วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดุสิตโพลเผยคนไทยเกือบ70%เบื่อการเมือง

"สวนดุสิตโพล"เผยคนไทยภาพรวมเกือบ 70 % เบื่อการเมือง ชี้เหตุมัวแต่ทะเลาะกัน ไม่สนใจบ้านเมือง

จากสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่มีความขัดแย้งและมีการโต้ตอบกัน โดยเฉพาะการยุบสภา การเลือกตั้งและมีทั้งผู้ที่คัดค้านไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง ซึ่งสถานการณ์ต่างๆมีการนำเสนอข่าวสารผ่านสื่อที่หลากหลาย นับเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนกับการเมืองไทยในหลากหลายมิติ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,639 คน ระหว่างวันที่ 17-21 ธันวาคม 2556 สรุปผลดังนี้

1. ในช่วงที่มีความวุ่นวายทางการเมือง ประชาชนสนใจเรื่องการเมืองเพิ่มมากขึ้นหรือลดลง

อันดับ ภาพรวม กทม. ตจว.

1สนใจเพิ่มมากขึ้น68.48%72.94%61.07%เพราะ อยากรู้ข้อเท็จจริง สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นห่วงประเทศชาติและประชาชน ฯลฯ

2สนใจเท่าเดิม19.48%17.43%22.90%เพราะ ติดตามข่าวสารเป็นประจำอยู่แล้ว การเมืองมีผลต่อการพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน ฯลฯ

3สนใจลดลง12.04%9.63%16.03%เพราะ เบื่อการเมือง รู้สึกเครียด มีแต่ทะเลาะกันไปมา ไม่สร้างสรรค์ ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ฯลฯ

2. ในช่วงที่มีความวุ่นวายทางการเมือง ประชาชนมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการเมือง กับคนอื่นๆเพิ่มมากขึ้นหรือลดลง

อันดับ ภาพรวม กทม. ตจว.

1พูดคุยเพิ่มมากขึ้น57.02%62.84%47.33%เพราะ อยากรู้ว่าคนอื่นมีความคิดเห็นหรือรู้สึกอย่างไร มีประเด็นใหม่ๆให้ประชาชนต้องคอยติดตามตลอดเวลา ฯลฯ

2พูดคุยเท่าเดิม23.78%20.18%29.77%เพราะ เป็นเรื่องที่อยู่ในกระแสสังคมมานาน หลายคนก็พูดถึงและสื่อมีการนำเสนอทุกช่วงเวลา ฯลฯ

3พูดคุยลดลง19.20%16.98%22.90%เพราะ ไม่อยากพูดเรื่องการเมือง เพราะต่างคนก็ต่างความคิด ไม่อยากต้องมาทะเลาะกันเอง ฯลฯ

3. เมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์บ้านเมืองระหว่างปีที่ผ่านมากับปีนี้ทำให้ประชาชนรักชาติเพิ่มมากขึ้นหรือลดลง

อันดับ ภาพรวมกทม. ตจว.

1รักชาติเพิ่มมากขึ้น55.20%56.88%52.34%เพราะ รู้สึกสงสารและเป็นห่วงประเทศชาติ คนไทยมัวแต่ทะเลาะกันจนลืมนึกถึงความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง ฯลฯ

2รักชาติเท่าเดิม44.80%43.12%47.66%เพราะ เชื่อว่าคนไทยทุกคนรักชาติบ้านเมืองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคนไทยก็พร้อมที่จะช่วยเหลือกัน ฯลฯ

4. ณ วันนี้ที่มีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง เมื่อเปรียบเทียบความมีสติของประชาชนเกี่ยวกับการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองระหว่างปีที่ผ่านมากับปีนี้ เป็นอย่างไร?

อันดับ ภาพรวมกทม.ตจว.

1ต้องตั้งสติเพิ่มมากขึ้น75.22%77.98%70.54%เพราะ ไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง ฟังข่าวสารรอบด้านมากขึ้น คนไทยต้องมีสติ มีวิจารณญาณ ฯลฯ

2ตั้งสติเท่าเดิม21.61%19.72%24.81%เพราะ ที่ผ่านมาก็ติดตามและรับฟังข่าวสารของแต่ละฝ่าย ประชาชนต้องมีใจเป็นกลาง ไม่อคติ ไม่เชื่อใครง่ายๆ ฯลฯ

3ตั้งสติน้อยลง3.17%2.30%4.65%เพราะ ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตัวเอง เมื่อฟังแล้วรู้สึกคล้อยตามและสนุกไปกับลีลาการพูดของแต่ละคน ฯลฯ

5. จากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ณ วันนี้ ทำให้ประชาชนรัก/ชอบนักการเมืองเพิ่มมากขึ้นหรือลดลง

อันดับ ภาพรวม กทม. ตจว.

1รัก/ชอบลดลง59.94%63.13%54.62%เพราะ รู้สึกผิดหวังในตัวนักการเมือง ทุกคนล้วนแต่ทำเพื่อตนเองและพวกพ้อง หมดศรัทธาในตัวนักการเมือง ฯลฯ

2รัก/ชอบเท่าเดิม35.16%32.26%40.00%เพราะ มีพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ชอบอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติของการเมืองที่จะต้องมีความเห็นไม่ตรงกัน ฯลฯ

3รัก/ชอบเพิ่มมากขึ้น4.90%4.61%5.38%เพราะ รู้สึกชื่นชมและชื่นชอบนักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ มีการโต้ตอบชิงไหวชิงพริบกันไปมา ฯลฯ

6. จากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ณ วันนี้ ทำให้ประชาชนเบื่อการเมืองเพิ่มมากขึ้นหรือลดลง

อันดับ ภาพรวม กทม.ตจว.

1เบื่อการเมืองเพิ่มมากขึ้น69.08%67.74%71.32%เพราะ มีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง พูดจาเอาดีใส่ตัว ไม่สนใจบ้านเมือง ปล่อยให้ประชาชนลำบากดิ้นรนกันเอง ฯลฯ

2ไม่เบื่อ30.92%32.26%28.68%เพราะ เป็นพัฒนาการของการเมืองไทยอีกขั้นหนึ่ง ประชาชนตื่นตัวและมีส่วนร่วมมากขึ้น เป็นกรณีศึกษาที่ดี ฯลฯ

7. ความในใจเกี่ยวกับการเมืองไทย ณ วันนี้ ที่ประชาชนอยากบอกกับทุกคน คือ

อันดับ 1ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายมีสติ มีเหตุผล รับรู้รับฟังข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ 33.67 %

อันดับ 2บ้านเมือง ณ ตอนนี้ อยากให้คนไทยรักใคร่สามัคคีปรองดอง เพื่อบ้านเมืองจะได้สงบสุข 20.41 %

อันดับ 3อยากเห็นทางออกหรือวิธีแก้ที่สร้างสรรค์ เป็นรูปธรรม เพื่อบ้านเมืองจะได้เจริญก้าวหน้าต่อไป19.39 %

อันดับ 4จุดเปลี่ยนของการเมืองไทยมาจากพฤติกรรมของนักการเมืองที่ไม่มีคุณธรรมจริยธรรม 14.63 %

อันดับ 5คนไทยทุกคนควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ไม่ควรละเลยหรือเพิกเฉยต่อบ้านเมือง 11.90 %