นักวิชาการ ม.นเรศวร - ขอนแก่น แนะทางออกประเทศในกรอบประชาธิปไตย
การชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ แม้จะมีมวลชนจากจังหวัดต่างๆ ไปยึดศาลากลางในจังหวัดที่ตนเองพำนักอยู่ แต่สปอตไลท์ที่สื่อมวลชนและสังคมให้ความสนใจ มักจำกัดวงอยู่ที่ กปปส.ภายใต้การนำของ สุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนักวิชาการในส่วนกลางที่ออกมาตะลุมบอนกันเกี่ยวกับข้อเสนอทางออกประเทศในประเด็นต่างๆ ว่าเป็นไปได้หรือไม่ได้ในทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
เสียงที่ดูจะหายไปจากหน้าสื่อ คือ นักวิชาการภูธร ซึ่งประจำการอยู่ในต่างจังหวัด ทั้งๆ ที่หลายท่านมีแนวคิดดีๆ ในการหาทางออกให้กับประเทศเช่นกัน
ผศ.ดร.ทิวากร แก้วมณี อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ปัจจุบันพรรคการเมืองของไทยแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสะท้อนความคิดและความต้องการของประชาชน พรรคการเมืองใหญ่ถูกครอบงำโดยคนไม่กี่คนและผลประโยชน์ของคนเพียงไม่กี่กลุ่มที่แย่งชิงกันไปมา ทำให้พรรคการเมืองของไทยล้มเหลว ส่งผลให้ระบอบรัฐสภาล้มเหลว ส.ส.ถูกชี้นำให้ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทุนพรรคเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ละเลยความคิดและความต้องการของประชาชนที่เลือกตนเองเข้าไป
หลายคนเรียกสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "ระบอบทักษิณ"
อย่างไรก็ดี การจะขจัดระบอบทักษิณให้หมดไป ถึงอย่างไรก็ต้องทำตามวิถีประชาธิปไตย ต้องยึดถือระบบรัฐสภา โดยทางออกเบื้องต้นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ คือ ต้องแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับพรรคการเมืองเพื่อลดการผูกขาดอำนาจของนายทุนพรรค แก้ไขให้ ส.ส.มีอิสระมากขึ้น เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสมัครเป็น ส.ส.ให้สังคมไทยมีตัวเลือกที่จะเลือกผู้แทนราษฎรมากขึ้น ส.ส.จะได้ไม่ตกอยู่ภายใต้คำสั่งและการบัญชาของนายทุนพรรคแต่เพียงอย่างเดียว
ส่วนทางออกของสถานการณ์เฉพาะหน้าขณะนี้ ทางที่ดีทั้งสองฝ่าย คือ กปปส.กับรัฐบาล ควรหันหน้ามาเจรจาหาทางออกร่วมกัน ฝ่ายไหนจะเสนอปฏิรูปประเทศอย่างไรก็ให้นำมาคุยกัน โดยทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย
ขณะที่ ผศ.ดร.สถาพร เริงธรรม จากภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องสภาประชาชนของ นายสุเทพ นั้น สอดคล้องกับการดำเนินการเรื่อง "จังหวัดจัดการตนเอง" ที่ทางเครือข่ายภาคประชาชนในขอนแก่นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นการปฏิรูปประเทศไทยโดยมีแนวทางในการคืนอำนาจสู่ประชาชนในชุมชน สร้างการเมืองภาคประชาชนที่เหมาะสมกับแต่ละจังหวัด โดยให้ชาวบ้านเสนอปัญหาและความต้องการในการพัฒนาชุมชนที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการ นำไปสู่การวางแผนนโยบาย โดยยังคงการเมืองในระดับประเทศให้มีการเลือกตั้งเช่นเดิม เพื่อให้ขับเคลื่อนระดับประเทศภายใต้นโยบายภาคประชาชน
"มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสภาประชาชน โดย จ.อำนาจเจริญเป็นจังหวัดแรกที่ประกาศธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2555 มีประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคเอกชนเข้าร่วม ธรรมนูญฉบับประชาชนของอำนาจเจริญเกิดจากการยกร่างของตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบล 63 สภา รวมกับภาคีการพัฒนา ผ่านการประชาพิจารณ์ระดับตำบล จังหวัด เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาของภาคประชาชนในระดับจังหวัด และเป็นเครื่องมือการประสานความร่วมมือขององค์กรภาคประชาชน ธุรกิจ และภาครัฐให้กำหนดแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและงบประมาณมีอยู่อย่างแท้จริง"

