วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คพ.เจอแรงกดดัน คดีคลองด่าน'วัฒนา'หลุด

คพ.เจอแรงกดดันรุมค้าน"ยื่นฎีกา"คดีวัฒนา หลุดคดีคลองด่าน หลังจะครบกำหนดให้ยื่นอุทธรณ์ 19 ธ.ค.นี้

ภายหลังจากศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา มีคำพิพากษายกฟ้องนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพวกจากกลุ่มบริษัท "กิจการร่วมค้า NVPSKG" ในความผิดฐานฉ้อโกงที่ดิน และฉ้อโกงด้วยการ นำที่ดินจำนวน 1,900 ไร่ เพื่อนำมาขายให้กับกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับใช้เป็นที่ตั้งโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียจังหวัดสมุทรปรา การ หรือโครงการคลองด่าน ที่มีมูลค่าโครงการ 23,000 ล้านบาทนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องนายวัฒนา ในคดีฉ้อโกงที่ดิน ซึ่งมีการต่อสู้ทางคดีกันมาตั้งแต่ปี 2550 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 พ.ย.นี้ ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องนายวัฒนา กับพวกแล้วก็ตาม แต่ในทางกฎหมาย ทางคพ.ในฐานะโจทก์ สามารถยื่นฎีกาได้ภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 19 ธ.ค.นี้

แหล่งข่าวจากทส. ระบุว่า ตลอดช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบมีการเคลื่อนไหวกดดัน จากอดีตนักการเมืองหลายพรรคที่เคยเกี่ยวข้องกับโครงการคลองด่านในอดีต ในระดับผู้ใหญ่ทางการเมือง และกลุ่มอิทธิพลได้พยายามติดต่อมายังระดับผู้บริหารของทส. และคพ.เพื่อกดดันไม่ให้มีการยื่นฎีกาในคดีดังกล่าว จนกระทั่งทำให้นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีคพ.ไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อ โดยอ้างเพียงว่าอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของฝ่ายกฎหมายเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีการยืนยัน้วว่าขณะนี้ทนายของทาง คพ. ได้ยื่นฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ได้พิพากษายกฟ้องนายวัฒนาอัศวเหม กับพวกในคดีฉ้อโกงโครงการจัดการน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ จ.สมุทรปราการไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา

" การยื่นฎีกาดังกล่าวดำเนินการโดยทีมทนายความของคพ. คือนายสุประวัติ ใจสมุทร ซึ่งนายวิเชียร เองก็ไม่ทราบเรื่องนี้ และยังเตรียมที่จะนัดทีมทนายทั้งหมด เข้าหารือในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อตรวจร่างฎีกาที่ยื่นไปว่ามีความครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ เพราะคำพิพากษาในรอบนี้จะมีผลเกี่ยวโยงกับคดีแพ่งที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุ ลาการ ระหว่างคพ.กับกลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKG ซึ่งที่ผ่านมาศาลปกครองกลาง มีคำสั่งยืนตามอนุญาโตตุลาการให้คพ.จ่ายค่าชดเชยให้กับเอกชนจำนวน 9,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดไปแล้ว และยังไม่มีคำตัดสินออกมา" แหล่งข่าว ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลทางคดีนี้หากคพ.มีการยื่นฎีกาอีกครั้ง และต้องวัดใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะมีคำพิพากษาอย่างไร หากแพ้จะส่งผลให้นายวัฒนา ติดคุกตามคำพิพากษา และยังพ่วงไปถึงคดีแพ่งฟ้องร้องค่าเสียหายระหว่างคพ.กับภาคเอกชน ดังนั้นจึงทำให้มีแรงกดดันที่จะไม่ให้คพ.ยื่นฎีกาในคดีดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับคดีคลองด่านนั้น ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้น เคยมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 52 ให้จำคุกนายวัฒนา รวมทั้งกรรมการบริหารนายพิษณุ ชวนะนันท์ กก.บ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง , นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กก.บ.ประยูรวิศว์การช่าง , นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กก.บ.สี่แสงการโยธา , นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กก.บ.กรุงธนเอนยิเนียร์ , นายรอยอิศราพร ชุตาภา กก.บ.เกตเวย์ , นายชาลี ชุตาภา กก.บ.คลองด่านมารีนฯ , นายประพาส ตีระสงกรานต์ กก.บ.คลองด่านมารีนฯ , นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กก.บริษัทคลองด่านมารีนฯ ,นางบุญศรี ปิ่นขยัน กก.บ.ปาล์ม บีชฯ และนายกว๊อกวา โอเยง ผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17,18 และนายวัฒนา อดีต รมช.มหาดไทย จำเลยที่ 19 เป็นเวลาคนละ 3 ปี

