดการปะทะกันได้มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งคาดว่าเป็นเพื่อนได้รีบมาพาหญิงคนดังกล่าวออกไป แต่ไม่วายจะหันมาเป่านกหวีดใส่อีกครั้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่ตกใจอะไร ถือเป็นการแสดงตามสิทธิ จากนั้น ได้เดินทักทายชาวบ้านต่อ โดยชาวบ้านได้ออกมาให้กำลังใจและให้ต่อสู้ โดยระบุว่าการเป่านกหวีดดังกล่าวเป็นเพียงคนๆเดียว
เวลา 14.15น. นายกฯเดินทางมาตรวจเยี่ยมฐานยิงสนับสนุนพิพิธภัณฑ์อาวุธเขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยได้ดูวิดีโอพรีเซ็นเตรชั่นสรุปความเป็นมาของสถานที่ และได้เดินชมอาวุธยุทโธปกรณ์ เฮลิปคอร์ปเตอร์ ที่ปลดประจำการแล้วนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยมี ร.ต.จำนงค์ สุระจินดา นายทหารช่างชำนาญงาน ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ นำเดินชมพร้อมบรรยาย ทั้งนี้นายกฯได้ชมทัศนียภาพรอบฐานด้วย โดยระหว่างที่นายกฯเดินชมฐานได้มีประชาชน นักท่องเที่ยวเข้ามาขอถ่ายรูปคู่ด้วยอย่างเป็นกันเอง
จากนั้นเวลา 14.50น. นายกฯเดินทางไปต่อไปยัง "อนุสรณ์ผู้เสียสละเขาค้อ" ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากพิพิธภัณฑ์อาวุธฯ โดยนายกฯได้เดินชมพร้อมกับฟังบรรยาย โดยมีนายวิเชียร จันทรโณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมเดินชมด้วย ทั้งนี้นายกฯได้กล่าวกับผู้ว่าฯช่วงหนึ่งว่าน่าจะมีการสนับสนุนและผลักดันให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ด้วย
ทั้งนี้อนุสรณ์ดังกล่าวสร้างขึ้นมาเมื่อปี 2526 เพื่อจารึกชื่อทหารที่เสียสละจากสงครามคอมมิวนิสต์ในช่วงปี พ.ศ. 2511-2525 ในยุคที่เขาค้อถือเป็นดินแดนต้องห้ามที่คนทั่วไปไม่ควรเฉียดเข้าไปใกล้เพราะถือว่าอันตรายสุดๆ





