วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เวทีพบเอกชน'ณัฐวุฒิ'ลั่นล้มเลือกตั้งแดงต้าน

เวที7องค์กรภาคเอกชนพบนปช. ด้าน"ณัฐวุฒิ"ลั่นกปปส.ล้มเลือกตั้งออกมาแน่ ขณะที่"จตุพร"หวั่นก่อกวนเลือกตั้งจนเกิดรัฐประหาร

7 องค์กรภาคเอกชน ประกอบด้วย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมตลาดทุน และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ได้ร่วมหารือเสนอทางออกลดความขัดแย้งทางการเมือง ร่วมแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) นำโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธิ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายก่อแก้ว พิกุลทอง

นายวิชัย อัศรัสกร โฆษกฯ 7 องค์กรเอกชน เปิดเผยก่อนหารือว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วง กลุ่มกปปส. ที่จะออกมาเคลื่อนไหวในวันที่ 22 ธ.ค. 56 เพื่อกดดันไม่ให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ในวันที่ 2 ก.พ. 57 ซึ่งจะทำให้การเจรจาหาทางออกในแนวทางสันติไปสู่ทางตัน และอาจจะขยายตัวไปสู่ความรุนแรง อย่างไรก็ตามในแนวทางปรองดองนี้ อยากให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการปฏิรูปประเทศ ควบคู่กับการเลือกตั้ง เนื่องจากการปฏิรูปต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปถึงการเลือกตั้ง ซึ่งกลุ่มที่จะเข้ามาปฏิรูปประเทศ ต้องไม่มาจากคู่ขัดแย้ง และขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาคนกลางที่เหมาะสม

สำหรับการปฏิรูปประเทศนั้น ไม่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ทั้งหมด เนื่องจากต้องใช้เวลานานเกินไป ดังนั้นควรที่จะเลือกประเด็นสำคัญมาประฏิรูปก่อน เช่น การเลือกตั้ง การทุจริตการคอร์รัปชั่น การลดความเลื่อมล้ำ ทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น ขณะนี้ได้หารือครบทุกกลุ่มแล้ว คาดว่าในเร็วๆนี้จะได้ข้อสรุป ทางออกของประเทศ

จากนั้นได้เริ่มการหารือ โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ความขัดแย้งขณะนี้ สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมของทั้ง 2 ฝ่าย คือ ต้องการให้มีการเลือกตั้งและต้องการให้มีการปฎิรูป แต่ปัญหาคืออะไรมาก่อนมาหลัง และอะไรทำได้จริงตามกรอบกฎหมายกติกาตามแนวทางระบอบประชาธิปไตย ถ้าเราจะปฎิรูปประเทศตามแนวทางของนายสุเทพ คือ 1.ต้องยกเลิกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก่อน และใครจะเป็คนยกเลิกหรือยกเลิกอย่างไร ที่มีนักวิชาการออกมาระบุว่า ทำได้ แต่ก็ยังไม่มีใครชี้ชัดว่าทำอย่างไร 2. สมมุติยกเลิกได้ แล้วรัฐธรรมนูญมาตรา 108 ที่ระบุว่า หากมีการยุบสภา ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน และหากมีเลื่อนการเลือกตั้งจริง ก็ไม่สามารถเลื่อนได้ไกลกว่า 60 วัน ซึ่งยังไม่มีการยกเลิกมาก่อน จึงหมายความว่า ต้องมีการรัฐประหาร ถึงจะยกเลิกได้ไม่มีวิธีอื่นช่องทางอื่น และเอาอำนาจใดไปประกาศยกเว้น รัฐธรรมนูญ เพราะคนกลุ่มหนึ่งต้องการ ทำไม่ได้

ส่วนการปฎิรูปก่อนการเลือกตั้ง ไม่ได้หมายเพียงเท่านั้น แต่รายละเอียด การตั้งสภาประชาชน มี 400 คน 300 คนตั้งจากตัวแทนสาขาอาชีพต่างๆ จุดนี้ก็ยังไม่ชี้ชัด ถ้ามาแบบนั้นไม่ใช่การเลือกตั้ง และ อีก 100 คนมาจากคณะแกนนำกปปส. ตั้งขึ้นมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านไหนอยางไรไม่มีใครทราบ ความหมายของการปฎิรูปก่อนการเลือตั้ง คือการรัฐประหาร โดยมีนายสุเทพ มีอำนาจสูงสุด และเอาอำนาจคนทั้งประเทศให้คนกลุ่มเดียว ทั้งยังไม่มีหลักประกันว่า จะทำได้สำเร็จ หากประกาศมา แล้วคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยออกมาต่อต้านจะทำอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการคุยกันอย่างจริงจัง เพราะทหารยังไม่ออก

"พวกผมพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง พวกผมไม่เห็นด้วยกับนายสุเทพ และมีประชาชนที่เห็นด้วยกับพวกผมจำนวนไม่น้อย และถ้ายึดอำนาจอีก พวกผมก็มาสู้อีก พวกผมอดทน ไม่ออกมา ไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้า ถ้านายสุเทพล้มเลือกตั้ง ผมมาแน่ ถึงวันนั้นอย่ารังเกียจผม ถ้าพวกเราจะมายืนอยู่ในกรุงเทพบ้าง พวกเราต้องการแค่ 1 สิทธิ์ 1 เสียง" นายณัฐวุฒิ กล่าว

ด้านนายจตุพร กล่าวว่า เอาคำว่าปฎิรูป เพื่อเข้าไปสู่อำนาจ และตนยินดีเอานายสุเทพ มานั่งคุย เราจะหาคนกลางได้ที่ไหน คนกลางคือคนที่อยู่หลังฉากนายสุเทพ สิ่งที่ตนกลัวสูงสุดคือ สงครามกลางเมือง เพราะในการชุมนุมมีการระดมพี่น้องภูมิภาคใต้กับกทม. หากคนอีสานกับเหนือคิดหลักการเดียวกัน จะเกิดอะไรขึ้น ทั้งนี้ตนมั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์จะบอดคอตการเลือกตั้งแน่นอน แต่ไม่ห่วงเรื่องคนลงสมัครเลือกตั้งเพราะมีพรรคกว่า 70 พรรค แต่ตนห่วงเรื่องการก่อกวนการเลือกตั้งจะขยายความรุนแรง จนนำไปสู่การเกิดการรัฐประหาร

ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวเสริมว่า ต้องแสดงท่าทีว่า บ้านเมืองนี้ เมืองนี้ ต้องรักษาระบอบ รักษากติกา กลไก คำว่าคนดี คนชั่ว กล่าวหากันได้ แต่กติกา เปิดให้คนใช้สิทธิ์ “ให้นายสุเทพกับผมกอดกันจูบกัน คนก็ไม่รักกันทันที บ้านเมืองต้องรักษากติกา”

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ ตัวแทน 7 องค์กรและแกนนำนปช. ได้เดินมาทักทาย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และตัวแทน7 องค์กร ได้กล่าวขอบคุณนปช. ที่มีความอดทนที่ท่านมีมาตลอด อยากให้ช่วยประเทศเดินไปด้วยความสันติ