ร้านรวงรอบราชดำเนินปรับตัวรับชุมนุมยืดเยื้อ!ยังไม่มีใครรู้ว่าความขัดแย้งของการเมืองไทยเที่ยวจะจบลงเมื่อใด แต่สิ่งที่ต้องคงอยู่ต่อไปคือคนไทย
เป็นเวลานานกว่า 1 เดือนครึ่งแล้วที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จัดชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและระบอบทักษิณด้วยการตั้งเวทีปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บนถนนราชดำเนิน
แม้จะที่ผ่านมาจะมีการเปิดเวทีย่อย เวทีหลักในสถานที่อื่นๆ บ้าง แต่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ถือว่ามีเวทีและกิจกรรมต่อเนื่องทุกวัน ทำให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยผู้คน ยิ่งในช่วงค่ำแกนนำขึ้นเวทีปราศรัย เมื่อพูดถูกใจ มวลชนก็จะพร้อมใจกันเป่านกหวีดและเขย่ามือตบเสียงดังสนั่นทุกครั้งไป เป็นบรรยากาศซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นทุกคืน
ถนนราชดำเนินเป็นถนนสายสำคัญของกรุงเทพฯ มีสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม และร้านรวงต่างๆ มากมาย รวมทั้งชุมชนดั้งเดิมอีกหลายแห่ง แน่นอนว่าการชุมนุมอย่างยืดเยื้อยาวนานย่อมส่งผลกระทบกับธุรกิจและชุมชนเหลานี้บ้างไม่มากก็น้อย พวกเขาปรับตัวกับสภาพที่เป็นอยู่อย่างไร เป็นเรื่องที่น่าติดตาม
"ร้านทำผม"ลูกค้าวูบ
บังอร พรหมสุวรรณ เจ้าของร้านเสริมสวยคุณแหม่ม ริมถนนดินสอ ฝั่งศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งอยู่ห่างจากเวทีชุมนุมไม่ถึง 50 เมตร เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านมากว่า 20 ปี ทุกครั้งที่มีการชุมนุมก็จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากลูกค้าลดลง อย่างช่วงก่อนการชุมนุมรอบนี้ มีลูกค้าเข้าร้านเยอะจนทำไม่ทัน แต่ตอนนี้ลูกค้าลดลงมาก อย่างไรก็ดี ไม่สามารถปิดร้านได้เพราะมีค่าใช้จ่ายและมีภาระต้องรับผิดชอบ
สิ่งที่ทำให้ บังอรและครอบครัวตกอยู่ในภาวะเครียด ไม่ใช่แค่จำนวนลูกค้าที่ลดลง แต่เป็นเรื่องเสียงดังจากเวทีปราศรัย ทำให้เธอและครอบครัวต้องย้ายไปอาศัยที่บ้านญาติเป็นการชั่วคราว
"ที่เวทีทั้งตอนกลางวันและกลางคืนจะเปิดเพลงเสียงดังจนนอนไม่หลับ นอกจากนั้นการต้องรับฟังเสียงปราศรัยตลอดเวลาก็ทำให้รู้สึกเครียด ตอนนี้ทางร้านต้องปรับเวลาปิดให้เร็วขึ้น เพื่อความสะดวกในการเดินทางออกนอกพื้นที่ เพราะต้องไปพักกับญาติ"
"ร้านของที่ระลึก"ปิดวันรวมพล
ผลกระทบในแง่ธุรกิจยังเกิดกับร้านจำหน่ายของที่ระลึกของ "นิทรรศน์รัตนโกสินทร์" ที่ชื่อ The Gallery Shop ด้วย โดยเฉพาะเมื่อ "นิทรรศน์รัตนโกสินทร์" ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงความรู้และวัฒนธรรมแห่งใหม่ริมถนนราชดำเนินต้องปิดตัวชั่วคราวตั้งแต่มีการชุมนุม เพราะเป็นจุดตั้งเต็นท์ยาวตั้งแต่หน้าเวทีจนถึงเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
เฉลิมขวัญ แสงศัพท์ พนักงานขายของที่ระลึกร้าน The Gallery Shop บอกว่า ยอดขายที่ร้านลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว สมมติเคยขายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ช่วงนี้เหลือเพียง 10- 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
