วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเปิดพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ

นายกฯเปิดพิมพ์เขียวตั้ง"สภาปฏิรูปประเทศ"ดำเนินการคู่ขนานเลือกตั้ง ดึงองค์กรวิชาชีพทั้งระดับชาติและท้องถิ่นทำงานร่วมภาคราชการ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจวานนี้(21ธ.ค.) โดยระบุตอนหนึ่งว่า กระบวนการปฏิรูปประเทศสามารถดำเนินการคู่ขนานกันไปโดยไม่ขัดแย้งกับกระบวนการเลือกตั้งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตรงกันข้ามกลับเป็นความจำเป็นด้วยซ้ำที่การเลือกตั้งจะต้องเดินหน้า ด้วยเหตุผลที่เมื่อมีฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นตัวแทนของประชาชนแล้ว กลไกรัฐสภาจะต้องเป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อนให้ข้อเสนอการปฏิรูปต่างๆ ให้เป็นจริงขึ้นมาได้

ด้วยแนวคิดดังกล่าว รัฐบาลเห็นว่าเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.57 แล้วสภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกิดขึ้นใหม่จะต้องกำหนดให้การปฏิรูปประเทศเป็นวาระแห่งชาติ จึงมีข้อเสนอเพื่อดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

1.พรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกลงรับเลือกตั้งคราวนี้ พร้อมทั้งองค์กรหรือภาคีอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้สัตยาบันว่าหลังจากสภาผู้แทนราษฎร และ ครม.ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว จะมีการจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศไทยขึ้นทันที

2.การจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศไทย จะประกอบด้วยตัวแทนจากองค์กรวิชาชีพ หรือสถาบันต่างๆ ที่มีกฎหมายรองรับ พรรคการเมืองทุกพรรค รวมถึงที่ประชุมที่แม้มิได้มีกฎหมายรองรับ แต่มีบทบาทที่สำคัญของประเทศ เช่น ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมปลัดกระทรวง และหัวหน้าส่วนราชการ หรือองค์กรอื่นๆ ในลักษณะที่เทียบเคียงกันได้ ตลอดจนตัวแทนของกลุ่มวิชาชีพทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ รวมถึงกลุ่มที่มีความคิดเห็นทางการเมืองสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม

3.สภาปฏิรูปประเทศไทยสมควรมีวาระการทำงานไม่เกิน 2 ปี และมีหน้าที่สำคัญ คือ การจัดทำและเสนอกลไกเพื่อปฏิรูปประเทศไทยในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปการเมืองให้การเมืองในอนาคตสามารถเป็นปากเสียงแทนประชาชนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้หวังว่า ข้อเสนอเบื้องต้นของรัฐบาลจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักวิชาการ นักธุรกิจ และพี่น้องประชาชนทุกคน ได้ถกเถียงแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อปรับปรุงให้กลไกเฉพาะกิจดังกล่าวเกิดขึ้นได้โดยเร็วที่สุด และนำไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์แถลงเรื่องนี้ระหว่างปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งวานนี้นับเป็นวันที่ 6 อยู่ที่ จ.มหาสารคาม

เพื่อไทยชูปฏิรูป 1 ปีเลือกตั้งใหม่

ที่พรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้อ่านแถลงการณ์ในนามพรรค โดยอ้างว่าได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว และเห็นสอดคล้องต้องกัน ระบุว่า 1.สนับสนุนการเลือกตั้งเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย 2.พรรคมุ่งมั่นผลักดันการปฏิรูปประเทศ ควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง 3.ถ้าพรรคได้รับความไว้วางใจและมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล จะเร่งดำเนินการปฏิรูปประเทศ หลังจากนั้นจะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว คาดว่าจะแล้วเสร็จ 1 ปี และ4 .พรรคขอร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันการปฏิรูปประเทศ

กปปส.ย้ำไม่เอาปฏิรูปคู่ขนานเลือกตั้ง

ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ (กปปส.) กล่าวถึงกรณีที่นายกฯแถลงตั้งสภาปฏิรูปประเทศคู่ขนานกับการเลือกตั้งว่า กปปส.ขอย้ำว่าประชาชนออกมาแสดงเจตจำนงแล้วว่าต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อีกทั้งได้รับการตอบรับจากหลายองค์กร ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากรักษาการ

