"สุณิสา"อัด"ธีรยุทธ"ระวังคำวิจารณ์การเมือง เหน็บวาทกรรมไม่สร้างสรรค์ สุดท้ายจะกลายเป็นแค่ขยะทางอารมณ์ที่รกโลก
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมเสนอทางออกสำหรับความขัดแย้งทางการเมืองให้ประเทศโดยเชิญชวนให้ทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเทียบได้กับการแสดงประชามติของคนทั้งประเทศว่าอยากเห็นบ้านเมืองเดินไปทางไหน ทั้งนี้ การที่พรรคการเมืองบางพรรคหรือนักวิชาการบางคนไม่ศรัทธาการเลือกตั้งนั้นถือเป็นสิทธิ แต่ก็ถือเป็นเพียงข้อเสนอหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ร.ท.หญิง สุณิสากล่าวว่า ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ การคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าต้องการให้ประเทศเป็นแบบไหน หากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ต้องการระบอบการปกครองที่มีสภาประชาชน หรือสภาคนดีที่ไม่จำเป็นต้องผ่านการเลือกตั้ง ก็ควรบรรจุไว้ในแคมเปญหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นที่นายสุเทพ สนับสนุน แล้วให้คนทั้งประเทศตัดสินใจว่าจะเอาด้วยหรือไม่ ไม่ใช่อ้างแต่มติของมวลชนที่ออกมาเดินขบวนบนท้องถนนซึ่งหาข้อยุติไม่ได้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และต่อให้มีคนออกมาร่วมชุมนุมเป็นล้่านคนจริง ก็ยังสรุปไม่ได้ว่านั่นเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะยังมีคนอีกตั้ง 70 กว่าล้านคนที่ไม่ได้ออกมาชุมนุมกับนายสุเทพ และเป็นคนที่เราต้องฟังเสียงด้วยเช่นกัน ดังนั้น การเลือกตั้งจึงเป็นวิธีการที่เป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดสำหรับทุกฝ่าย และเป็นสิ่งที่ทั่วโลกยอมรับด้วย
ร.ท.หญิง สุณิสากล่าวว่า ส่วนการที่นายธีรยุทธ บุญมี กล่าวโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สร้างวาทกรรมเสียดสีพ.ต.ท ทักษิณอย่างรุนแรงนั้น ใครๆ ก็คงมองออกว่า นายธีรยุทธโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อด่ากระทบพรรคเพื่อไทยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจสร้างความได้เปรียบให้กับพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่งของพรรคเพื่อไทยในเรื่องของคะแนนนิยม โดยเฉพาะขณะนี้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งแล้ว ขอให้นายธีรยุทธระมัดระวังการแสดงท่าทีหรือการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมด้วย ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองว่ากำลังเอาบทบาทนักวิชาการไปรับใช้นักการเมืองเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้งให้พรรคการเมืองบางพรรคหรือช่วยหาเสียงให้ใครได้ ซึ่งจะกระทบกับความสง่างามของนายธีรยุทธเอง
ร.ท.หญิง สุณิสากล่าวว่า ทั้งนี้ บทบาทที่สังคมคาดหวังจากนายธีรยุทธในฐานะที่เป็นนักวิชาการและครูบาอาจารย์คือ การใช้องค์ความรู้เพื่อช่วยหาทางออกให้ประเทศในแบบที่ทำให้ทุกฝ่ายมีที่ยืนและลดรอยร้าวในสังคม ไม่ใช่การประดิษฐ์วาทกรรมที่มุ่งเสียดสีคนที่ตัวเองเกลียดชัง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์และไม่ได้ช่วยชี้ทางออกให้กับประเทศ มีแต่สร้างความแตกแยกเพิ่มขึ้น และอาจกระตุ้นความรุนแรงทางสังคมอีกด้วย วาทกรรมไม่สร้างสรรค์ที่ออกจากปากนักวิชาการนั้น ที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นเพียงขยะทางอารมณ์ที่รกโลกเท่านั้น เชื่อว่าสังคมอยากเห็นนายธีรยุทธ์ผลิตผลงานทางวิชาการที่มีคุณค่าให้กับประเทศมากกว่า





