ดีเอสไอสั่งอายัดบัญชี"สุเทพ-17แกนนำ กปปส. ไม่เว้นแม้กระทั่งเงินบริจาค สกัดท่อน้ำเลี้ยงโค่น "รัฐบาลยิ่งลักษณ์-ระบอบทักษิณ"
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เรียกประชุมนัดแรกหลังที่ประชุมเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมามีมติให้รับสำนวนคดี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และพวกรวม 20 สำนวน ฐานก่อกบฏ และความผิดอาญาอื่นๆ ไว้เป็นคดีพิเศษ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ 1.การออกหมายเรียกแกนนำ กปปส.17 คนให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันเป็นกบฏ และข้อหาอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการมั่วสุมกันกระทำความผิดหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยจะส่งหมายเรียกไปยัง 17 แกนนำในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา แบ่งเป็น 2 ชุด คือในวันที่ 26 ธ.ค.และ 27 ธ.ค.นี้
2.ดีเอสไอจะออกคำสั่งอายัดบัญชีแกนนำรวม 18 คน คือ 17 คนที่ถูกออกหมายเรียก และนายสุเทพที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว โดยทั้งหมดจากการสอบสวนของตำรวจก่อนหน้านี้ ถือว่าเข้าข่ายน่าเชื่อว่าร่วมกันกระทำความผิด ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิด จึงขอใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ออกคำสั่งแจ้งไปยังธนาคารทุกแห่งให้อายัดบัญชีแกนนำทั้ง 18 คนทุกบัญชี ทุกประเภท ทุกธนาคาร โดยให้แต่ละธนาคารจัดส่งสเตทเมนท์ หรือหลักฐานการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนมาให้ดีเอสไอตรวจสอบทันที โดยจะนำทำหนังสือแจ้งไปยังธนาคารทุกแห่งในวันที่ 19 ธ.ค.
นอกจากบัญชีดังกล่าวแล้ว ดีเอสไอจะสั่งอายัดบัญชีที่แกนนำ กปปส.เปิดไว้เป็นบัญชีเพื่อรับบริจาคเงินสนับสนุนการชุมนุมอีก 2 บัญชี โดยทุกบัญชีจะถูกอายัดไว้จนกว่าการสอบสวนคดีจะแล้วเสร็จ เบื้องต้นจะยังไม่ตรวจสอบไปยังบัญชีบุคคลใกล้ชิด
"ดีเอสไอเชื่อว่าหลังการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังแล้ว จะทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของกระแสการเงิน และจะทำให้ทราบว่ามีผู้ใดให้การสนับสนุนในลักษณะท่อน้ำเลี้ยงที่ให้เงินผ่านบัญชีแกนนำ และบัญชีรับบริจาคกี่คน กี่ครั้ง และเป็นจำนวนเท่าใดบ้าง จึงขอเตือนให้กลุ่มทุนหรือผู้สนับสนุนการชุมนุมที่ผิดกฎหมายหยุดการสนับสนุน หากยังฝ่าฝืนจะถือว่ามีเจตนาสนับสนุน หรือร่วมกระทำผิดกับบรรดาแกนนำอย่างชัดเจน" อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
ดาบสองฟัน"ท่อน้ำเลี้ยง"
นายธาริต กล่าวต่อว่า ดีเอสไอจะออกหมายเรียกเจ้าของยานพาหนะ บริษัท ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนการชุมนุมมาสอบสวนด้วย โดยดีเอสไอจะต้องคัดกรองบุคคลเหล่านี้เพื่อพิสูจน์ว่าเข้าร่วมให้บริการเพราะรับจ้างหรือจงใจมาสนับสนุน ทั้งนี้ ดีเอสไอมีข้อมูลรถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการส่งกำลังบำรุง และยานพาหนะที่มาร่วมชุมนุมจากภูมิภาคต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากในวันนัดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา มีผู้ชุมนุมมาปิดล้อมดีเอสไอ จะทำอย่างไร นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอจะบรรยายในสำนวนฟ้องว่า เมื่อพนักงานสอบสวนเรียกแกนนำเข้ารับทราบข้อกล่าวหา กลับมีการปลุกระดมให้ม็อบมาปิดล้อม อย่างไรก็ดี ยอมรับว่ายังไม่ตัดสินใจนำกำลังเข้าจับกุมนายสุเทพและพวกในขณะนี้ เนื่องจากเกรงจะเกิดการปะทะหรือกระทบกระทั่ง พร้อมเตือนไปยังผู้ที่ขึ้นเวทีปราศรัยเข้าข่ายปลุกปั่น อาจถูกออกหมายเรียกมาสอบปากคำด้วย
สำหรับรายชื่อผู้ที่ถูกออกหมายเรียก 17 คน ได้แก่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายอิสสระ สมชัย นายวิทยา แก้วภราดัย นายถาวร เสนเนียม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นางอัญชะลี ไพรีรัก นายนิติธร ล้ำเหลือ นายอุทัย ยอดมณี ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ และ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ
"ยิ่งลักษณ์"ผวาม็อบบุกบ้าน
วันเดียวกัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะเดินทางไปที่บ้าน ในวันที่ 22 ธ.ค.ว่า หวังว่าผู้ชุมนุมจะอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย แม้จะมีสิทธิในการเรียกร้อง สำหรับตนนั้นถือว่าได้ชี้แจงไปหมดแล้ว และไม่ใช่คนดื้อรั้น แต่ก็ไม่อยากให้บ้านเมืองหักกติกา ทุกคนต่างมีหน้าที่บทบาทของตัวเอง หวังว่าการพูดจากันจะเป็นทางออกที่ดีของประเทศ อยากขอร้องผู้ชุมนุมให้ใช้กลไกการปฏิรูป จะได้ให้บ้านเมืองของเราเดินได้
