"ธาริต"ยกตัวบทกฎหมาย แจงดีเอสไอมีอำนาจออกหมายเรียก-สั่งอายัดบัญชี 38 แกนนำม็อบกปปส.
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่าที่ประชุมเห็นสมควรแจ้งมติที่ประชุมให้สาธารณชนได้รับทราบ 2 ประการ คือ 1 แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าการชุมนุมในภาพรวมที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้ อาจกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ดีเอสไอขอยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกแกนนำหลักทั้ง 38 คน โดยพิจารณาจากการกระทำผิดที่แยกส่วนเป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นความรับผิดของแกนนำ ไม่เกี่ยวกับประชาชนที่ไปร่วมชุมนุม อาทิ การขึ้นปราศรัย ปลุกระดมให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมาย การสั่งให้รัฐบาลเลิกปฏิบัติหน้าที่ การยุยงให้ข้าราชการ พนักงานหยุดการปฏิบัติงานและหยุดงาน การสั่งให้ตำรวจหยุดการปฏิบัติหน้าที่ การสั่งให้ประชาชนหยุดการเสียภาษี การนำพากลุ่มคนไปบุกรุกปิดล้อมสถานที่ราชการ สถานีโทรทัศน์ และหน่วยงานของรัฐจำนวนหลายแห่ง และการกระทำอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย สอดคล้องกับการที่ศาลอาญาได้วินิจฉัยไม่ให้เพิกถอนหมายจับนายสุเทพและหมายเรียกแกนนำคนอื่น ๆ
ดังนั้น การที่ดีเอสไอได้มีหมายเรียกให้แกนนำทั้ง 37 คน ยกเว้นนายสุเทพ ที่ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะผู้ต้องหา และได้แจ้งธนาคารทุกแห่งตรวจสอบบัญชีเงินฝากทั้ง 38 คน และทำการอายัดการทำธุรกรรมนั้น เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามความเหมาะสมและความจำเป็นที่พึงต้องกระทำ ทั้งนี้ก็เพื่อตรวจสอบแล้วใช้เป็นพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาแต่ละรายจะได้รับการสนับสนุนเงินจากใคร หรือกลุ่มทุนใดมาสนับสนุนการกระทำผิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีแกนนำทั้ง 38 คน และกลุ่มทุน หรือท่อน้ำเลี้ยง ที่สนับสนุนด้วย
นายธาริต กล่าวอีกว่า ประการที่ 2 การที่นายนิติธร ล้ำเหลือ กับพวกที่เป็นแกนนำ ได้นำเอาฝูงชนไปประท้วงที่ด้านหน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. โดยมีการปราศัยและยกป้ายขับไล่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ด้วยถ้อยคำที่เหยียดหยามและกล่าวให้ร้ายนั้น เข้าข่ายเป็นการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 134 คือความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศ ซึ่งที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้ดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับ นายนิติธร และแกนนำหลัก เพิ่มเติมจากข้อกล่าวหาเดิมอีกด้วย
สำหรับข้อกล่าวหาหรือฐานความผิดที่ศาลได้ออกหมายจับไว้ และสั่งให้ออกหมายเรียกแก่ผู้ต้องหานั้น ประกอบด้วย 1. ฐานล้มล้างอำนาจการบริหาร หรือเพื่อให้ใช้อำนาจดังกล่าวไม่ได้ (เป็นกบฎ) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113. 2. ฐานกระทำการยุยง ส่งเสริม เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116. 3. ฐานกระทำการมั่วสุมกันเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 เป็นต้น





