"ไพสิฐ"หนุนสื่อฯเปิดช่องแสดงความเห็นปฏิรูปก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง ย้ำจัดรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน
นายไพสิฐ พาณิชย์กุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะนักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวถึงการจัดเวทีเพื่อร่วมหาทางออกประเทศไทยของภาคส่วนต่างๆ ที่ผ่านมาว่า มองในแง่ดี ว่าจะเป็นเวทีที่หาจุดเชื่อมโยงและจุดร่วมให้ฝ่ายที่เห็นต่างได้มาพูดคุยกัน ซึ่งข้อสรุปของทุกเวทีได้มาตรงกัน คือการปฏิรูป แต่ยังมีกรอบความคิดที่ขัดแย้งกัน คือ 1.จะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. 57 หรือ 2.จะจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ก่อนการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ โดยทั้ง 2 กรอบความคิดนั้นล้วนมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน คือ หากให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จะมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย การเกิดการยอมรับ และความชอบธรรม เพราะไม่มีกฎหมายใดให้การรองรับไว้ ส่วนการให้มีการเลือกตั้งก่อนการปฏิรูปก็มีปัญหา คือความไม่เชื่อใจ หรือไว้วางใจซึ่งกันและกัน โดยในรอบ 2-3 ปีที่มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ก็ไม่สามารถทำการปฏิรูปให้สำเร็จได้
ดังนั้นมองว่าแนวทางที่จะทำให้ทุกฝ่ายมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือการปฏิรูปได้ องค์กรสื่อมวลชนควรเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนในภาพรวม นอกจากประชาชนที่มีจุดยืนสนับสนุนการขับเคลื่อนของมวลชนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เบื้องต้นอาจจะทำเป็นการทำแบบสำรวจผ่านทางโทรทัศน์ หรือ หน้าเวปไซต์ให้ประชาชนเลือก โดยเริ่มจากคำถามง่ายๆ คือ อยากให้ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง หรือ จัดเลือกตั้งก่อนแล้วจึงปฏิรูปประเทศ และเมื่อได้ข้อสรุปแล้วค่อยดำเนินการถามในคำถามต่อๆ ไปในเนื้อหาของการปฏิรูปประเทศ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้มีช่องทางของการแสดงความเห็นและนำไปสู่การทบทวนเพื่อเป็นทางออกอีกแนวทางหนึ่ง
"ผมมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาฟังกัน และร่วมมองไปข้างหน้าว่าทางออกควรจะเป็นอย่างไร หากไม่ทำและให้แต่ละฝ่ายพยายามลากเข้าไปสู่ช่องทางระหว่างสองฝ่ายมากขึ้น จะทำให้มีปัญหา ดังนั้นตอนนี้ต้องหาจุดเชื่อมโยงร่วมกัน โดยรัฐบาลรักษาการ, อดีตสส. และสว. ต้องคิดถึงคนอื่นด้วย"นายไพสิฐ กล่าว