ส่วนกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว.เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกพระราชกฤษฎีกา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 เพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน ว่า ในส่วนของข้อกฎหมายที่ได้หารือไปแล้วนั้น ฝ่ายกฎหมายยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ ควรจะต้องฝากข้อกฎหมายข้อนี้ไปยังเวทีปฏิรูปด้วย เพื่อนำทุกความเห็นไปศึกษาดูว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะสามารถเปิดเวทีปฏิรูปได้เร็วที่สุด เป็นเวทีของทุกคนที่ยอมรับภายใต้กติกาเดียวกัน
"ถ้าเราไม่เอากติกาเลือกตั้ง เราจะทำอย่างไรให้ประเทศเราอยู่ได้ นี่คือสิ่งที่ดิฉันมองไม่ออก เราไม่ได้บอกว่าเราจะไม่ปฏิบัติตาม แต่บางครั้งเงื่อนไขนี้เราปฏิบัติไม่ได้ ไม่รู้เราจะปฏิบัติอย่างไร ทำไมเราไม่หันมาคุยกันบนความเป็นจริงที่สามารถปฏิบัติได้สำหรับทุกคน" นายกรัฐมนตรีกล่าว
ทัวร์อีสานใต้เจอม็อบนกหวีดเป่าไล่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจในการลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสานใต้) ระหว่างวันที่ 17-22 ธ.ค.ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ นั้น ปรากฏว่ามีหลายพื้นที่ที่ถูกมวลชนฝ่ายตรงข้ามเป่านกหวีดขับไล่
เริ่มจากที่บริเวณหน้าโรงแรมทองธารินทร์ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายกรัฐมนตรีนอนพักค้างคืน ได้มีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทยอยมารวมกลุ่มกัน และตะโกนขับไล่นายกฯ พร้อมเป่านกหวีด โบกธงชาติ จากนั้นระหว่างที่นายกฯเดินทางด้วยรถไฟไปตรวจราชการเส้นทางรถไฟสายสุรินทร์-ศรีสะเกษ เมื่อขบวนของนายกฯแล่นผ่าน "สถานีเมืองที" ได้มีประชาชนประมาณ 10 คนยืนอยู่บริเวณชานชาลา และเป่านกหวีดขับไล่ พร้อมโบกธงชาติ
สมช.เชื่อม็อบ 22 ธ.ค.น้อยกว่า 9 ธ.ค.
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของ กปปส.ในวันที่ 22 ธ.ค.ว่า เท่าที่หน่วยข่าวและศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ประเมินร่วมกัน พบว่าในการรณรงค์เดินเข้าหามวลชนของ กปปส.ในวันที่ 19-20 ธ.ค. เพราะ กปปส.ต้องการบีบให้พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้ง เนื่องจากทางพรรคจะประชุมกำหนดท่าทีในวันที่ 21 ธ.ค. ส่วนการนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 22 ธ.ค.นั้น คิดว่ามวลชนของ กปปส.คงไม่เยอะเท่าวันที่ 9 ธ.ค.แล้ว เพราะเริ่มมีเวทีปฏิรูปเกิดขึ้นมากมาย เมื่อมีการแสดงความเห็น คนก็ต้องรับฟังความเห็นของฝ่ายต่างๆ เพื่อประมวลว่าสิ่งที่ กปปส.ทำถูกต้องหรือไม่
"หากเปรียบกับการทำสงคราม ตอนนี้เหมือนเป็นการสู้รบทางความคิดมากกว่าที่จะมาใช้จำนวนมวลชน" พล.ท.ภราดร กล่าว
กปปส.บุก ตร.ตามคดียิงนศ.รามฯ
วันเดียวกัน นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ได้นำผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเดินทางไปที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการกรณี นายธีระศักดิ์ โพธิ์แก้ว นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้ามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้มีการปราศรัยโจมตีการทำหน้าที่ของตำรวจด้วย ขณะที่มวลชนพร้อมใจกันเป่านกหวีดและโห่ร้องเสียงดังกึกก้อง
การรวมตัวกันครั้งนี้ นายราเมศวร์ ธีระรังสิกุล และ ดร.สุรีย์ ธีระรังสิกุล บิดาและมารดาของนายธีระศักดิ์ ได้เดินทางไปร่วมด้ัวย จากนั้นได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผ่าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. บริเวณห้องโถงใน ตร.
นายถาวร กล่าวว่า คดีไม่มีความคืบหน้า ทั้งๆ ที่เคยยื่นหนังสือไว้เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. โดยให้จับกุมคนร้ายให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่บัดนี้เวลาล่วงเลยมามากแล้ว แตกต่างจากคดีเผารถบัสที่บริเวณหน้าสนามราชมังคลากีฬาสถานในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ กปปส.จึงตั้งข้อสงสัยถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีมาตรฐานต่างกันหรือไม่