ส่วนบ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง , บ.ประยูรวิศว์การช่าง , บ.สี่แสงการโยธา(1979) , บ. กรุงธนเอนยิเนียร์ , บ.เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ , บ. คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ และ บ.ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ จำเลยที่ 2, 4, 6, 8, 10, 12 และ 16 ให้ปรับรายละ 6,000 บาท ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 2- 19 ยื่นอุทธรณ์ โดยจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ร่วมกระทำผิดฐานฉ้อโกง โดยหลอกลวงขายที่ดินซึ่งมี 5 ฉบับ คือ 13150, 13817, 15024, 15528 และ 15565 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทร ปราการ ที่ออกโฉนดโดยมิชอบด้วยกฎหมายให้กับกรมควบคุมมลพิษ และจำเลยที่ 2-11 ไม่ได้ร่วมกันกระทำผิดฐานฉ้อโกงในการทำสัญญารับเหมาก่อสร้าง โดยปกปิดข้อเท็จจริง จนนำมาสู่คำพิพากษาในวันที่ 19 พ.ย.2556 ยกฟ้องนายวัฒนา และพวกในที่สุด

น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า ขอสนับสนุนที่คพ.ได้มีการยื่นฎีกาในคดีคลองด่านแล้ว ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ขอชื่นชมที่คพ.ต่อสู้ในกระบวนการนี้ แม้จะมีแรงกดดันไม่ว่าจากทางไหน ก็ควรต้องทำหน้าทีอย่างเต็มที่ปฏิบัติภายใต้กฎหมายสิ่งแวดล้อมพ.ศ.2535 ในเรื่องของการแก้ปัญหามลพิษในด้านต่างๆ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในอนาคตจะมีคำพิพากษาอย่างไร ซึ่งขึ้นกับแต่ดุลยพินิจของศาล แต่คพ.ได้ทำดีแล้วที่ต่อสู้เรื่องดังกล่าว เนื่องจากการตรวจสอบคดีทุจริตคลองด่านที่เร่ิมจากชาวบ้านจน มีข้อมูล หลักฐานที่แสดงถึงการทุจริตในโครงการนี้ เกี่ยวโยงกับนักการเมืองหลายคน และข้าราชการระดับสูง

"นับแต่วันที่เกิดการยื่นให้ตรวจสอบตลอดระยะเวลา 14 ปี กระทั่งป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนักการเมืองในปี 2550 แต่จนถึงตอนนี้มีแนวโน้มที่จะเอาผิดทั้งนักการเมือง และข้าราช การก็หลุดคดี ตรงนี้สะท้อนถึงกระบวนการที่บก พร่องในการพิจารณาที่อาจจะมาเอกสารสำนวนที่ยื่นฟ้องอ่อน และไม่สมบูรณ์ รวมทั้งิเงื่อนไขเรื่องอายุความ และประเด็นการแทรกแซงอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมจะต้องร่วมกันตรวจสอบ เพราะจะกลายเป็นบันทัดฐานกับโครงการขนาดใหญ่อื่นๆที่อาจมีการทุจริตจากนักการเมือง แต่สุดท้ายก็หลุดคดี"น.ส.เพ็ญโฉม ระบุ