"ช่วงที่มีการนัดรวมพลกันเยอะๆ ทางร้านก็ต้องปิดการขายสินค้า เพราะไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย" เฉลิมขวัญบอก
โรงแรมได้ลูกค้าคนไทยช่วย
บนถนนราชดำเนินยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นทางผ่านไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของเกาะรัตนโกสินทร์หลายแห่ง ทำให้มีโรงแรมและเกสต์เฮาส์จำนวนไม่น้อย หลายคนอาจคิดว่าการชุมนุมทางการเมืองย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจให้บริการเช่นนี้แน่ แต่ข้อสังเกตที่ว่านี้อาจไม่เป็นความจริงเสมอไป
สุภีพรรณ ไชยนันท์ เจ้าของโรงแรมราชดำเนิน เรสซิเดนท์ บนถนนดินสอฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยา เล่าว่า กิจการโรงแรมช่วงนี้ก็ปกติดี มีเพียงกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนไป เมื่อก่อนลูกค้าของโรงแรมจะเป็นกลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศที่จองผ่านเว็บไซต์ แต่ช่วงนี้เปลี่ยนไปเป็นลูกค้าคนไทย ซึ่งบางส่วนเป็นผู้ร่วมชุมนุม
"หลังกลุ่มลูกค้าต่างชาติยกเลิกการจองห้องพักเข้ามาตั้งแต่มีข่าวการชุมนุมใหญ่ถึงประมาณ 50-60% แต่ทางโรงแรมก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นคนไทย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาทดแทน"
สุภีพรรณ บอกว่า การทำกิจการในย่านนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าจะมีการชุมนุมเกิดขึ้นตลอด ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมระดับประเทศ หรือการเรียกร้องสิทธิต่างๆ เพราะอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นถือเป็นพื้นที่สัญลักษณ์
"เรื่องผลกระทบก็ต้องมีอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องปรับตัวไปเรื่อยเพื่อให้อยู่รอด ส่วนผลกระทบจากเสียงบนเวทีปราศรัย เราพบว่าห้องพักด้านบนจะได้ยินเสียงดังมากกว่า ซึ่งถ้าเป็นลูกค้าต่างชาติเขาจะไม่เอาเลย แต่ถ้าเป็นลูกค้าคนไทยเขาจะยอมรับในส่วนนี้ได้ เพราะกลุ่มคนที่เข้ามาพักคือคนที่มาร่วมชุมนุมนั่นเอง"
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยของโรงแรมนั้น สุภีพรรณ บอกว่า ได้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะการเก็บเอกสารแสดงตนของผู้เข้าพัก
"ถ้าเป็นลูกค้าต่างประเทศเราจะถ่ายสำเนาพาสปอร์ตเอาไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่คนไทยเราก็จะถ่ายสำเนาบัตรประชาชนไว้เช่นเดียวกัน" สุภีพรรณบอก และว่าการชุมนุมทางการเมืองเป็นเรื่องที่เธอยอมรับได้ เพราะไม่ได้มีสถานการณ์ที่รุนแรง อาจมีปัญหาเรื่องการเดินทางเล็กน้อย ส่วนเรื่องความสะอาดไม่มีปัญหา เพราะทุกๆ 2-3 วัน ทาง กทม.จะส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บขยะตลอด
"ศรแดง"ปรับสต็อกวัตถุดิบ
อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นดั่งเอกลักษณ์คู่กับถนนราชดำเนิน คือ ร้านอาหารชื่อดังที่มีอายุอานามราวๆ ครึ่งศตวรรษ ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับสังคมไทยหลายยุค ดังเช่น ร้านเมธาวลัยศรแดง ร้านอาหารชั้นเดียวตั้งอยู่ริมถนนบนโค้งวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ร้านอาหารเก่าแก่อายุกว่า 50 ปี เพราะเปิดบริการตั้งแต่ปี 2500 จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน สีใด
