นักวิชาการแนะที่ประชุม7องค์กรเอกชน เสนอให้เลือกตั้งตามกำหนดพร้อมให้ทุกพรรคให้สัตยาบันตั้งรัฐบาลปฏิรูปประเทศ ตั้งสมาชิกองค์กรปฏิรูปฯ
นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับระหว่างองค์กรเอกชน 7 สถาบัน ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย รวมทั้งนักวิชาการ และตัวแทนภาครัฐ ว่า ในการหารือวันนี้ กลุ่มนักวิชาการมีความเห็นว่าควรจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 เพื่อให้เป็นไปตามวิถีแห่งประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่มีลักษณะพิเศษ มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการปฏิรูปประเทศในทุกๆด้าน เช่น การปฏิรูปการเมือง แก้ปัญหาคอรัปชั่น เศรษฐกิจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นต้น โดยทุกพรรคการเมืองจะต้องให้สัญญากับประชาชนว่าหลังการเลือกตั้งไม่ว่าพรรคใดขึ้นมาเป็นรัฐบาล จะตั้งรัฐบาลเพื่อการปฏิรูปประเทศ และเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อเป็นแนวทางตัดสินใจในการเลือกตั้ง ซึ่งหลังจากปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆเสร็จแล้ว ก็จะต้องคืนอำนาจให้กับประชาชนเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ทำให้รัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ไม่ครบวาระก็ได้
นอกจากนี้ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ควรจะให้ทุกภาคส่วนทุกองค์กร ภาคเอกชน รวมไปถึงคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และทหาร เข้ามามีส่วนร่วมกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ตรงกับความต้องการของประชาชน
ส่วนแนวทางการปฏิรูปประเทศ ฝ่ายนักวิชาการมีความเห็นว่าควรจะมีการตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะต้องเป็นองค์กรที่ประชาชนไว้วางใจ มาจากตัวแทนของทุกภาคส่วน และไม่อิงผลประโยชน์กับฝ่ายใดๆ โดยองค์กรนี้จะไม่ขัดแย้งกับกลไกประชาธิปไตย ซึ่งความเห็นนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ สังคมไทยควรให้ความสนใจต่อยอดพัฒนาความคิดนี้ให้แหลมคม และละเอียดยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิรูปประเทศไปในแนวทางที่ดีที่สุด ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้ ไม่ใช้มติของที่ประชุม แต่เป็นแนวคิดของฝ่ายวิชาการที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ
ด้าน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ กล่าวว่า ความคิดเห็นเรื่องที่มาของสมาชิกองค์กรเพื่อการปฏิรูปประเทศยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ก็มีการเสนอให้สมาชิกองค์กรเพื่อการปฏิรูปประเทศมาจากการเลือกตั้ง โดยไม่ฝักใฝ่พรรคการเมือง และแยกออกจากสภาอย่างชัดเจน ซึ่งหากสามารถตั้งองค์กรฯนี้ได้ และปฏิรูปประเทศได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในระยะยาว
ขณะที่ นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนได้แสดงความเห็นว่าเห็นควร ที่ประเทศจะต้องมีการปฏิรูปประเทศ แต่กระบวนการปฏิรูปคงไม่สามารถที่จะดำเนินการก่อนการเลือกตั้งได้ เพราะจะต้องใช้เวลาหลายปี ดังนั้นแต่ละพรรคการเมืองก็ควรมีความชัดเจน ทำข้อตกลงร่วมกันว่า เพื่อจัดตั้งรัฐบาลในภาวะที่การเมืองไม่ปกติ เข้ามาปฏิรูปประเทศไทยให้แล้วเสร็จก่อน และจะปฏิรูปในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง โดยหลังจากนี้ภาคเอกชนจะต้องนำข้อสรุปจากการหารือภาครัฐไปหารือกันอีกครั้ง ซึ่งยังไม่ได้ระบุเวลาไว้