ส่วนการชุมนุมใหญ่ในวันนี้ (22 ธ.ค.) นั้น จะมีเวทีใหญ่ 5 จุด ประกอบด้วย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครบริเวณแยกปทุมวัน แยกราชประสงค์ สีลม และแยกอโศก นอกจากนั้นจะมีเวทีย่อย 10 จุดครอบคลุม 6 ถนนสายหลัก คือ ถนนพญาไท ถนนเพชรบุรี ถนนพระรามที่ 1 ถนนพระรามที่ 4 และถนนสุขุมวิท ประกอบด้วย แยกอุรุพงษ์ แยกราชเทวี ประตูน้ำ แยกราชปรารภ แยกเจริญผล แยกหัวลำโพง แยกบางรัก แยกคลองเตย แยกเพลินจิต และแยกทองหล่อ

22 ธ.ค.ไปบ้านนายกฯ-จุดรับสมัคร

นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ปราศรัยบนเวทีว่า ในวันที่ 22 ธ.ค.ช่วงเช้า จะมีผู้ชุมนุมบางส่วนไปที่บ้านของนายกรัฐมนตรี และอีกหลายเวทีจะมีการชุมนุมทั่วกรุงเทพฯ สำหรับเวทีที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลาประมาณ 24.00 น. จะเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปยังสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง เพื่อดูหน้าคนที่อยากเลือกตั้งก่อนปฏิรูป เราไปแสดงเจตจำนงว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 จะเป็นการประท้วง แต่ไม่ขัดขวาง ยืนยันว่าไม่ปิดกั้น และไม่ได้ก่อความวุ่นวาย เพียงแต่ต้องการดูหน้าผู้ที่มาลงสมัครเลือกตั้ง

ปชป.มติเอกฉันท์บอยคอตเลือกตั้ง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคทั้งชุดใหม่และชุดเก่า อดีต ส.ส. และตัวแทนสาขาพรรค เพื่อพิจารณาว่าจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.57 หรือไม่

ภายหลังการประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แถลงพร้อมกับแกนนำพรรคว่า ที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารและอดีต ส.ส.มีมติไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปตามการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคและมีการสอบถามสาขาพรรคทั่วประเทศ โดยความเห็นทุกฝ่ายไปในแนวทางเดียวกัน เหตุที่ตัดสินใจเพราะการเมืองได้อยู่ในภาวะล้มเหลวไม่ต่ำกว่า 8-9 ปี กระบวนการประชาธิปไตยได้ถูกบิดเบือนโดยคนบางกลุ่ม ทำให้ประชาชนขาดศรัทธาระบอบการเมืองและการเลือกตั้ง หากสภาพดำรงต่อไป การเมืองไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีการปฏิรูป ก็จะตกในความขัดแย้งเสี่ยงต่อความรุนแรงและการทุจริตคอร์รัปชัน พรรคต้องการหยุดภาวะการเมืองขณะนี้

สภาพปัญหามาจากรัฐบาลชุดปัจจุบันใช้อำนาจไปเพื่อประโยชน์ครอบครัวตัวเองและพวกพ้อง โดยเฉพาะการผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมที่ล้างความผิดให้กับคนทุจริต และการแก้รัฐธรรมนูญหวังผลอยู่ในอำนาจ แม้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วแต่กลับไม่ยอมรับอำนาจศาล แต่กลับคิดหาหนทางในการแสวงหาอำนาจ

"การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่อาจหยุดวิกฤติได้ แม้พรรคส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งก็ตาม พรรคได้พยายามถึงที่สุดในการกอบกู้ศรัทธาให้ประชาชนสนับสนุนการเลือกตั้ง แต่พบว่าประชาชนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นการช่วงชิงอำนาจแบบเดิมๆ จึงต้องพยายามว่าจะทำอย่างไรให้แก้วิกฤติได้ โดยพยายามค้นหาบุคคลที่ประชาชนเชื่อมั่นมาเพื่อปฏิรูป แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบผล และความรู้สึกของประชาชนก็ไม่เกิดความเชื่อมั่น มีตัวแทนภาคประชาชน ภาคธุรกิจที่บอกว่าแม้จะมีการลงสัตยาบันก็ไม่สามารถทำให้การปฏิรูปสำเร็จได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว พร้อมยืนยันว่าจะไม่ขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้ง เชื่อว่าถ้าประชาชนจำนวนมากไปลงคะแนนไม่เลือกใคร (โหวตโน) จะทำให้รัฐบาลชุดหน้าไม่มีความชอบธรรม