แม้จะเคยเปลี่ยนผู้บริหารมาเป็นกลุ่มเมธาวลัย แต่เมนูขึ้นชื่อของ "ศรแดง" ก็ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นหมี่กรอบ ทอดมันปลากราย หมูสะเต๊ะ และข้าวมันส้มตำ
ธนวัฒน์ ศรีวัย ผู้จัดการร้าน เล่าให้ฟังถึงการปรับตัวของศรแดง ตั้งแต่ในครัว จนถึงหน้าร้าน
"ผลกระทบของทางร้านจากการชุมนุมครั้งนี้ คือการลดน้อยลงของกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติหรือกรุ๊ปทัวร์ แต่ไม่ชัดเจนมากนัก เพราะในช่วงกลางคืนยังขายได้ปกติ ส่วนช่วงเวลากลางวัน อาจมีลูกค้าลดลงบ้าง แต่ก็พอทดแทนได้จากคนที่มาร่วมชุมนุม"
จุดขายของร้านอาหารทุกร้าน คือ วัตถุดิบต้องสดใหม่ ธนวัฒน์ บอกว่า ผลกระทบจากการชุมนุมทำให้ทางร้านต้องปรับปริมาณการกักตุนวัตถุดิบที่จะใช้ผลิตอาหาร เพื่อรักษามาตรฐานของร้านเอาไว้ ส่วนเสียงปราศรัยที่เล็ดลอดเข้ามาในร้านบ้าง ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่
"เมื่อถึงช่วงปราศรัยของ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. หรือแกนนำคนอื่นๆ ทางร้านจะสอบถามถึงความต้องการของลูกค้าที่มาใช้บริการว่าต้องการฟังปราศรัยหรือฟังดนตรีคลาสสิก สิ่งไหนที่เราทำให้ลูกค้าได้ เราก็ยินดีทำ เพราะเราเป็นนักบริการ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ทางร้านจะจัดพนักงานคอยเฝ้าสังเกตสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสอบถามข้อมูลผ่านการ์ดของ กปปส.แบบวันต่อวัน"
สกายไฮ...ขายดีวันรวมพล
สำหรับคนที่ชื่นชอบการรับประทานข้าวต้มยามค่ำ และซดน้ำซุปร้อนๆ รสชาติจี๊ดจ๊าดของ "ซูเปอร์ขาไก่" คงไม่มีใครไม่รู้จัก "ร้านสกายไฮ" ริมถนนราชดำเนิน ซึ่งเปิดคู่ถนนสายประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 40 ปี
สร้อย ก้อนสำโรง ผู้จัดการร้านสกายไฮ ยอมรับว่า ทุกครั้งที่มีการชุมนุมทางการเมือง ทางร้านได้รับผลกระทบทุกครั้งด้วยยอดขายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในเมื่อเลือกเดินบนเส้นทางสายนี้แล้ว ก็ต้องรู้จักปรับตัว โดยสิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจการชุมนุม เข้าใจคนที่ออกมาเรียกร้องทางการเมือง และเน้นดูแลความปลอดภัยของลูกค้าในร้าน
"แม้จะมีการชุมนุม แต่ร้านเรายังเปิดขายตามปกติ แต่จะได้รับผลกระทบเรื่องของยอดขาย โดยจะขายดีเฉพาะช่วงที่แกนนำนัดรวมพลครั้งใหญ่ แต่หลังจากเลิกชุมนุมใหญ่ไปแล้ว ยอดขายก็จะลดลง เพราะการเดินทางไม่สะดวก ทำให้ลูกค้าที่เคยมากินประจำในช่วงก่อนชุมนุมไม่มาเหมือนเมื่อก่อน ส่วนการปรับตัวก็ไม่ต้องปรับอะไรมาก เพราะร้านเรานับเป็นร้านอาหารประวัติศาสตร์ อยู่คู่เหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว" ผู้จัดการร้านข้าวต้มชื่อดัง ระบุ
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าความขัดแย้งของการเมืองไทยเที่ยวล่าสุดจะจบลงเมื่อใด แต่สิ่งที่ต้องคงอยู่ต่อไปคือประเทศไทย คนไทยทุกสี รวมทั้งสิ่งดีๆ บนถนนราชดำเนิน





