สมาคมรัฐศาสตร์มก.ตั้งฉายารัฐบาล"ลิ้มไพร่" ส่วน กปปส. ได้ฉายา "ผีบุญ ร.ศ.232" รัฐสภา "โรงเตี้ยม"
สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) แถลง "ฉายาสถาบันการเมือง" โดยนายนพพล อัคฮาค ประธานคณะกรรมการจัดกิจกรรมตั้งฉายาสถาบันทางการเมือง ครั้งที่ 4 ประจำปี พ.ศ.2556 กล่าวว่า การตั้งฉายาสถาบันการเมืองมาจากการเปิดให้สมาชิกเครือข่ายออนไลน์สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 2,844 บัญชี ได้เสนอความเห็นฉายาต่างๆ มายังสมาคม และให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฉายาที่มีความเหมาะสมที่สุด อาทิ
ฉายารัฐบาล "ลิ้มไพร่" ซึ่งคำว่า ลิ้ม ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า กิริยาอิงแอบแนบชิด บิดเบือน มีความหมายว่า รัฐบาลนี้มาแบบอิงแอบแนบชิดกับไพร่ โดยการสร้างวาทกรรม "ไพร่" ขึ้นมา แต่พอมาเป็นรัฐบาลจริงๆ การอ้างประโยชน์พี่น้องประชาชนในการกำหนดและดำเนินนโยบายต่างๆ เกิดคำถามว่า สุดท้ายชิ้นปลามันกลับตกไปอยู่กับชนชั้นนำ
ไม่ว่าจะเป็นการจำนำข้าว รถคันแรก หรือบ้านหลังแรก โดยกรณีที่ถูกต่อต้านมากที่สุดคือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ตั้งต้นจากการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ลงท้ายด้วยการจับเขาเหล่านั้นเป็นตัวประกันพ่วงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ เข้ามา ซ้ำยังลอยแพผู้ได้รับผลกระทบจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ออกไป
ส่วน กปปส. ได้ฉายา "ผีบุญ ร.ศ.232" แปลว่า กบฏ หมายถึงกลุ่มคนที่คิดและกระทำการต่อต้านล้มล้างอำนาจรัฐด้วยกำลัง ต่างจากผีบุญ หรือกบฏผู้มีบุญ ซึ่งหมายถึงคนธรรมดาที่อ้างตัวเป็นผู้วิเศษ ทำการชักชวนให้ผู้คนก่อกบฏกับรัฐที่เป็นศูนย์กลางอำนาจ การสร้างวาทกรรมคนดี คนมีคุณภาพ มีสติปัญญา ต่อต้านคนโกง เหนือกว่าคนไร้คุณภาพขาดสติปัญญาของ กปปส. เพื่อล้มล้างอำนาจรัฐ จนถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันเป็นกบฏ จึงอาจกล่าวได้ว่ามีลักษณะเกินกว่ากบฏ แต่เข้าข่าย ผีบุญ ร.ศ.232
ส่วนรัฐสภา ได้ฉายา "โรงเตี๊ยม" หมายถึงความวุ่นวายหลายครั้งในรัฐสภาอันทรงเกียรติ ถึงขนาด ส.ส.ทุ่มเก้าอี้ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน เช่น เดียวกับโรงเตี๊ยมในภาพยนตร์จีน อันเป็นที่รวมของเหล่าจอมยุทธ์จากทุกสารทิศ ซึ่งบ่อยครั้งเกิดการต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ประตู หน้าต่าง โต๊ะ เก้าอี้ ถ้วยชามรามไห พังระเนระนาด ก่อนจะแยกย้ายกันไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ





