วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลตัดสินจำคุก2เดือน'วัชระ'หมิ่น'จตุพร'

พิพากษาจำคุก2เดือน ปรับ2หมื่นบาท "วัชระ เพชรทอง" อดีตส.ส.ปชป.หมิ่น "จตุพร" รับน้ำเลี้ยง

ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.898/2552 ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.เป็น โจทก์ ยื่นฟ้อง นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ , บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอท จำกัด และ บริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย ) จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ 332 กรณีเมื่อวันที่ 14 ม.ค.52 จำเลย กล่าวหานายจตุพร ทำนองว่า เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไม่มีใครเชื่อคำพูด ได้รับใบปริญญามาโดยการใช้อภิสิทธิ์ ต่อมาโจทก์ถอนฟ้องเฉพาะ บ.ไทยเดย์ และ บ.เอเอสทีวี ฯ จำเลยที่ 2 -3

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานนำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า พฤติการณ์จำเลยกล่าวถึงโจทก์ เป็นเด็กเลี้ยงแกะเป็นคนหลอกลวงไม่เชื่อว่าโจทก์เรียนจบ ปริญญาตรีนั้ร เป็นการใช้คำพูดเชิงตั้งคำถามโดยไม่ยืนยันข้อเท็จจริง อีกทั้งจำเลยยังต้องการให้พิสูจน์โดยให้ทดสอบแบบความรู้ภาษาอังกฤษและให้แสดงใบคุณวุฒิ ซึ่งจำเลยต้องการทราบข้อเท็จจริงเท่านั้น ส่วนนี้จึงยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

แต่ที่จำเลยกล่าวว่า โจทก์เห็นแก่เงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง และ โจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะมีท่อน้ำเลี้ยงนั้น คำว่าท่อน้ำเลี้ยงเป็นศัพท์เฉพาะที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการสนับสนุนทางการเงินในทางลับที่เปิดเผยไม่ได้เพื่อให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่ง การที่จำเลยกล่าวหาโจทก์รับเงินทุนจากภายนอก ย่อมแสดงให้เห็นว่าตกอยู่ภายใต้ผลประโยชน์ ไม่มีความชอบนักธรรมในฐานะนักการเมือง จึงเป็นความเสื่อมเสียต่อหน้าที่โดยตรง และจำเลยเองก็ไม่ได้มีพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าโจทก์มีพฤติการณ์อย่างที่กล่าวหา คำพูดของจำเลยจึงเลื่อนลอย รวมทั้งข้อความว่า โจทก์ประพฤติเสื่อมเสียไม่กล้ากลับบ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช คนในตระกูลไม่ยอมรับนั้น เห็นว่าเป็นการทำให้โจทก์ไม่ได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น จนถูกดูหมิ่นจากผู้อื่นว่าคนในตระกูลพรหมพันธุ์ไม่ยอมรับโจทก์ จึงเป็นการตอกย้ำโจทก์ ให้เสื่อมเสีย การกระทำส่วนนี้ของจำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามม. 328 ให้จำคุก 2 เดือน และปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงรอการลงอาญา 1 ปีและให้ลงโฆษณาคำพิพากษาฉบับย่อในนสพ.รายวัน 2 ฉบับเป็นเวลา 7 วัน

ขณะที่วันเดียวกันนี้ ศาลอาญา ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ. 3856/2552 ที่นายจตุพร แกนนำนปช. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ , บริษัท สารสู่อนาคต จำกัด เจ้าของ นสพ.ไทยโพสต์ นายทวีสิน สถิตรัตนชีวิน (เสียชีวิต) อดีต บก.ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ไทยโพสต์ เป็นจำเลยที่ 1 - 3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีที่เมื่อวันที่ 24 ก.ย.52 จำเลย แถลงข่าวที่รัฐสภา กล่าวทำนองว่า นายจตุพร โจทก์เป็นทาสรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี และตระกูลชินวัตรเพียงตระกูลเดียว พร้อมเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรม และคืนเงินเดือนที่ได้มาจากภาษีของประชาชน

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างแล้ว เห็นว่าจำเลย กล่าวหาว่าโจทก์เป็นทาสรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณและให้คืนเงินเดือนภาษีของประชาชนนั้น ในการพิจารณาต้องคำนึงถึงบริบททางการเมืองในขณะนั้นด้วย ซึ่งเห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณนั้นมีบทบาทในพรรคเพื่อไทยและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 2 ปี คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ

การที่จำเลยกล่าวว่า ตัวโจทก์อยู่ในอำนาจบังคับของพ.ต.ท.ทักษิณนั้นก็ต้องพิจารณาว่า ตัวโจทก์เองก็เคยเบิกความว่ามีความเคารพรัก และมีความก้าวหน้าทางการเมืองเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ จึงยังไม่แน่นอน ที่ตัวโจทก์เบิกความว่า ได้รับความเสื่อมเสียดูหมิ่นเพราะเป็นการปกป้องด้วยความจงรักภักดี เป็นวิจารณญาณของผู้ฟังที่จะเป็นผู้ที่ตัดสิน อีกทั้งตามคำว่าพจนานุกรมคำว่า “ทาส”ไม่มีอยู่ในสังคมไทยมานานแล้วจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นอย่างที่จำเลยกล่าวหาซึ่งถ้อยคำไม่ใช่การหมิ่นประมาท แต่เป็นวาทะกรรมทางการเมือง

ส่วนที่บอกว่า โจทก์เป็นปากเสียงของทรราชย์นั้น เห็นว่ายังไม่มีคำตัดสินใดที่สรุปว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นทรราชย์ จึงเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองซึ่งไม่อาจแปลความหมายของทรราชย์ได้ตามที่โจทก์กล่าวหา จึงยังไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ดังนั้น นสพ.ไทยโพสต์ จำเลยที่ 2 นำถ้อยคำจำเลยที่ 1ไปเผยแพร่ จึงย่อมไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วย

ส่วนที่มีการพาดหัวล้อมกรอบในหนังสือพิมพ์ มีคำว่า ทักษิณเป็นบิดาจตุพรนั้น เป็นเรื่องการล้อเลียนทางการเมือง เพราะจากที่พิจารณาดูเนื้อหาดูแล้ว ประชาชนย่อมไม่เชื่อและเป็นไปไม่ได้ ตามที่ปรากฏความตามพาดหัวข่าว จึงพิพากษายกฟ้องจำเลย

ภายหลัง นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำนวนคดีที่ศาลพิพากษาจำคุก 2 เดือน แต่ให้รอลงอาญานั้น จะยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป โดยตนจะไม่หลบหนีไปไหนอย่างแน่นอน